รายงานการวิจัย เรื่อง มิติทางสังคมวัฒนธรรมของการใช้ยาในชุมชน : การพัฒนาองค์ความรู้จากทฤษฎีและการวิจัย
- Title
- รายงานการวิจัย เรื่อง มิติทางสังคมวัฒนธรรมของการใช้ยาในชุมชน : การพัฒนาองค์ความรู้จากทฤษฎีและการวิจัย
- Subject
- การใช้ยา
- Creator
- ลือชัย ศรีเงินยวง
- Source
- สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
- Publisher
- สำนักหอสมุดแห่งชาติ
- Date
- 2542
- Format
- Language
- ไทย
- Alternative Title
- Social and cultural dimension of community drug use : development of knowledge based on theory and research
- Abstract
- มิติทางสังคมวัฒนธรรมของการใช้ยาในชุมชน: การพัฒนาองค์ความรู้จากทฤษฎีและการวิจัยการศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ 1) การทบทวนความรู้เกี่ยวกับแนวคิดเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับการใช้ยารักษาตนเองของประชาชน 2) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ยาของคนไทย และ 3) การสังเคราะห์องค์ความรู้ทั้งทฤษฎีและข้อมูลเชิงประจักษ์ในสังคมไทยเพื่อพัฒนาเป็นองค์ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้ยาในชุมชนที่เป็นระบบและชัดเจนขึ้นข้อมูลที่ใช้ในการศึกษามาจาก 2 แหล่งคือ ฐานข้อมูลการวิจัยในโครงการ Implications of Community Health Workers Distributing Drugs: A Case Study of Thailand และการทำ Documentary reviewข้อมูลในทางทฤษฎีและผลการวิจัยในต่างประเทศพบว่า การรักษาตนเองเป็นวัฒนธรรมของคนในทุกสังคม แต่การใช้ยาสมัยใหม่รักษาตนเองของประชาชนในประเทศกำลังพัฒนาเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่เกิดขึ้นภายหลัง โดยเฉพาะหลังจากได้มีโอกาสสัมผัสกับระบบการแพทย์ตะวันตกการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมและเศรษฐกิจ มีผลให้พฤติกรรมการรักษาตนเองของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่เป็นการใช้ยาแผนปัจจุบันแทนการรักษาแบบดั้งเดิม การแพร่กระจายของยาสมัยใหม่ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการแพทย์วิทยาศาสตร์ และธุรกิจยา ตลอดจนเป็นผลของกระบวนการโลกาภิวัตน์ ทำให้ยาสมัยใหม่มีบทบาทอย่างมากต่อประชาชน ข้อมูลจากผลการวิจัยและประเด็นในเชิงทฤษฎีพบว่า การใช้ยาสมัยใหม่รักษาตนเองเป็นพฤติกรรมที่ระบาดไปทั่วโลก ระบบกระจายยาภาคเอกชน (commercial pharmaceutical sector) เกิดการขยายตัวและมีบทบาทสำคัญที่สุดในการทำให้ยาสมัยใหม่กระจายสู่มือประชาชน ความแพร่หลายของยาสมัยใหม่ได้ก่อให้เกิดกระบวนการเห็นสุขภาพเป็นสินค้า (health commodification) คือการที่ประชาชนแสวงหาสุขภาพด้วยการบริโภคยาเหมือนบริโภคสินค้า เกิดการรับรู้ที่คลาดเคลื่อนว่ายาเป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในการรักษาอาการเจ็บป่วย (no cure of disease is possible unless drugs are taken) เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนะต่อความหมายของสุขภาพ ป่วยง่ายขึ้นและใช้ยาบ่อยขึ้น นอกจากนี้ ข้อมูลทางวิชาการยังพบว่า ยาในฐานะของผลผลิตทางวัฒนธรรม (artifact) เมื่อถูกนำไปใช้ในสังคมอื่นโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนามักจะถูกรับรู้ ตีความและใช้ตามฐานคติความเชื่อแบบเดิมของท้องถิ่น เกิดกระบวนการที่เรียกว่า การสร้างความหมายใหม่ทางวัฒนธรรม (cultural reinterpretation) ประชาชน มีการประยุกต์เอาทฤษฎีโรค พื้นบ้านมาใช้อธิบายประสิทธิภาพของยาและเลือกชนิดของยาและวิธีการใช้ยา ฯลฯ กลายเป็นหลักเหตุผลแบบชาวบ้าน การวิจัยนี้สรุปว่า การรักษาตนเองของชาวบ้านเป็นปรากฏการณ์ธรรมดาและธรรมชาติ สิ่งที่เป็นปัญหาคือ การใช้ยารักษาตนเองที่ประชาชนขาดการเตรียมพร้อม พฤติกรรมการใช้ยาที่ปรากฏออกมาจึงเป็นอาการของปัญหาที่ซับซ้อน การแก้ไขจำเป็นต้องคำนึงถึงเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและสังคมที่จะเป็นพื้นฐานให้เกิดการมีสภาพชีวิตที่ดีขึ้น ป่วยน้อยลง มีข้อมูลข่าวสารและสติปัญญาที่พร้อมมูลในการพิจารณาหาทางช่วยตนเองได้อย่างชาญฉลาดและเท่าทันขึ้น สิ่งเหล่านี้ต้องการการย้อนกลับไปดูบทบาทของธุรกิจยาและวิชาชีพทางการแพทย์ที่จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี และการช่วยตนเองได้ของประชาชน ความรู้ที่จำเป็นทางสุขภาพจะต้องแพร่กระจายสู่วัฒนธรรมสาธารณะ ธุรกิจยาที่ไม่เอื้อต่อสุขภาพต้องได้รับการควบคุมหรือจำกัด และการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของภาคอื่นๆ ในสังคม นอกเหนือจากวิชาชีพทางการแพทย์เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
Files
Collection
Citation
ลือชัย ศรีเงินยวง, “รายงานการวิจัย เรื่อง มิติทางสังคมวัฒนธรรมของการใช้ยาในชุมชน : การพัฒนาองค์ความรู้จากทฤษฎีและการวิจัย,” D-Library | National Library of Thailand, accessed March 19, 2026, http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8873.
Related Items you might want to check out...
Position: 1453 (2 views)