<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/17569">
    <dcterms:title><![CDATA[62.ธมฺมปทวณฺณาธมฺมปทฎฐกถา ขุทฺทกนิกายฎฐกถา.(พฺรชมฺมฺมปทขั้นต้น).]]></dcterms:title>
    <dcterms:title><![CDATA[63.ธมฺมปทวณฺณนาธมฺมปทฎฐฺกถา ขุทฺทกนิกายฎฐกถา. (พฺรชมฺมปทบนปลาย).]]></dcterms:title>
    <dcterms:title><![CDATA[64.อาทิตมฺทวณฺณนา (ปฐม) สมนฺตปาสาทิกา วินัยฎฐถา (ปฐมสามนฺต).]]></dcterms:title>
    <dcterms:title><![CDATA[65. จิญจมานวิกาวตฺถุ.(จิญจมานวิกาวตฺถฺ.(จิญฺจมานวิกา).]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระธรรมเทศนา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระไตรปิฎก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระอภิธรรมเทศนา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[อรรถกถา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ขุททกนิกายกถา – พระธรรมเทศนา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สมันตปาสาทิกา – พระวินัยปิฎก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[จิญจมานวิกา – พระไตรปิฎก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[เรื่องที่ 62,63 มีเนื้อหาเกี่ยวกับธรรมเทศนา เรื่องพุทธนิกายกถา เป็นส่วนหนึ่งในสุตตันตปิฎก อักษรที่ใช้เป็นอักษรขอม ภาษาบาลี เส้นจาร ฉบับทอง - ทึบจานดิบ ไม้ประกับธรรมดา ได้มาจากวัดสวนมะม่วงทั้งหมด 4 ผูก แต่งโดยพระพุทธโฆษาจารย์ ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:abstract><![CDATA[เรื่องที่ 64 มีเนื้อหาเกี่ยวกับสมันตปาสาทิกา คือคัมภีร์อรรถกถาที่อธิบายขยายความพระวินัยปิฎก อักษรที่ใช้เป็นอักษรขอม ภาษาบาลี เส้นจาร ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้มาจากวัดสวนมะม่วง มีทั้งหมด 2  ผูก แต่งโดยพระพุทธโฆษจารย์]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:abstract><![CDATA[เรื่องที่ 65 มีเนื้อหาเกี่ยวกับจิญจมาณวิกา หรือเรียกโดยย่อว่า จิญจา เป็นสตรีที่เชื่อว่ามีชีวิตอยู่ในพุทธศาล โดยในพระไตรปิฎกได้กล่าวถึงความเฉลียวฉลาดในมารยาหญิง นับถือศรัทธาลัทธิเดียรถีย์ มีเจตนาเพื่อทำลายพระพุทะเจ้า]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[เรื่องที่ 62 – 64 พระพุทธโฆษาจารย์   เป็นผู้แต่ง]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[เรื่องที่ 65  ไม่ปรากฎ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[-]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:issued><![CDATA[6 สิงหาคม 2563]]></dcterms:issued>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:type><![CDATA[ใบลาน]]></dcterms:type>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/17570">
    <dcterms:title><![CDATA[66. สตฺตปกรณาภิธฺม. (พระธาตุกถาปกรณ_เผด็จ_พระสมนฺตมหาปฎฺฐาน).]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระไตรปิฎก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระธรรมเทศนา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระอภิธรรมปิฎก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[อรรถกถา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ธาตุกถาปกรณีอรรถกถา – พระอภิธรรมปิฎก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[เรื้องที่ 66  คัมภีร์ใบลานผูกนี้ ได้มาจากวัดสวนมะม่วงทั้งหมด อักษรที่ใช้เป็นอักษรขอม ภาษาบาลี – ไทย เส้นที่ใช้เป็นเส้นจาร ฉบับทองทึบ- ล่องชาด  มีทั้งหมด 7  ผูก ที่หอสมุด มีผูก 3, 3ก – 3ข, 4-7<br />
        มีเนื้อหาเกี่ยวกับอรรถกถาเรื่องธาตุกถาปกรณ์อรรถกถา เป็นคัมภีร์ที่อธิบายความในธาตุกถาปกรณ์ ในพระอภิธรรมปิฎกของพระไตรปิฎกภาษาบาลี เป็นส่วนหนึ่งของปรมัตถทีปนี หรือปัญจัปปรกรณ์ณัฏฐกถา เป็นการอธิบายเนิ้อความในปกรณ์ทั้ง 5 ของพระอภิธรรมปิฎก<br />
