<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9795">
    <dcterms:title><![CDATA[กระบวนการออกจากระบบราชการขององค์การมหาชน: กรณีศึกษาโรงพยาบาลบ้านแพ้ว]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Autonomize process of Banphaew hospital]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรงพยาบาล -- การบริหาร]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[กระบวนการออกจากระบบราชการขององค์การมหาชน: กรณีศึกษาโรงพยาบาลบ้านแพ้วจเด็จ ธรรมธัชอารี, แพร จิตตินันทน์, มยุรี ธนะทิพานนท์	การปรับเปลี่ยนโรงพยาบาลบ้านแพ้วให้เป็นองค์การมหาชน เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่มีพัฒนาการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารโรงพยาบาลในอดีต จนมาถึงการปรับเปลี่ยนองค์กร	การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) โดยมีกระบวนการศึกษา ด้วยการทบทวนวรรณกรรม,ออกแบบสอบถามแก่กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ,สัมภาษณ์กลุ่มต่างๆ,และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก	วัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อวิเคราะห์ถึงปฏิสัมพันธ์ของบุคคลและเงื่อนไขเชิงระบบ และแสดงบทเรียนที่เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการเปลี่ยนแปลง	ผลการศึกษาพบว่า พบว่ากระบวนการออกนอกระบบของโรงพยาบาลบ้านแพ้วมีความล่าช้ากว่ากำหนดและมีขั้นตอนที่สำคัญเกิดขึ้นมากมายในช่วงการปรับเปลี่ยนนั้น เมื่อพิจารณาจากผลที่เกิดขึ้นมีประเด็นที่น่าสนใจหกประเด็นได้แก่การลดความซ้ำซ้อนในการบริหาร ในการออกพระราชกฤษฎีกาทำให้ความซ้ำซ้อนในทางโครงสร้าง การจัดซื้อจัดจ้างลดลง และทำให้เกิดนวัตกรรมในการทำงานใหม่ๆเพื่อลดความซ้ำซ้อนได้ เช่น การให้เอกชนเข้าร่วมในการจ่ายยาการกระจายทรัพยากร ในเรื่องของบุคลากรมีการปรับสัดส่วนของบุคลากรต่างๆ มีทั้งส่วนที่ลดลงและเพิ่มขึ้น เช่น เพิ่มจำนวนบุคลากรในแผนกบัญชี และประชาสัมพันธ์ ลดคนครัว และคนงานบางประเภท ทางด้านงบประมาณมีการจ่ายเป็นรายหัวประชากรโดยได้รับหัวละ 782 บาทไม่รวมข้าราชการและประกันสังคมในพื้นที่และโรงพยาบาลมีหน้าที่ในการจัดสรรงบประมาณให้กับสถานีอนามัยการเพิ่มประสิทธิภาพ โรงพยาบาลบ้านแพ้วมีอิสระในการบริหารบุคคลทำให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดบุคลากรและการจ่ายค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน เมื่อพิจารณาผลทางด้านการเงินพบว่าจากเดิมก่อนออกนอกระบบโรงพยาบาลบ้านแพ้วซึ่งอยู่ในภาวะการเงินที่มีหนี้สินมากกว่าเงินบำรุงกลับทำกำไรจากการดำเนินงานในรอบ 4 เดือน ถึง 6.4 ล้านบาทแต่อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณารายละเอียดจะพบว่ามีรายรับบางส่วนที่เป็นส่วนที่เกิดเฉพาะกรณีเช่น การตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าวในรอบ 4 เดือน โรงพยาบาลบ้านแพ้วมีรายได้จากการตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าวถึง 6.7 ล้านบาท ความรับผิดชอบ โรงพยาบาลบ้านแพ้วมีภาระที่มีต่อประชาชนมีความชัดเจนในการให้บริการและการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล สร้างความรับรู้ของชุมชนมากขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลจากโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคทำให้เกิดกระแสการตรวจสอบมากขึ้นเรื่อยๆ ในส่วนความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริหารเนื่องจาก หลังออกนอกระบบของโรงพยาบาลบ้านแพ้วคณะกรรมการบริหารเป็นคณะกรรมการชั่วคราวและการประชุมประมาณเดือนละ 1 ครั้งทำให้การตรวจสอบยังไม่ชัดเจนนัก ในส่วนของหน่วยงานอื่นที่มีผลต่อโรงพยาบาลพบว่าในช่วงต้นก่อนการออกนอกระบบทุกอย่างเป็นไปอย่างล่าช้า แต่เมื่อมีนโยบายรัฐบาลในโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคทำให้โรงพยาบาลบ้านแพ้วได้รับการกล่าวขานถึงอย่างมากการเมือง