<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9330">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการวิจัย โครงการวิจัยองค์กรทางสังคมและพัฒนาการความเป็นประชาคม : กรณีศึกษาประชาคมตำบลนาข่า อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Social organizations and developments of the community : a case study of the community of Tambon Nakha, Amphoe Vapipathum, Mahasarakham province]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[การมีส่วนร่วมทางสังคม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[องค์กรทางสังคมและพัฒนาความเป็นประชาคม: กรณีศึกษาประชาคมตำบลนาข่า อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม	การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาพัฒนาการขององค์กรต่าง ๆ ที่มีบทบาทการทำงานในลักษณะประชาคม 2) เพื่อศึกษาปัจจัยและเงื่อนไขที่ทำให้องค์กรต่าง ๆ ในชุมชนที่มีความเข้มแข็งและมีลักษณะความเป็นประชาคม 3) เพื่อศึกษาการก่อตัวและพัฒนาความเป็นประชาคม ตามกรอบแนวคิดการวิจัยที่เป็นปัจจัยและเงื่อนไขที่ทำให้องค์กรต่าง ๆ ทางสังคมมีความเข้มแข็งหรือลักษณะความเป็นประชาคม คือ (1) โอกาสและเวทีที่เป็นแหล่งพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ตลอดจนการรวมกลุ่ม (2) กระบวนการเรียนรู้และตัดสินใจในการทำงานร่วมกันระหว่างภาคต่าง ๆ (3) ลักษณะของความเป็นผู้นำและภาวะผู้นำในชุมชน (4) เครื่องมือหรือวิธีการติดต่อสื่อสาร (5) ความรู้สึกนึกคิดของประชาชน โดยเฉพาะระบบความคิดในการพึ่งตนเอง การมีส่วนร่วม (6) กิจกรรมที่ทำงานร่วมกันและความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนกับสถาบันต่าง ๆ ในชุมชน (7) ความสามัคคีและความร่วมมือระหว่างองค์กรต่าง ๆ ทางสังคมในหมู่คณะ	ผลการศึกษา พบว่า กิจกรรมกลุ่มที่เกิดขึ้นก่อนปี พ.ศ. 2527 โดยภาครัฐและเอกชนเข้ามาส่งเสริมและกระตุ้น มีทั้งด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต สาธารณสุข สวัสดิการสังคม เงินทุน สตรี เยาวชน อาชีพ ร้านค้าชุมชน ธนาคารข้าว หลังปี พ.ศ. 2527 เป็นกลุ่มสาธารณูปโภค สวัสดิการ กองทุนออมทรัพย์ เครดิตยูเนี่ยน โรงสีชุมชน วัฒนธรรมบุญข้าวจี่ ธนาคารโค – กระบือ ทอผ้าไหม ซึ่งเป็นการจัดตั้งทั้งโดยรัฐ เอกชน และชุมชนจัดตั้ง ลักษณะของกิจกรรมส่วนใหญ่เป็นไปในลักษณะพึ่งตนเอง ส่วนภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือน้อยมาก แต่ก็มีบางกลุ่มที่พึ่งรัฐ เช่น กองทุนหมู่บ้าน ภาคเอกชน เช่น ส่งเสริมกิจกรรมธนาคารโค – กระบือ ปี พ.ศ. 2541 – 2542 โดยมูลนิธิเกษตรกรไทย โรงสีชุมชน กลุ่มทอผ้าไหม ดอกไม้จันทน์ และศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด จากชุมชนวังจาน โดยสำนักงานกองทุนเพื่อชุมชน (SIF) ซึ่งกระบวนการเรียนรู้และตัดสินใจ มีการเรียนรู้ร่วมกันภายในกลุ่ม มีการประนีประนอมสูง มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็นเชิงเครือญาติและอาชีพเดียวกัน มีลักษณะการพึ่งพาอาศัยกันในหมู่บ้านและชุมชน ส่วนระดับกว้างจะเป็นกิจกรรมทางประเพณีบุญข้าวจี่และบุญต่าง ๆ และทุนทางสังคม เช่น ธนาคารโค – กระบือของกลุ่มลอมคอม สามารถครอบคลุมทั้งตำบล พบจากกิจกรรมบุญข้าวจี่ กีฬาเยาวชนระหว่างกลุ่มกับ อบต. เป็นลักษณะ อบต. ให้งบประมาณสนับสนุนกลุ่ม ด้านการเมืองท้องถิ่นเป็นลักษณะเครือญาติ โดยส่วนรวมมีจิตสำนึกสาธารณะร่วมกันสูง มีการแบ่งปันผลประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม ทั้งในระดับตำบล คือ กิจกรรมกลุ่มและวัฒนธรรมบุญข้าวจี่ ระดับกลุ่มชุมชน ได้แก่ กลุ่มออมทรัพย์ ร้านค้า โรงสีชุมชนของชุมชนวังจาน ซึ่งสามารถให้บริการทั้งชุมชน หมู่บ้านในตำบลและหมู่บ้านที่อยู่นอกตำบล]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ฉลาด จันทรสมบัติ...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2543]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
