<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8909">
    <dcterms:title><![CDATA[แนวทางการใช้ยารักษาโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Guideline for the pharmacotherapy of treatment-resistant schizophrenia]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้ป่วยจิตเภท--การรักษา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[แนวทางการใช้ยารักษาโรคจิตเภทที่สนองต่อการรักษาโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาเป็นปัญหาที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคจิตเภทปัญหานี้ก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างมากต่อสังคม เนื่องจากจนถึงปัจจุบันยังไม่แนวทางการรักษาโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองคณะทำงานเพื่อพัฒนาแนวทางการรักษาโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาจึงเสนอที่จะพัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติทางคลินิกที่อิงหลักฐานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยารักษาโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาคณะทำงานเพื่อพัฒนาแนวทางรักษาฯประกอบด้วยจิตแพทย์ 11 ท่าน, นักจิตวิทยา 1 ท่าน และเภสัชกร 1 ท่าน คณะทำงานได้ทำการค้นหาบทความใน MEDLINE เพื่อหาบทความที่เกี่ยวข้องซึ่งตีพิมพ์ในช่วงปี ค.ศ.1966-1998 หลักฐานทางวิชาการจาก 163 บทความได้ถูกสกัดและจัดลำดับโดยอาศัยระบบที่ปรับปรุงจากระบบที่ใช้โดย Agency for Health Care Policy and Research(AHCPR) ความหนักแน่นของคำแนะนำได้ถูกแบ่งออกเป็น A, B และC ผลการศึกษาพบว่าสำหรับผู้ป่วยโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อยารักษาโรคจิตดั้งเดิม แพทย์ควรเปลี่ยนยารักษาโรคจิตชนิดดั้งเดิมตัวแรกเป็นยารักษาโรคจิตชนิดดั้งเดิมตัวที่สองซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ต่างไปจากยาตัวแรก(A)ผู้ป่วยโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาที่เหมาะสมด้วยยารักษาโรคจิตเภทอย่างน้อยสองตัว ควรได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาซึ่งกำลังได้รับยารักษาโรคจิตในขนาดสูง (อย่างน้อย 50 mg/วันของยา haloperidol หรือเทียบเท่า) แพทย์ควรใช้วิธีลดขนาดยาลง(B)สำหรับผู้ป่วยโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาที่กำลังได้รับยารักษาโรคจิตในขนาดปกติแพทย์ควรคำนึงถึงการให้ยา clozapine ก่อนเป็นอันดับแรก(A) และหากผู้ป่วยไม่ตอบสนองกับยา clozapine แพทย์ควรเพิ่มยารักษาโรคจิตชนิดดั้งเดิมหนึ่งตัว โดยเฉพาะยา sulpiride(A) และยา loxapine(B) ยา risperidone เป็นยาที่ควรคำนึงถึงในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาซึ่งปฏิเสธการตรวจเลือดอย่างสม่ำเสมอหรือมีข้อห้ามใช้ยา clozapine (A) แม้ว่ายังไม่มีหลักฐานสนับสนุนการใช้ยา olanzapine (หรือยารักษาโรคจิตชนิดผิดพวกตัวอื่นที่จะมีใช้ในอนาคต)ในผู้ป่วยโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อทั้งยารักษาโรคจิตชนิดดั้งเดิมและยา risperidone การให้ยา olanzapine(หรือยารักษาโรคจิตชนิดผิดพวกตัวอื่นที่จะมีใช้ในอนาคต) ก็อาจนำมาทดลองใช้ได้หากผู้ป่วยดังกล่าวปฏิเสธการใช้ยา clozapine(C)]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[จำลอง  ดิษวณิช]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[มานิต  ศรีสุรภานนท์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2542]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