ในระดับประเทศก่อนออกนอกระบบพบว่ามีทั้งผู้เห็นด้วยและคัดค้านมีผลทำให้เกิดความล่าช้าในการออกนอกระบบ แต่ก็สามารถออกเป็นโรงพยาบาลอิสระในกำกับของรัฐได้ด้วยการผลักดันของหน่วยงานอื่นๆ หลายหน่วย ในส่วนของระดับพื้นที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างมากจนทำให้เกิดการประท้วงของชาวบ้านก่อนการออกนอกระบบ และมีผลทำให้เกิดความปั่นป่วนในโรงพยาบาลอย่างมาก แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ พบว่านโยบายของรัฐบาลค่อนข้างสนับสนุนการออกนอกระบบของโรงพยาบาลบ้านแพ้วทำให้ความร่วมมือในทุกระดับเกิดความชัดเจนขึ้นการมีส่วนร่วมของชุมชน พบว่าก่อนการออกนอกระบบของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ได้มีการนำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารโรงพยาบาลในรูปของคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลภาคเอกชน และมีการทำงานร่วมกับกลุ่มโรตารีอย่างดี หลังการออกนอกระบบของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว 4 เดือนยังไม่สามารถตั้งคณะกรรมการบริหารในส่วนของชุมชนได้ ยังอยู่ในขั้นตอนของการของการสรรหาอยู่ การประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนรับรู้มีปัญหาในช่วงแรกเนื่องจากความไม่แน่นอนของการปรับเปลี่ยน แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลมีความชัดเจนขึ้นทำให้ประชาชนมีการรับรู้มากขึ้นการติดตามผลของการปรับองค์กรของโรงพยาบาลบ้านแพ้วยังต้องการการศึกษาเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบอีกเพื่อตอบคำถามให้ได้ว่าการปรับองค์กรของโรงพยาบาลบ้านแพ้วเพื่อให้เป็นองค์การมหาชนนั้นมีส่วนทำให้เกิดผลดีต่อองค์กร ต่อนโยบาย และต่อระบบสุขภาพโดยรวมอย่างไร]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[จเด็จ ธรรมธัชอารี]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[แพร จิตตินันทน์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[มยุรี ธนะทิพานนท์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2544]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8966">
    <dcterms:title><![CDATA[กระบวนการเกี่ยวกับการรับเรี่องร้องเรียน ด้วยตนอง &amp; ทางโทรศัพท์]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การร้องเรียน<br />
การร้องทุกข์]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สำนักงานเลขานุการกรม กรมสอบสวนคีพิเศษ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักงานเลขานุการกรม กรมสอบสวนคีพิเศษ]]></dcterms:source>
    <dcterms:rights><![CDATA[กรมสอบสวนคดีพิเศษ<br />
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ]]></dcterms:rights>
    <dcterms:format><![CDATA[JPG]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9779">
    <dcterms:title><![CDATA[กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของพหุภาคีในการร่วมปฏิบัติการเพื่อลดการใช้สารเคมีควบคุมศัตรูพืชในจังหวัดพิจิตร]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[The participatory learning of alliance of agricultural action to reduce pesticide using : case study in Phichit province]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ยากำจัดศัตรูพืช]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สารเคมีทางการเกษตร -- แง่สิ่งแวดล้อม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของพหุภาคีในการร่วมปฎิบัติการเพื่อลดการใช้สารเคมีในการควบคุมศัตรูพืชในจังหวัดพิจิตร การศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการวิเคราะห์สถานการณ์ เงื่อนไข ปัจจัยและกระบวนการเชิงระบบ ที่มีผลต่อการลดการใช้สารเคมีในภาคการเกษตรของเกษตรกร