<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9567">
    <dcterms:title><![CDATA[การหมุนเวียนของบุคลากรที่ให้บริการในสถานพยาบาลภาครัฐ รายงานวิจัยเล่มที่ 5 โครงการติดตามประเมินผลการจัดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าระยะที่สอง (2546-47)]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[The Flow of Health Personnel in Public Hopitals]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ทันตบุคลากร -- สถิติ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ทันตแพทย์ -- สถิติ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[เภสัชกรรม -- สถิติ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการหมุนเวียนของบุคลากรในระบบบริการโดยเน้นในส่วนของภาครัฐบาลรวมทั้งประเด็นเรื่องการลาออกจากราชการของแพทย์ การศึกษาครอบคลุมบุคลากรสี่กลุ่มคือ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร และพยาบาล โดยมีจุดเน้นที่แพทย์และทันตแพทย์ ซึ่งเป็นสาขาที่ขาดแคลนมากเป็นพิเศษ	ผลการศึกษาพบว่าในแต่ละกลุ่มมีปัญหาแตกต่างกัน อันได้แก่ กลุ่มแพทย์ การศึกษาเรื่องการลาออกของแพทย์ที่ผ่านมาสามารถประมวลผลและอาจกล่าวได้ว่า การลาออกของแพทย์ไม่ได้เกิดจากไม่ได้มีเพียงสาเหตุหนึ่งสาเหตุใดที่ทำให้ลาออก สาเหตุพื้นฐานที่สำคัญได้แก่ ภาระงาน ค่าตอบแทน และโอกาสในการศึกษาต่อ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ไม่ต่างจากในอดีตมากนัก ปัจจัยเรื่องค่าตอบแทนในลักษณะสัมพันธ์มีส่วนกำหนดการตัดสินใจในการลาออกและกลับเข้ารับราชการ และปัจจัยเหล่านี้มักจะผันแปรไปตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ความเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมและประชากร ก็มีส่วนทำให้มีการลาออกมากขึ้นหรือเร็วขึ้น ทันตแพทย์เป็นอีกสาขาที่มีปัญหาขาดแคลนและยังมีข้อมูลและการศึกษาในเรื่องกำลังคนด้านทันตแพทย์น้อยมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะจำนวนการผลิตทันตแพทย์แต่ละสถาบันไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักในช่วง 11 ปี ที่ผ่านมา จำนวนการผลิตที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจาการที่สถาบันใหม่ๆ เปิดสอนมากกว่าที่จะเป็นการเพิ่มการผลิตของสถาบันเดิม โดยที่ผ่านมาสาธารณะและฝ่ายการเมืองเองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาการขาดแคลนทันตแพทย์มากเท่ากับการขาดแคลนแพทย์ ทางด้านเภสัชกรในภาพรวมแล้ว จำนวนเภสัชกรในภาครัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตลอด โดยไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก จึงพอจะกล่าวได้ว่าที่ผ่านมายังไม่มีปัญหาการลาออกจากราชการของเภสัชกรที่รุนแรงไม่ว่าจะก่อนหรือหลังโครงการ 30 บาท และทางด้านกลุ่มของพยาบาลนั้น เคยเป็นสาขาที่ขาดแคลนและมีการทำสัญญาใช้ทุนเช่นเดียวกัน แต่ก็ยกเลิกไปก่อนเภสัชกรเสียอีก ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาภาระทางด้านการเงินของรัฐบาลและนโยบายลดจำนวนข้าราชการสรุปผลการศึกษาได้ว่าปัญหาความพอเพียงของบุคลากรในระดับที่สามารถให้บริการที่มีคุณภาพได้ ย่อมมีความสำคัญมากกว่าปัญหาการลาออกจากราชการ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันที่บุคลากรสาขาอาชีพหลักๆยังขาดแคลนอยู่ และโครงการ 30 บาทฯ ยังคงใช้วิธีการจ่ายเงินที่ทำให้สถานพยาบาลเอกชนในต่างจังหวัดมีแนวโน้มถอนตัวออกจากโครงการมากกว่าจะเข้าร่วมโครงการนั้น การลาออกจากราชการของบุคลากรเหล่านี้ก็ยังถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายเกี่ยวข้อง ควรต้องให้ความสนใจแก้ไขเป็นลำดับต้นๆ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[วิโรจน์ ณ ระนอง]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[อัญชนา ณ ระนอง]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2548]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
