<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9819">
    <dcterms:title><![CDATA[การศึกษาอนาคตระบบสุขภาพช่องปากไทย]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[The study of Thai oral health system]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบบริการสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[อนามัยช่องปาก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การบริการสาธารณสุข]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การศึกษาอนาคตระบบสุขภาพช่องปากไทยได้รับทุนสนับสนุนการศึกษาจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข โดยกระบวนการศึกษาให้เทคนิคการศึกษาภาพอนาคต forsight study นักวิจัยซึ่งประกอบด้วยทันตบุคลากร และนักวิจัยระบบจากหลายภาคส่วน ได้ร่วมกันเก็บข้อมูลปฐมภูมิ สืบค้นและสอบถามข้อมูลทุตยภูมิจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมข้อมูลเป็นเอกสารประกอบการประชุม “ การมองอนาคตระบบสุขภาพช่องปากของคนไทยในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า ประเด็นสำคัญ (key issues) เกี่ยวกับระบบได้แก่ 1) การพึ่งตนเองในการดูแลทันตสุขภาพของประชาชน 2)การสนับสนุนโครงสร้างระบบริการสุขภาพช่องปาก 3)การเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากที่มีคุณภาพและการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน 4)การจัดการองค์ความรู้และทางเลือกของเทคโนโลยีทางทันตกรรม 5) การพัฒนาทันตบุคลากรในกระบวนทรรศน์ใหม่และบทบาทของกลุ่มวิชาชีพอื่น	ผลที่ได้จากการศึกษาพบว่า ระบบสุขภาพช่องปากที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับสภาพบริบทวัฒนธรรมไทย สร้างภาวะพึ่งพิงทันตบุคลากรให้กับประชาชน แทนที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในพัฒนาระบบ / ไม่มีความเสมอภาค / ไม่มีการประเมินความเหมาะสมทางเทคโนโลยีทันตกรรมเพื่อให้ระบบมีประสิทธิภาพทำให้ไม่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายของระบบได้ / ไม่มีความหลากหลายเเละต่อเนื่องพอที่จะสร้างทางเลือกในการรับบริการที่มีคุณภาพให้เเก่ประชาชน ทำให้ความครอบคลุมของการบริการต่ำทั้งในภาครัฐเเละเอกชน และระบบสุขภาพช่องปากสมัยใหม่ที่ถูกต้องตามกฎหมายที่มีระบบเดียว ไม่สามารถควบคุมสภาวะโรคในช่องปากและฟันของประชาชนไทยได้	จากการประชุมเชิงปฏิบัติการและการระดมสมองผู้เชี่ยวชาญ ได้กำหนดกรอบคิดในการวางเป้าหมายยุทธศาสตร์ระบบสุขภาพช่องปากในอนาคต ดังนี้	“ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการระบบสุขภาพช่องปากได้อย่างเท่าเทียมกัน และมีความสามารถในการพึ่งพิงตนเองของประชาชนด้านสุขภาพช่องปาก ในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า” หากได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วจะเห็นว่า ความหมายของสุขภาพช่องปากที่กำหนดในเป้าหมาย (oral health) ตามกรอบความหมายของสุขภาพ จะต้องครอบคลุมถึง ภาวะของการปราศจาก โรคในช่องปาก หรือสภาวะที่มีผลบั่นทอน หรือจำกัด การทำหน้าที่ตามปกติของอวัยวะในช่องปากของปัจเจกบุคคล การทำหน้าที่ทางสังคม ด้านจิตใจ และด้านเศรษฐกิจ และการสร้างสมดุลย์ ให้เกิดขึ้นระหว่างการใช้ภูมิปัญญาไทย ประสานเข้ากับภูมิปัญญาสากล	แผนยุทธศาสตร์ที่ได้วางตามกรอบดังข้างต้น แบ่งเป็น 6 แผนหลักได้แก่ 1)ด้านการพัฒนานโยบายสาธารณะ การเงิน การคลังด้านสุขภาพและกฎหมาย 2) ปรับเปลี่ยนกระบวนทรรศน์ของระบบบริการสุขภาพช่องปาก 3)ด้านการศึกษาวิชาชีพทันตแพทย์เพื่อสนองตอบต่อจุดหมายระยะยาว – ทันตสุขภาพที่ดีทุกช่วงอายุขัยของประชากรไทย 4) การสร้างรูปแบบบริการงานพื้นฐานที่หลากหลาย สอดคล้องกับความจำเป็นของชุมชนและพื้นที่ 5)การส่งเสริมการพึ่งตนเองของภาคประชาชน โดยเพิ่ม dental literacy 6) การพัฒนา การบริหารจัดการ เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์หลัก]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[แพร จิตตินันทน์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2547]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