]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:source><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[-]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:issued><![CDATA[6 สิงหาคม 2563]]></dcterms:issued>
    <dcterms:format><![CDATA[E-Book]]></dcterms:format>
    <dcterms:type><![CDATA[ใบลาน]]></dcterms:type>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/17275">
    <dcterms:title><![CDATA[66. สตฺตปิปกรณาภิธมฺม (พระธาตุกถาปกรณเผด็จ_พระสมนฺตมหาปฎฐาน)    ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระไตรปิฎก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระธรรมเทศนา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระอภิธรรมเทศนา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[อรรถกถา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[พระคัมภีร์ใบลานนี้ ได้มาจากวัดสวนมะม่วง ต.วัดใหม่ อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2532 เป็นคัมภีร์อักษรขอมทั้งผูก ชื่อเรื่องแปลเป็นภาษาบาลี-ไทย  ตัวอักษรหนังสือเป็นเส้นจาร ฉบับทองทึบ-ล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา มีทั้งหมด 7 ผูก หอสมุดแห่งชาติฯ มีผูก 3 , 3ก-3ข , 4-7<br />
เนื้อหาเกี่ยวกับอรรถกถา เรื่องธาตุกถาปกรณ์อรรถกถา เป็นคัมภีร์อธิบายความในธาตุกถาปกรณ์ ในพระอภิธรรมปิฎก ของพระไตรปิฎกภาษาบาลี เป็นส่วนหนึ่งของปรมัตถทีปนี หรือปัญจัปปกรณ์ณัฏฐกาถา เป็นการอธิบายเนื้อความในปกรณ์ทั้ง 5 ของพระอภิธรรมปิฎก<br />
]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[-]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[-]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:issued><![CDATA[31 มีนาคม 2563]]></dcterms:issued>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[บาลี-ไทย]]></dcterms:language>
    <dcterms:type><![CDATA[ใบลาน]]></dcterms:type>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/17571">
    <dcterms:title><![CDATA[67. สตฺตปปกรณาภิธฺม. (พระอภิธมฺมสังคิณีปกรณา_พระมหาปัฎฐาน).]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระไตรปิฎก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระอภิธรรมปิฎก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ธรรมะ  ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[    เรื่องที่ 67   คัมภีร์ใบลานผูกนี้ ได้มาจากวัดสวนมะม่วงทั้งหมด อักษรที่ใช้เป็นอักษรขอม ภาษาบาลี – ไทย ตัวอักษรที่ใช้เป็นเส้นจาร ฉบับทองทึบ- ล่องชาด  ไม้ประกับธรรมดา มีทั้งหมด 7  ผูก <br />
        มีเนื้อหาเกี่ยวกับธรรมเทศนา เรื่องพระอภิธรรมปิฎก  เป็นปิฎกฉบับหนึ่งในปิฎกทั้งสามในพระไตรปิฎกภาษาบาลี ซึ่งอภิธรรม แปลว่า ธรรมอันยิ่ง ปิฎกฉบับอภิธรรมนั้นเรียก พระอภิธรรมปิฎก ซึ่งว่าด้วยประมวลหลักธรรมและถ้าอธิบายที่เป็นหลักวิชาล้วนๆ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และบุคคลเลย<br />
]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:source><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[-]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:issued><![CDATA[6 สิงหาคม 2563]]></dcterms:issued>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:type><![CDATA[ใบลาน]]></dcterms:type>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/17276">
