<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/16697">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือ New method Reader 1 B]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[คำศัพท์]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[แบบเรียนเก่า]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ภาษาอังกฤษ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:description><![CDATA[มำคำแปลศัพท์สำเนียงอ่านอธิบายประโยคจำเป็น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2]]></dcterms:description>
    <dcterms:creator><![CDATA[จรัส แตงน้อย]]></dcterms:creator>
    <dcterms:publisher><![CDATA[โรงพิมพ์เลปาจารย์]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2470]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/10163">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือวิชาวิทยาศาสตร์ฉบับผดุงวิทยา สำหรับชั้น ป.5]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[แบบเรียนเก่า]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[วิชัย บุญเจือ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[จรัสศรี อารีพล]]></dcterms:creator>
    <dcterms:publisher><![CDATA[ผดุงวิทยาการพิมพ์]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2507]]></dcterms:date>
    <dcterms:rights><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:rights>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/10337">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือวิชาวิทยาศาสตร์ฉบับผดุงวิทยา สำหรับชั้น ป.6]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[วิทยาศาสตร์]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[วิชัย บุญเจือ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[จรัสสรี อารีพล]]></dcterms:creator>
    <dcterms:publisher><![CDATA[ผดุงวิทยาการพิมพ์]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9220">
    <dcterms:title><![CDATA[การประเมินพันธกิจสำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Evaluation of the mission of National Health System Reform Office]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[การปฏิรูประบบสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[นโยบายด้านสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สำนักงานปฏิรูปสุขภาพแห่งชาติ -- การประเมิน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การวิจัยเรื่อง ”การประเมินพันธกิจสำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ “ มีวัตถุประสงค์การวิจัย คือ 1) เพื่อศึกษาถึงปัจจัยที่มีผลต่อการผลักดัน (ร่าง) พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ และ 2) เพื่อการวางแผนในการจัดทำยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อน (ร่าง) พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ในระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2547-2548) กรอบแนวคิดในการวิจัยครั้งนี้ เป็นการใช้องค์ความรู้เรื่องการจัดการเชิงกลยุทธ์ โดยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนคือ 1) การวิเคราะห์กลยุทธ์ (Strategic Analysis) 2) การกำหนดทางเลือกกลยุทธ์ (Strategic Choice) และ 3) การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ (Strategic Implementation) โดยในการวิเคราะห์กลยุทธ์เป็นการใช้เทคนิคการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและสภาพแวดล้อมภายใน (SWOT Analysis) เพื่อประกอบการวิเคราะห์บริบทของ (ร่าง) พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ และการกำหนดทางเลือกกลยุทธ์ใช้ SWOT Matrix เพื่อวิเคราะห์หายุทธศาสตร์ที่เหมาะสมกับบริบท และนำเสนอมาตรการในการปฏิบัติ การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการทบทวนและสังเคราะห์จากเอกสารที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่มย่อย ผลการวิจัยผู้วิจัยได้อาศัย ข้อมูลเชิงคุณภาพที่ได้มาทำการวิเคราะห์เชิงลึก (In-depth Analysis) การวิเคราะห์เนื้อหาสาระจากเอกสาร (Content Analysis) และการสังเคราะห์ข้อมูล (Focus Synthesis) ผลการศึกษาเกี่ยวกับบริบทของ (ร่าง) พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พบว่า จุดเด่นของสาระใน (ร่าง) พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ คือ การบูรณาการทางความคิดเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบเน้น การสร้างนำซ่อมที่อยู่บนพื้นฐานของความพอดี พอเพียง การมีระเบียบสำนักนายก รัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิรูประบบสุขภาพ พ.ศ. 2543 รองรับการยกร่างกฎหมาย ความเชื่อมโยงกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 นอกจากนี้กระบวนการระดมความคิดเห็นเพื่อร่างพระราชบัญญัติที่เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนทำให้ประชาชนกลุ่มหนึ่งเกิดความรู้สึกเป็น เจ้าของ และเกิดเครือข่ายสุขภาพในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันสำนักงานปฏิรูประบบ สุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบในการร่างพระราชบัญญัติเป็นองค์กรซึ่งจัดตั้งขึ้นตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีและมีภารกิจชัดเจน มีความเป็นอิสระสูง มีภาคีเครือข่ายที่หลากหลายเป็นผู้สนับสนุน และมีความพร้อมด้านทรัพยากรอย่างไรก็ตาม พบว่า (ร่าง) พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ มีข้อจำกัดในหลายประเด็น ทั้งในส่วนของสาระของพระราชบัญญัติ กระบวนการในการระดมความคิดและองค์กรที่รับผิดชอบ กล่าวคือ เนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติมีความครอบคลุมกว้างขวางเกินไป มีความเป็นนามธรรมสูง ความขัดแย้งทางความคิดกับระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม เน้นหนักสิทธิของผู้รับบริการ แต่ไม่ครอบคลุมสิทธิของผู้ให้บริการ และบางมาตรามีความขัดแย้งกับโครงสร้างอำนาจทางสังคมและกลุ่มผลประโยชน์ นอกจากนี้ในส่วนของกระบวนการในการระดมกับความคิดเห็นเพื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว พบว่า การร่างกฎหมายมีข้อจำกัดในการประยุกต์ความรู้ทางวิชาการ ขาดความเชื่อมโยงระหว่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติกับพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของรัฐบาล และจุดด้อยในส่วนขององค์กรที่รับผิดชอบในการร่างพระราชบัญญัติ คือ ข้อจำกัดเรื่องประสบการณ์ในการร่างกฎหมายโดยวิธีการระดมความคิดเห็นจากประชาชน และข้อจำกัดในการสื่อสารกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งกระทำยังไม่เต็มที่สำหรับสภาพแวดล้อมภายนอกของ (ร่าง) พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ในส่วนของโอกาสนั้น คือ ความตื่นตัวของประชาชนจากผลการปฏิรูประบบสุขภาพทำให้สามารถสื่อสารเรื่องสุขภาพได้ไม่ยาก ในส่วนของภาวะคุกคามนั้น คือ มติของคณะรัฐมนตรีที่เห็นว่า พระราชบัญญัตินี้ไม่มีความจำเป็นเนื่องจากมีกฎหมายฉบับอื่นอยู่ ประกอบกับโครงสร้างอำนาจทางการเมืองที่เข้มแข็งของฝ่ายรัฐบาล นโยบายประชานิยม ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมและการค้าเสรี ตลอดจนความพร้อมและความตระหนักของประชาชนเรื่องสุขภาพยังมีจำกัดสำหรับข้อเสนอแนะยุทธศาสตร์ในการผลักดัน (ร่าง) พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาตินั้น คณะผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์และกำหนดออกเป็นทางเลือกกลยุทธ์ 4 ทางเลือก ได้แก่ 1) การผลักดัน (ร่าง) พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติฉบับเดิม โดยอาศัยยุทธศาสตร์การเข้าชื่อเสนอกฎหมาย 2) การปรับปรุง (ร่าง) พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติและทำการผลักดันเข้าไปใหม่ โดยการปรับปรุงเนื้อหาบางมาตราที่มีปัญหา หรือการยกร่างเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับองค์กร และกลไกเพื่อการผลักดันเนื้อหาในส่วนอื่นต่อไป 3) การผลักดันให้เป็นรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่กฎหมาย โดยผลักดันเป็นนโยบายหรือแผนแม่บท และ 4) การขับเคลื่อนในภาคสังคม ซึ่งในทางเลือกที่สี่นี้สามารถดำเนินการพร้อมกับทางเลือกที่หนึ่งถึงสามได้ด้วย]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[สันติชัย อินทรอ่อน]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[จริยา บุณยะประภัศร]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุขยืน เทพทอง]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2547]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/17738">
    <dcterms:title><![CDATA[ชีวิตรักจอมพล ป.]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ป.พิบูลสงคราม, จอมพล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[นักการเมือง]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[จรูญ กุรานนท์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[โรงพิมพ์ประเสริฐอักษร]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2502]]></dcterms:date>
    <dcterms:issued><![CDATA[28 ส.ค.63]]></dcterms:issued>
    <dcterms:rights><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี]]></dcterms:rights>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF ]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
    <dcterms:type><![CDATA[หายาก]]></dcterms:type>
    <dcterms:identifier><![CDATA[ชีวประวัติและเรื่องราวความรักของจอมพลป. พิบูลสงคราม]]></dcterms:identifier>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/10299">
    <dcterms:title><![CDATA[แต่งไวยากรณ์และแปลอังกฤษสำหรับชั้นมัธยมปีที่ 6]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[แบบเรียน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ภาษาอังกฤษ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[จรูญ ส่องศิริ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:publisher><![CDATA[ประชาช่าง ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/10356">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือนิวเมธอดรีดเด้อ เล่ม 3 สำหรับชั้นมัธยมปีที่ 4]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[แบบเรียน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ภาษาอังกฤษ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[จรูญ ส่องศิริ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:publisher><![CDATA[ประชาช่าง]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[พ.ศ. 2490]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/17715">