รวมทั้งศึกษาแผนในการขยายผลการปรับเปลี่ยนการผลิตโดยการลดเลิกการใช้สารเคมีของเกษตรกรในจังหวัดพิจิตร โดยคัดเลือกพื้นที่ศึกษา จำนวน 3 ชุมชนจาก 3 อำเภอของจังหวัดพิจิตร เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้นำชุมชน ผู้นำกลุ่มเกษตรกร และสมาชิกในชุมชน โดยวิธีการสัมภาษณ์ สังเกต และเสวนากลุ่มย่อย โดยเตรียมคำถามปลายเปิดไว้ล่วงหน้า เมื่อได้ข้อมูลแล้วนำข้อมูลมาตรวจสอบตามวัตถุประสงค์ วิเคราะห์คำตอบโดยพรรณนาเชิงอธิบาย อ้างอิงเหตุผล อธิบายจากทฤษฎีและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง เขียนรายงานการศึกษาตามลำดับหัวข้อที่ทำการศึกษาโดยพรรณนา ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการลด เลิกการใช้สารเคมีของเกษตรกรในจังหวัดพิจิตร ได้แก่1.ปัจจัยนำการตรวจสุขภาพประจำปีโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรรมโดยการใช้สารเคมี มีอัตราการแพ้พิษสารเคมีในอัตราที่สูง พร้อมทั้งสุขภาพเสื่อมโทรม เจ็บป่วยต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นประจำ ภาวะการขาดทุนจากการทำการเกษตรที่มีต้นทุนการผลิตสูงซึ่งเกิดจาก การใช้สารเคมีที่มีราคาแพง แต่ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ 1.3 การได้รับความรู้ด้านเกษตรกรรมปลอดสารพิษจากผู้นำเกษตรกร ซึ่งมีโอกาสได้เข้ารับการอบรมเสริมความรู้ทั้งจากภาครัฐและเอกชน มาถ่ายทอดประสบการณ์ซึ่งกันและกันในชุมชน 1.4 ความเชื่อมั่นในประสิทธิผลของเกษตรกรรมปลอดสารพิษ จาการที่ได้มีโอกาสอบรม และศึกษาดูงานในพื้นที่ซึ่งดำเนินงานด้านเกษตรปลอดสารพิษ ซึ่งประสบผลสำเร็จมาแล้ว 2.ปัจจัยเอื้อ 2.1 การสนับสนุนด้านแหล่งทุนและวิชาการ จากองค์กรต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐ และเอกชนการได้ร่วมจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการฝึกปฏิบัติ และการมีส่วนร่วม ที่จัดโดยภาครัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชน การติดต่อสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพรวดเร็ว ทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี ความเข้าใจซึ่งกันและกัน ส่งผลถึงความร่วมมือร่วมใจในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตด้านเกษตรกรรมคุณภาพของประชากรที่สนใจการศึกษาพัฒนาตนเอง มีความตื่นตัวในการพึ่งพาตนเอง เป็นส่วนที่ผลักดันให้สมาชิกมีความต้องการในการพัฒนาตนเอง การมีผู้นำเกษตรกรที่ประสพความสำเร็จในวิชาชีพจนเป็นที่ยอมรับ เป็นผู้นำโดยธรรมชาติข้อเสนอแนะจากการศึกษาวิจัยในการส่งเสริมหรือขยายผลการทำเกษตรปลอดสารพิษควรเริ่มต้นการส่งเสริมการค้นหาผู้นำการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ก่อนกระบวนการเรียนรู้ที่นำมาใช้เพื่อให้เกิดความยั่งยืน และสามารถขยายผลการทำเกษตรปลอดสารพิษได้ในระยะเริ่มต้น ควรจัดกระบวนการเรียนรู้ในลักษณะกลุ่มขนาดเล็กอย่างไม่เป็นทางการ ที่มีการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ใช้กระบวนการมีส่วนร่วม มีกิจกรรมการทำสารทดแทนสารเคมีร่วมกัน โดยสารทดแทนนั้นควรเน้นวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น การขยายแนวคิดการทำเกษตรปลอดสารพิษ ควรใช้รูปแบบการประสานเชื่อมโยงทุกกลุ่มให้เป็นเครือข่าย โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างสม่ำเสมอ การสนับสนุนจากองค์กรภายนอกทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชนควรเน้นการสนับสนุนการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้นำการเปลี่ยนแปลง ภาครัฐควรส่งเสริมและพัฒนาทักษะ กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในการทำงานของเกษตรกร ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในท้องถิ่น เช่น เกษตรตำบล ครู หรือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำสถานีอนามัย เป็นต้น ในอนาคตควรมีการศึกษาวิจัยกระบวนการที่เหมาะสมในการค้นหาผู้นำการเปลี่ยนแปลง และกระบวนการขยายทั้งเชิงปริมาณ และคุณภาพ ที่เชื่อมโยงทั้ง ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุรเดช เดชคุ้มวงศ์...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2544]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/10426">