    <dcterms:title><![CDATA[67. สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (พระอภิธมฺมสงฺคิณีปกรณา_พระมหาปัฎฐาน) ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระไตรปิฎก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระอภิธรรมปิฎก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ธรรมะ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[พระคัมภีร์ใบลานนี้ ได้มาจากวัดสวนมะม่วง ต.วัดใหม่ อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2532 เป็นคัมภีร์อักษรขอมทั้งผูก ชื่อเรื่องแปลเป็นภาษาบาลี-ไทย  ตัวอักษรหนังสือเป็นเส้นจาร ฉบับทองทึบ-ล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา มีทั้งหมด 7 ผูก <br />
เนื้อหาเกี่ยวกับพระธรรมเทศนา เรื่องพระอภิธรรมปิฎก เป็นปิฎกฉบับหนึ่งในปิฎกทั้งสามใน “พระไตรปิฎกของภาษาบาลี” ซึ่งคำว่า อภิธรรม แปลว่า “ธรรมอันยิ่ง” ปิฎกฉบับนั้นเรียก “พระอภิธรรมปิฎก” ซึ่งว่าด้วยประมวลหลักธรรมและคำอธิบายที่เป็นหลักวิชาล้วนๆ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และบุคคลเลย<br />
]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[-]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[-]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[บาลี-ไทย]]></dcterms:language>
    <dcterms:type><![CDATA[ใบลาน]]></dcterms:type>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/17572">
    <dcterms:title><![CDATA[68. ภิกษุปาติโมกฺข. (พรปาฎิโมกขปาริสุทศีล_ปริปุณณนิฏฐิตา).]]></dcterms:title>
    <dcterms:title><![CDATA[69. วินัยสิกขาปทวินิจฉัย. (พฺรวินัยสิกขาปัท_วิรันเฉยฺยเผท็จ).]]></dcterms:title>
    <dcterms:title><![CDATA[70. วสฺสูปนายกขนฺธกวินิจฺฉย. (วสฺสุปณายิกฺ_ขนธปริปุณาแล).]]></dcterms:title>
    <dcterms:title><![CDATA[71. ปวารณาขนฺธกวินิจฺฉย. (ปวารณาขนฺธ_วินิจฺเฉยฺยเผทจปริปุณณ).]]></dcterms:title>
    <dcterms:title><![CDATA[72.สงฺคีตกถา.(พฺรปธมสงฺคายนา_พฺรปญจม_สงฺคายนายผฺทจ).]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระไตรปิฎก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ภิกษุปาติโมกข์]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[อรรถกถาธรรม – พระไตรปิฎก<br />
]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[วันออกพรรษา – โอวาทพระพุทธเจ้า]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การสังคายนา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[เรื่องที่ 68 มีเนื้อหาเกี่ยวกับภิกขุปาติโมกข์ ซึ่งก็คือบรรดาสิกขา 3 คือศีล สมาธิ ปัญญา ที่พระสงฆ์พึงปฏิบัติจำนวน 227 ข้อ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:abstract><![CDATA[    เรื่องที่ 69 มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระไตรปิฎก ในส่วนของพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฎข้อบังคับ เกี่ยวกับความประพฤติของพระสงฆ์]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:abstract><![CDATA[    เรื่องที่ 70 มีเนื้อหาเกี่ยวกับอรรถกถาธรรม ในส่วนหนึ่งของคัมภีร์พระไตรปิฎก]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:abstract><![CDATA[เรื่องที่ 71 มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา โดยวันมหาปวารณาเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนา ตรงกับวันสุดท้ายของการจำพรรษา 3 เดือนคือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระภิกษุทำการปวารณา คือยอมให้ว่ากล่าว ตักเตือนกัน]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:abstract><![CDATA[    เรื่องที่ 72  มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสังคายนา โดยสังคติปริยาย สังคีติกถา – สังฆการี คือถ้อยคำ หรือการบรรยาย เล่าเรื่อง    แถลงความ  เรื่องการสังคายนา   ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[เรื่องที่ 68 พระพุทธพจน์ เป็นผู้เต่ง]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[เรื่องอื่นไม่ปรากฎ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[-]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:issued><![CDATA[6 สิงหาคม 2563]]></dcterms:issued>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:type><![CDATA[ใบลาน]]></dcterms:type>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/17277">
    <dcterms:title><![CDATA[68. ภิกฺขุปาติโมกฺข (พฺรปาติโมกฺขปาริสุทธฺสีล_ปริปุณฺณนิฏฺฐิตา)]]></dcterms:title>
    <dcterms:title><![CDATA[69. วินยสิกฺขาปทวินิจฺฉย (พฺรวินยสิกฺขาปท_วินิจฺเฉยฺยเผฺทจ) ]]></dcterms:title>
    <dcterms:title><![CDATA[70. วสฺสูปนายิกขนฺธวินิจฺฉย (วสฺสูปณายิกฺก_ขนฺธปริปุณาแล) ]]></dcterms:title>
    <dcterms:title><![CDATA[71. ปวารณาขนฺธกวินิจฺฉย (ปวารณาขนฺธวินิจฺเฉยฺยเผฺทจปริปุณฺณ) ]]></dcterms:title>
    <dcterms:title><![CDATA[72. สงฺคีติกถา (พฺรปฐมสงฺคายนาย_พฺรปญฺจมสงฺคายนายเผฺทจ) ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระไตรปิฎก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การสังคายนา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระพุทธศาสนา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[เรื่องที่ 68 มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ภิกขุปาติโมกข์ ซึ่งก็คือบรรดาสิกขา 3 คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ที่พระสงฆ์พึงปฏิบัติ จำนวน 227 ข้อ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:abstract><![CDATA[เรื่องที่ 69 มีเนื้อหาเกี่ยวกับ พระไตรปิฎก ในส่วนของพระวินัยปิฎก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ที่เป็นกฎข้อบังคับเกี่ยวกับความประพฤติของพระสงฆ์]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:abstract><![CDATA[เรื่องที่ 70 มีเนื้อหาเกี่ยวกับอรรถกถาธรรม ในส่วนหนึ่งของคัมภีร์พระไตรปิฎก ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:abstract><![CDATA[เรื่องที่ 71 มีเนื้อหาเกี่ยวกับ พระพุทธศาสนา โดยวันมหาปวารณาเป็นวันสำคัญในพุทธกาล ตรงกับวันสุดท้ายของการอยู่จำพรรษา 3 เดือน คือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระภิกษุทำการปวารณา คือยอมให้ว่ากล่าว ตักเตือนกัน]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:abstract><![CDATA[เรื่องที่ 72 มีเนื้อหาเกี่ยวกับ การสังคายนา โดยสังคีติปริยาย สังคีติกถา-สังฆการี คือถ้อยคำ หรือการบรรยาย เล่าเรื่อง แถลงความเรื่องการสังคายนา]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[เรื่องที่ 68 พระพุทธพจน์ เป็นผู้เเต่ง]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[-]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:issued><![CDATA[31 มีนาคม 2563]]></dcterms:issued>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[เรื่องที่ 68 บาลี]]></dcterms:language>
    <dcterms:language><![CDATA[เรื่องที่ 69-72 บาลี-ไทย]]></dcterms:language>
    <dcterms:type><![CDATA[ใบลาน]]></dcterms:type>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/10629">
    <dcterms:title><![CDATA[7 case studies of innovalive primary health care in Thailand]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[สาธารณสุขมูลฐาน--ไทย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข<br />