    <dcterms:title><![CDATA[นิราศยุโรปและออสเตรเลีย]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ยุโรป]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ออสเตรเลีย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ลม้าย อุทยานานนท์,พลตรี,2451-2517]]></dcterms:subject>
    <dcterms:description><![CDATA[นายอัมพร บูลภักดิ์  พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพพลตรีลม้าย อุทยานนท์ ณ เมรุหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันที่ 12 มิถุนายน 2509]]></dcterms:description>
    <dcterms:abstract><![CDATA[ประวัติของพลตรีลม้าย อุทยานนท์ ด้านการศึกษา การอุปสมบท การสมรส ตำแหน่งราชการ และเรื่องนิราศยุโรป และออสเตรเลีย]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[จวบ หงสกุล,พลเรือตรี]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[ต้นฉบับอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[อรุณการพิมพ์]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2509]]></dcterms:date>
    <dcterms:issued><![CDATA[12 สิงหาคม 2563]]></dcterms:issued>
    <dcterms:rights><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี]]></dcterms:rights>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
    <dcterms:type><![CDATA[หนังสืองานศพ]]></dcterms:type>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9301">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการวิจัย การเกิดซ้ำของหินน้ำลายและเหงือกอักเสบในนักเรียนประถมศึกษาที่รับการขูดหินน้ำลายโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับตำบล อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Recurrent of calculus depositions and gingivitis in primary school student that scaled by healthworkers at District Health Centers in Amphur Chokechai Nakhonratchasima province]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การเกิดขึ้นซ้ำของหินน้ำลายและเหงือกอักเสบในเด็กนักเรียนประถมศึกษา	การศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบการเกิดขึ้นซ้ำของหินน้ำลายและเหงือกอักเสบของเด็กนักเรียนประถมศึกษา อายุ 10-12 ปี ในกลุ่มโรงเรียนที่มีการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันที่เข้มงวดสม่ำเสมอ และกลุ่มโรงเรียนที่มีการแปรงฟันหลังอาหารกลางวันที่ไม่เข้มงวดสม่ำเสมอในอำเภอโชคชัย กลุ่มละ 4 โรงเรียน จำนวน 141 และ 147 คน ได้รับการคัดเลือกแบบเจาะจงตามเกณฑ์ ที่กำหนดในสองกลุ่มศึกษาตามลำดับ การเก็บข้อมูลโดยใช้ดัชนี Volpmanhold วัดการสะสมหินน้ำลาย และใช้ Gingival Index ในการวัดสภาพเหงือกโดยผู้ตรวจจำนวน 1 คน ในระยะเวลา 5 เดือน และ 8 เดือน หลังการขูดหินน้ำลายโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับตำบลที่ผ่าน การอบรมแล้ว ผลการศึกษาพบว่าการเกิดซ้ำของหินน้ำลายของทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ((=0.05) โดยในกลุ่มโรงเรียนที่เข้มงวดมีการสะสมของหินน้ำลาย ในระยะ 5 และ 8 เดือน ในกลุ่มโรงเรียนที่เข้มงวดเป็น ร้อยละ 45.4 และ 27.0 ตามลำดับ ในขณะที่กลุ่ม โรงเรียนที่ไม่เข้มงวดพบนักเรียนที่ไม่มีการสะสมของหินน้ำลายเป็น ร้อยละ 30.66 และ 19.0 ตามลำดับ ในกลุ่มที่มีการสะสมของหินน้ำลายพบว่ากลุ่มที่ไม่เข้มงวดมีการสะสมของหินน้ำลายโดยเฉลี่ยมากกว่ากลุ่มที่มีการเข้มงวดในทั้งสองระยะเวลา โดยกลุ่มที่เข้มงวดพบว่ามีร้อยละของผู้ที่มีการสะสมของหินน้ำลายเป็นปริมาณมาก (&gt; 12 มม. ขึ้นไป) เป็น 9.2 และ 9.2 ตามลำดับ ในขณะที่กลุ่มไม่เข้มงวดพบร้อยละ 18.4 และ 22.1 ตามลำดับ สำหรับสภาพเหงือกอักเสบ พบว่าไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกลุ่มโรงเรียนที่เข้มงวดและกลุ่มโรงเรียนที่ไม่เข้มงวด ทั้งในระยะ 5 และ 8 เดือน โดยพบเพียงสภาพเหงือกอักเสบเล็กน้อยและปานกลางเท่านั้น ไม่พบสภาพเหงือกอักเสบรุนแรงในทั้งสองกลุ่มตลอดระยะเวลาศึกษา ผลการศึกษาชี้ถึงสัมฤทธิผลที่ต่ำของการขูดหินน้ำลายในนักเรียนประถมศึกษาโดยทั่วไป และความจำเป็นในการทบทวนมาตรการการรณรงค์ขูดหินน้ำลายในนักเรียนประถมศึกษาที่ดำเนินการอยู่	]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[จอนสัน พิมพิสาร...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9872">
    <dcterms:title><![CDATA[การสร้างเสริมสุขภาพสำหรับพนักงานโรงงานและคนงานก่อสร้าง : บทบาทของการตลาดเพื่อสังคม]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การส่งเสริมคุณภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[จอมขวัญ โยธาสมุทร...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