    <dcterms:title><![CDATA[กระบวนการในการจัดทำผังเมืองรวมและการมีส่วนร่วมของประชาชน: กรณีศึกษาการจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผังเมือง]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สำนักวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8974">
    <dcterms:title><![CDATA[กระบวนงานเกี่ยวกับการรับเรื่องร้องเรียน ณ กรมสอบสวนคดีพิเศษ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การร้องเรียน<br />
การร้องทุกข์]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สำนักงานเลขานุการกรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักงานเลขานุการกรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ]]></dcterms:source>
    <dcterms:rights><![CDATA[กรมสอบสวนคดีพิเศษ<br />
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ]]></dcterms:rights>
    <dcterms:format><![CDATA[JPG]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8971">
    <dcterms:title><![CDATA[กระบวนงานเกียวกับการรับเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทางออนไลน์]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การร้องเรียน<br />
การร้องทุกข์]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สำนักงานเลขานุกรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักงานเลขานุกรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ]]></dcterms:source>
    <dcterms:rights><![CDATA[กรมสอบสวนคดีพิเศษ<br />
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ]]></dcterms:rights>
    <dcterms:format><![CDATA[JPG]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8938">
    <dcterms:title><![CDATA[กระบวนทัศน์สุขภาพและนิเวศวิทยาแนวลึก]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[สุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[นิเวศวิทยาแนวลึก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ณัฐฬส  วังวิญญู]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2546]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8584">
    <dcterms:title><![CDATA[กระบวนทัศน์อิสลามเพื่อการพัฒนา]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ศาสนาอิสลามกับวัฒนธรรม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ชุมชนในหมู่บ้าน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข  กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข  กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ    ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9601">
    <dcterms:title><![CDATA[กระบวนทัศน์เกี่ยวกับสุขภาพและภูมิปัญญาพื้นบ้านเกี่ยวกับสุขภาพ : มุมมองจากทฤษฎีสังคม]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Paradigms of health and local wisdom concerning health care]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ประชาสังคมด้านสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การปฏิรูประบบสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การแพทย์ทางเลือก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สุขภาพทางเลือก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[งานวิจัยเล่มนี้เป็นการรวบรวมและเรียบเรียงแนวความคิดทางทฤษฎีสังคมศาสตร์ที่อาจ สามารถนำมาใช้เพื่อศึกษาทำความเข้าใจมิติทางด้านสุขภาพอนามัยของสังคมไทย