]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข<br />
]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ<br />
]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[อังกฤษ<br />
]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/12350">
    <dcterms:title><![CDATA[7 ตำนานสมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว<br />
]]></dcterms:title>
    <dcterms:description><![CDATA[&quot;๗ ตำนานสมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว<br />
<br />
<br />
ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ประเทศสยามมีการต่อสู้ในรูปแบบต่างๆ มากมาย ทั้งจากการขยายอิทธิพลของชาวตะวันตก ท่ามกลางการปฏิวัติอุตสาหกรรมและความพยายามที่จะเปิดการค้าเสรี ประเทศสยามในช่วงรัชกาลที่ ๒ และรัชกาลที่ ๓ ต้องตกอยู่ท่ามกลางอำนาจการขยายอิทธิพลของชาวตะวันตก<br />
<br />
(๑) การเจรจาต่อรองกับชาติตะวันตกในด้านการเมืองและการค้า เช่น การเจรจากับรัฐบาลอังกฤษ พ.ศ. ๒๓๙๓ สมัยรัชกาลที่ ๓ ในเรื่องของ “ขอแก้ไขสนธิสัญญาเบอร์นี” โดยมีสาระสำคัญคือ ให้สยามยกเลิกอากรขาเข้า อนุญาตให้มีการส่งข้าวออกโดยเสรี และยินยอมให้ประเทศอังกฤษตั้งสถานทูตในประเทศ เพื่อดูแลชาวอังกฤษที่อยู่ในประเทศ แต่การขอแก้ไขครั้งนี้เราต้องได้รับผลกระทบมากมาย ดังนั้นในรัชกาลที่ ๓ จึงไม่ยินยอมในการตกลง ท่ามกลางความกดดันจากประเทศมหาอำนาจ<br />
<br />
(๒) การเข้ามาของคณะผู้เผยแผ่ศาสนาคริสต์ ทั้งนิกายโรมันคาทอลิก นิกายโปรเตสแตนต์ และการเข้ามาของมิชชันนารีอเมริกัน โดยคณะเหล่านี้ได้เข้ามาถ่ายทอดอารยธรรมตะวันตกแก่สังคมสยาม<br />
<br />
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ต้องตระหนักว่า ประเทศสยามกำลังถูกคุกคามจากประเทศตะวันตกแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในบรรดาประเทศเพื่อนบ้านมากมายก็เจอชะตากรรมแบบเดียวกับประเทศสยาม และต้องพ่ายแพ้ให้กับชาติตะวันตก เช่น พม่าถูกยึดครองโดยประเทศอังกฤษและกัมพูชาที่ถูกยึดครองโดยประเทศฝรั่งเศส ฯลฯ แต่ประเทศสยามเป็นประเทศที่สามารถก้าวพ้นภัยคุกคามจากประเทศตะวันตกมาได้ และคงรักษาเอกราชจนมาถึงทุกวันนี้ ก็เพราะพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์ที่ช่วยให้ประเทศสยามหลุดพ้นจากภัยคุกคาม ถึงจะมีความยากลำบากแต่พระองค์ทรงทำทุกวิถีทาง ทั้งการปฏิรูปการปกครอง การเรียนรู้เรื่องศาสตร์ต่างๆ เช่น ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาต่างประเทศและเทคโนโลยี จนทำให้พระองค์แตกฉาน ทรงเข้าถึงความรู้ในพื้นฐานของสังคม อารยธรรมตะวันตก และวิเคราะห์ถึงผลอันจะเกิดขึ้นประเทศได้เป็นอย่างดี<br />
<br />
พระมหากษัตริย์ที่ช่วยให้ประเทศสยามหลุดพ้นจากภัยคุกคาม คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ด้วยพระราโชบาย (นโยบาย) “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” คือ แทนที่จะให้ประเทศสยามขัดขืนและต่อต้านไม่ให้ชาวต่างประเทศเข้ามาประเทศสยามหรือการปิดประเทศ ซึ่งพระองค์ทรงทราบดีอยู่ว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องตกเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มมหาอำนาจอย่างแน่นอน<br />
<br />
เมื่อเป็นเช่นนี้สิ่งที่จะทำให้หลุดพ้นมหาอำนาจตะวันตกได้ ประเทศสยามจะต้องพัฒนาสังคมบ้านเมืองให้มีความเจริญตามอารยธรรมตะวันตก<br />
<br />
การสร้างกติกาหรือสนธิสัญญาเพื่อเป็นอำนาจในการต่อรอง และเปิดโอกาสในการถ่ายทอดความเจริญต่างๆ จากฝั่งตะวันตก เช่น การศึกษา การปกครอง ประเพณี การทหาร การสื่อสารและคมนาคม ยอมปรับเปลี่ยนลดเพิ่มเพื่อความเป็นอยู่ของชาวสยามอย่างมีความสุข สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้ประเทศรอดพ้นจากการเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตกจนมาถึงทุกวันนี้<br />
<br />
ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้พระองค์ทรงถูกยกย่องว่าเป็น “พระบิดาแห่งการปฏิรูป” ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ในด้านวิทยาศาสตร์ พระองค์ทรงได้รับการยกย่องว่า “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” และพระราชกรณียกิจในด้านการส่งเสริมการพิมพ์และการเผยแพร่ข้อมูลแก่ประชาชนไทย จึงได้รับการยกย่องว่าเป็น “พระบิดาแห่งนิเทศศาสตร์ไทย”&quot;<br />
]]></dcterms:description>
    <dcterms:creator><![CDATA[วศิน ปัญญาวุธตระกูล<br />
]]></dcterms:creator>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักพิมพ์ DMG<br />
]]></dcterms:publisher>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/12352">
    <dcterms:title><![CDATA[7 ตำนานสมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช<br />
]]></dcterms:title>
    <dcterms:description><![CDATA[&quot;กว่าที่ชนชาติใดจะรวมตัวกันก่อร่างสร้างตัวขึ้นเป็นประเทศที่มีอาณาเขต ดินแดน และอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนของตนเองโดยสมบูรณ์ได้นั้น บรรพชนของแต่ละชนชาติล้วนต้องต่อสู้ฝ่าฟันมาอย่างเหนื่อยยากตรากตรำเหลือคณานับ ทั้งการรวมชาติ สร้างชาติ กู้ชาติ รักษาชาติ และพัฒนาชาติ โดยมีผู้นำชาติและประชาชนเป็นกำลังสำคัญ<br />
<br />
ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน บนเส้นทางประวัติศาสตร์ของชนชาติไทย ผู้นำชาติคือสมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งแผ่นดินสยามและประชาชนผู้รักชาติรักแผ่นดิน ได้ร่วมกันสร้างบ้านแปลงเมือง สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศนี้นับเนื่องยาวนานกว่า ๗๐๐ ปีมาแล้ว และเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าด้วยพระปรีชาสามารถและความเป็น “ธรรมราชา” ที่ทรงไว้ซึ่งทศพิธราชธรรมของสมเด็จพระบูรพกษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ทำให้ยังมีชื่อ “ประเทศไทย” ปรากฏอยู่บนแผนที่โลกอย่างสง่างามตราบจนถึงทุกวันนี้<br />
<br />
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งแผ่นดินสยาม ๗ พระองค์ คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช แห่งแผ่นดินสุโขทัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งแผ่นดินอยุธยา สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แห่งแผ่นดินธนบุรี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช แห่งแผ่นดินรัตนโกสินทร์<br />
<br />
๗ ตำนานสมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช<br />
<br />
<br />
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มหาราชที่ราษฎรทั้งหลายรักและเคารพรักพระองค์อย่างเหลือล้น เหตุที่ราษฎรมีความรักพระองค์อย่างสุดซึ้ง เพราะพระองค์ทรงพระเกียรติคุณใหญ่หลวงแก่อาณาประชาราษฎร์ ทุกพระราชกรณียกิจของพระองค์ล้วนเพื่อความร่มเย็นของชาติบ้านเมืองและพสกนิกรชาวไทย ตลอดรัชสมัย พระองค์ทรงวางรากฐานต่างๆ เพื่อให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองทัดเทียมกับต่างประเทศ ทั้งในด้านการศึกษา การสื่อสาร การคมนาคม การเลิกทาส ฯลฯ ด้วยเหตุนี้เองพระองค์จึงเป็นพระราชาผู้ยิ่งใหญ่อันเป็นที่รักของราษฎร&quot;<br />
]]></dcterms:description>
    <dcterms:creator><![CDATA[วศิน ปัญญาวุธตระกูล<br />
]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[<br />
]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักพิมพ์ DMG<br />
]]></dcterms:publisher>
</rdf:Description></rdf:RDF>
