<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9527">
    <dcterms:title><![CDATA[ผลกระทบของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและโครงการ 30 บาทฯ ที่มีต่อค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชน รายงานวิจัย เล่มที่ 2 โครงการติดตามประเมินผลการจัดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ระยะที่สอง (2546-47)]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Impacts of the Universal Health Coverage and the 30 Baht Health Care Scheme on Household Expenditures and Poverty Reduction in Thailand]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[นโยบายด้านสุขภาพ -- ค่าใช้จ่าย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ประกันสุขภาพ -- ค่าใช้จ่าย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การส่งเสริมสุขภาพ -- ค่าใช้จ่าย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบประกันสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลเรื่องผลกระทบในระยะแรกของการจัดให้มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและโครงการ “30 บาทรักษาทุกโรค” ที่มีต่อภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชน โดยเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่ประชาชนกลุ่มต่างๆ ต้องรับภาระในปัจจุบันเทียบกับในอดีต ทั้งนี้ การลดค่าใช้จ่ายของประชาชนให้ลดลงมาอยู่ในระดับที่ไม่มีผลกระทบที่รุนแรง นับว่าเป็นวัตถุประสงค์ที่สำคัญประการหนึ่งของการจัดให้มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าภายในประเทศ	ผลการศึกษาพบว่าหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ถือเป็นโครงการที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี เพราะเป็นโครงการที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน มุ่งเน้นให้บริการแก่ประชาชนเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง ที่สำคัญคือ โครงการหลักประกันสุขภาพต่างๆต้องการให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วม ( รับบริการ ) ตามสิทธิประโยชน์ของตนเองได้อย่างเต็มที รัฐบาลได้เล็งเห็นว่าเรื่องสุขภาพของประชาชนภายในประเทศเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต้องรีบพัฒนาอย่างเร่งด่วน แต่ประชาชนในประเทศส่วนใหญ่มีข้อจำกัดทางด้านฐานะที่ยากจนมีรายได้น้อย ดังนั้นจึงไม่ค่อยได้รับการบริการทางด้านการรักษาพยาบาลมากเท่าที่ควรจะเป็น รัฐบาลจึงคิดโครงการหลักประกันสุขภาพต่างๆเหล่านี้ขึ้นมา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทางด้านสุขภาพของคนในชาติให้มีมาตรฐานเพิ่มมากยิ่งขึ้น	สรุปผลการศึกษาได้ว่าสัดส่วนของคนจนจากการรักษาพยาบาลที่มีหลักประกันสุขภาพลดลงประมาณร้อยละ 1.44 ของครัวเรือนทั้งหมด ซึ่งเมื่อคิดเป็นจำนวนประชากรก็ลดลงประมาณ 1 ล้านคน หรือลดลงประมาณร้อยละ 16.7 ของคนจนทั้งหมด ซึ่งสถิติที่ชี้ให้เห็นว่าโครงการหลักประกันสุขภาพมีส่วนอย่างมากในการลดจำนวนคนจนลงได้มากถึงร้อยละ 14 ซึ่งเป็นจำนวนที่บ่งบอกว่าเป็นโครงการที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชนในประเทศได้ จึงถือได้ว่าโครงการหลักประกันสุขภาพ ( โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค และโครงการอื่นๆ ) ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในการที่จะทำให้ประชาชนในประเทศปราศจากความจนและมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[วิโรจน์ ณ ระนอง]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[อัญชนา ณ ระนอง]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[ศศิวุทฒิ์ วงศ์มณฑา]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2548]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
