<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8908">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการวิจัย เรื่อง สถานภาพและบทบาทการดำเนินการส่งเสริมสุขภาพภาคเอกชนในประเทศไทย]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Status and role of non-governmental organization on health promotion in Thailand]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[การส่งเสริมสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[สถานภาพและบทบาทการดำเนินการส่งเสริมสุขภาพภาคเอกชนในประเทศไทย	การศึกษาเรื่องสถานภาพและบทบาทการส่งเสริมสุขภาพองค์กรภาคเอกชน วิเคราะห์และเสนอแนะเชิงนโยบายในการสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพในองค์กรภาคเอกชน วิธีการศึกษาโดยแบบสอบถามจากผู้รับผิดชอบองค์กรจำนวน 513 องค์กร และแบบสัมภาษณ์ ผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน และศึกษาองค์กรในรูปกรณีศึกษา จำนวน 15 แห่ง	ผลการศึกษาพบว่าองค์กรที่ศึกษาส่วนใหญ่ก่อตั้ง เพื่อการรวมตัวกันการดำเนินกิจกรรมกลุ่มของสมาชิกและสาธารณสุขกุศลวัตถุประสงค์ขององค์กรเป็นไปเพื่อการทำงานด้านกิจกรรมสุขภาพกลุ่มเป้าหมาย ส่วนใหญ่เป็นคนชรา กิจกรรมหลักขององค์กรเน้นที่การส่งเสริมด้านวิชาการและการบริหาร องค์กรที่กิจกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพส่วนใหญ่เป็นการส่งเสริมสุขภาพระดับบุคคลหรือกล่มผู้สนใจเฉพาะ แต่การส่งเสริมสุขภาพระดับชุมชนหรือกิจกรรมระดับสังคมยังมีน้อยส่วนการสนับสนุนองค์กรภาคเอกชน ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภายนอก องค์กรที่ได้รับการสนับสนุนได้มาจากภาครัฐเป็นหลัก แถ้าพิจารณายอดเงิน องค์กรระหว่างประเทศให้การสนับสนุนเป็นยอดเงินที่สูงกว่า บทบาทการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพภาคเอกชน พบว่าผู้รับผิดชอบองค์กรมีความรู้ ด้านกาารส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่อยู่ในเกณฑ์ดี ความรู้ที่ดีได้แก่ การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี มีผลต่อการมีสุขภาพองค์กรควรมีส่วนช่วย ชี้แนะทางสุขภาพ การส่งเสริมสุขภาพจะให้คนดูแลตนเองได้ การส่งเสริมอนามัยเป็นของงานที่ร่วมกันของรัฐและเอกชน คนทุกคนมีส่วนช่วยให้มีสุขภาพดี ส่วนที่ต้องส่งเสริมให้มากขึ้นคือ การระดมทรัพยากรเกื่ยวกับการดูแลสุขภาพคนในชุมชน โดยภาพรวมศักยภาพขององค์กรในการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมสุขภาพมีศักยภาพที่ส่งเสริมการสนับสนุนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในระดับน้อย แม้องค์กรเอกชนมีองค์ประกอบที่ถือได้ว่า เป็นจุดแข็งคือความคิดเห็นที่ว่าองค์กรมีจุดมุ่งหมายให้ชุมชนเข้มแข็ง จัดกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ขององค์กรได้ มีการติดตามผล ผู้ปฏิบัตงานมีความรู้เข้าใจบทบาทหน้าที่แม้ว่าจะมีส่วนที่ต้องส่งเสริมได้แก่ความสามารถควบคุมปัจจัยด้านสุขภาพได้อย่างมีคุณภาพ	การจัดหาบุคคลากรให้เพียงพอ การบริการ การจัดการ และการสร้างเครือข่ายในการทำงาน การดำเนินกิจกรรมขององค์กร มีกิจกรรมเด่น ด้านการรวมตัวกัน เพื่อจัดกิจกรรมชุมชน การสนับสนุนให้คนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ และกิจกรรมที่มีการปฏิบัติน้อย คือ ด้านส่งเสริมด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ การวิจัยประเมินผลด้านสุขภาพ การจัดทำแผนงานที่เหมาะสม การรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชน บทบาทการส่งเสริมสุขภาพภาคเอกชน ในระดับบุคคล มีจุดเด่นในด้านการสนับสนุนให้คนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ การสนับสนุนให้คนเกิดการดูแลด้านสุขภาพ การพิทักษ์สิทธิประโยชน์ทางสุขภาพ และถ่ายทอดความรู้สึกด้านสุขภาพได้ ส่วนจุดอ่อนอยู่ที่การสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้น โดยระดับชุมชนจะมีการดำเนินงานในระดับปานกลางและจุดอ่อนจะอยู่ที่บทบาทด้านการส่งเสริม อนุรักษ์ธรรมชาติ บทบาทในเชิงวิชาการ เช่น การวิจัยประเมินผล การจัดทำแผน และข้อมูลทางสุขภาพ แนวโน้มการดำเนินกิจกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพขององค์กร การดำเนินการส่งเสริมสุขภาพอนาคตส่วนใหญ่ตั้งใจจะเน้นเรื่อง การให้ความรู้ด้านสุขภาพ การดูแลสุขภาพ บริการตรวจ การให้คำแนะนำ การเยี่ยมเยียนผู้ป่วยในชุมชน โดยกิจกรรมการดำเนินงานยังจะเน้นบทบาทการทำงานในระดับบุคคลมากกว่าเน้นที่ชุมชน องค์กรภาคเอกชนต้องการสนับสนุนเพื่อให้องค์กรมีความเข้มแข็ง มีการพัฒนาให้มากยิ่งขึ้น โดยการสนับสนุนด้านทรัพยากร วิชาการ การสร้างเครือข่ายการทำงาน และการได้รับการยอมรับจากสังคม]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ยุพา  วงศ์ไชย...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2541]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