โดยให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการชี้ประเด็นเบื้องต้นบางประการที่อาจนำมาใช้ศึกษาเรื่องภูมิปัญญาพื้นบ้านด้านสุขภาพ จริงอยู่เรื่องสุขภาพอนามัยเป็นเรื่องสำคัญของชีวิตทางสังคมของมนุษย์ แต่การศึกษาด้านสุขภาพโดยใช้มิติมุมมองของฝ่ายสังคมศาสตร์ยังไม่ได้รับความสำคัญเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับมิติมุมมองของฝ่ายวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของฝ่ายแพทย์สมัยใหม่ที่มักถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการมองสุขภาพในฐานะของการรักษาโรคภัยไข้เจ็บแบบ “แยกส่วน” มองมนุษย์เป็นปัจจัยทางชีวเคมี ไม่มีการมองแบบ “องค์รวม” ที่ประกอบด้วยกาย ใจ และ จิตวิญญาณ ยิ่งไปกว่านั้น การรักษาพยาบาลตามแบบการแพทย์สมัยใหม่ แม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็เติบโตควบคู่กันไปกับระบบทุนนิยมบริโภคนิยมที่มุ่งเน้นการแสวงหากำไรของผู้ประกอบการทุกระดับทุกประเภทไม่เว้นแม้แต่แพทย์ มีผลทำให้การแพทย์สมัยใหม่มีภาพของการค้ากำไรมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงถูกกล่าวหาว่า “ไร้จริยธรรม” ลงเป็นลำดับ เมื่อเกิดขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมกระแสต่าง ๆ ขึ้นมา การเคลื่อนไหวเรื่องสุขภาพก็เป็นส่วนหนึ่งอยู่ด้วย โดยเฉพาะในทิศทางของการแสวงหาทางเลือกด้านสุขภาพที่หลากหลาย สายของ “ภูมิปัญญาพื้นบ้าน” กับ “ชุมชนนิยม” ที่มักจะถูกกล่าวขวัญถึงอย่างคาดหวังว่าน่าจะมีศักยภาพที่จะเตือนสติการแพทย์สมัยใหม่ให้ลดความเป็นกลไก ลดการค้ากำไร ลดการผูกขาดอำนาจ/ความรู้ ไว้แต่ฝ่ายเดียวลงบ้าง การเคลื่อนไหวทางสังคมเรื่องสุขภาพและเรื่องอื่น ๆ จึงถูกมองว่าน่าจะเป็นการ “ต่อต้าน” หรือ “สู้กลับ” ของผู้คนซึ่งถูกกระทำโดยด้านที่ไม่ดีของ “ความเป็นสมัยใหม่” ฉะนั้นเรื่องสุขภาพอนามัยจึงเป็นเรื่องของความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่เชื่อมโยงกับการสร้างความรู้และความจริง นั่นเอง]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ฉลาดชาย รมิตานนท์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2547]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/2355">
    <dcterms:title><![CDATA[กระบวนพยุหยาตรา : ประวัติและพระราชพิธี ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[กระบวนพยุหยาตรา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระราชพิธี ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:description><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร จัดพิมพ์เฉลิมพระเกียรติพรบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในมหามงคลสมัยรัชมังคลาภิเษก วันที่ 2 กรกฏาคม พุทธศักราช 2531]]></dcterms:description>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การจัดกระบวนพยุหยาตรา เป็นโบราณราชประเพณีแห่งพระมหากษัตริย์ไทยซึ่งแต่เดิมใช้กับงานพระราชสงครามนั้น แต่ต่อมายุทโธปกรณ์ต่างๆ สมัยใหม่แพร่หลายเข้ามาจึงทำให้ยุทธวิธีของการสงครามเปลี่ยนไป การจัดกระบวนพยุหยาตราแต่โบราณจึงเปลี่ยนไปเป็นพระราชพิธีเพื่อการเสด็จพระราชดำเนินในพระราชกรณียกิจต่างๆ อธิบายถึงรายละเอียดของกระบวนพยุหยาตรา เช่น กระบวนพยุหยาตราชลมารค กระบวนพยุหยาตราพระกฐินสถลมารค พร้อมภาพประกอบจิตรกรรมจากต้นฉบับสมุดไทยโบราณของหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ก่องแก้ว วีระประจักษ์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[นิยะดา ทาสุคนธ์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:publisher><![CDATA[กรมศิลปากร]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2531]]></dcterms:date>
    <dcterms:rights><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ  ]]></dcterms:rights>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
