<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9280">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานผลการศึกษา ชุดเครื่องมือวัดความเป็นธรรมเพื่อประเมินผลการปฏิรูประบบสุขภาพไทย]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Benchmarks of fairness for evaluating the Thai Health Care Redorms]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[สุขภาพ-- การปฏิรูป]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[ชุดเครื่องมือวัดความเป็นธรรมเพื่อประเมินผลการปฏิรูประบบสุขภาพไทย	การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบการนำเครื่องมือนี้ไปใช้ในการประเมินผลการปฏิรูประบบสาธารณสุขของจังหวัดภายใต้โครงการปฏิรูประบบสาธารณสุขที่ได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป และทดสอบประเมินข้อเสนอการปฏิรูประบบสุขภาพไทยที่เสนอผ่านธนาคารพัฒนาเอเชีย ชุดมาตรวัดความเป็นธรรมที่ได้ปรับจากต้นแบบ ประกอบด้วยมาตรวัด 9 ด้านด้วยกัน โดยมาตรวัดแรกเป็นการสาธารณสุขสหสาขา เป็นการประเมินปัจจัยด้านสังคมที่มีผลต่อสุขภาพ มาตรวัดที่ 2 – 5 เป็นมาตรวัดเกี่ยวกับความเป็นธรรมในระบบสุขภาพ มาตรวัดที่ 6 และ 7 ประเมินด้านประสิทธิภาพของระบบ มาตรวัดที่ 8 เป็นการประเมินความเป็นประชาธิปไตย ความรับผิดชอบต่อสังคม และการเสริมพลังให้แก่ประชาชน และมาตรวัดสุดท้ายเป็นเรื่องความเป็นอิสระของผู้ให้บริการและผู้บริโภค เมื่อพิจารณาชุดมาตรวัดดังกล่าวจะเห็นว่ามิได้จำกัดเฉพาะการประเมินด้านความเป็นธรรมแต่ได้มองอย่างรอบด้าน ทั้งนี้เนื่องจากภายใต้ภาวะทรัพยากรที่จำกัดนั้น การที่จะให้ระบบมีความเป็นธรรมมากขึ้นจำเป็นที่ระบบจะต้องมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส และมีระบบการตรวจสอบควบคุมกำกับร่วมด้วย เพื่อให้มีทรัพยากรเพียงพอในการที่จะมากระจายความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม เครื่องมือดังกล่าวมุ่งหวังในการใช้เป็นกรอบในการประเมินความรอบด้าน จุดแข็งจุดอ่อนของข้อเสนอ/แผน และการปฏิรูประบบสุขภาพ โดยอาศัยความเห็นของผู้ประเมินในการให้ค่าในลักษณะของการจัดลำดับ (ranking) สิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น/ผลสำเร็จที่เกิดขึ้น พร้อมกับการให้เหตุผลสนับสนุนการประเมิน จากการทดสอบการใช้เครื่องมือในการประเมินทั้งผลสำเร็จของการปฏิรูป และข้อเสนอการปฏิรูป พบว่าเครื่องมือดังกล่าวสามารถใช้ในการประเมินทั้งสองกรณี อย่างไรก็ดีการใช้เป็นเครื่องมือประเมินข้อเสนอหรือแผนการปฏิรูปมีความเหมาะสมกว่าเพื่อตรวจสอบแผน ปัจจัยนำเข้า กลไก กฎเกณฑ์ และกระบวนการตรวจสอบ ว่าจะนำไปสู่เป้าหมายที่ต้องการมากน้อยเพียงใด ในการนำไปใช้ประเมินความสำเร็จในการปฏิรูปของจังหวัดนั้นพบว่ามีข้อโต้แย้งมาก และมีความแปรปรวนของคะแนนที่ให้ค่อนข้างมาก สืบเนื่องจากข้อจำกัดด้านการรับรู้ข้อมูลของผู้ประเมินกลุ่มต่างๆ ดังนั้นหากเป็นการประเมินความสำเร็จของการปฏิรูปการวัดในเชิงปริมาณอาจมีความเหมาะสมมากกว่า สำหรับในการนำไปใช้นั้นจำเป็นต้องมีการปรับรายละเอียดให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละระดับและสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่ และควรต้องมีการให้เหตุผลประกอบในการให้คะแนน ทั้งนี้เครื่องมือดังกล่าวมีจุดเด่นตรงที่มุ่งตรวจสอบทั้ง แผน ปัจจัยนำเข้า กล]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[สัมฤทธิ์ ศรีธำรงสวัสดิ์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
