<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8814">
    <dcterms:title><![CDATA[พัฒนาการของการควบคุมวัณโรคโดยยุทธวิธี Directly observed therapy, short-course (DOTS) ในประเทศไทยจนถึงกุมภาพันธ์ 2542]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Directly observed therapy, short-course(DOTS) in Thailand]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[วัณโรค--การป้องกันและควบคุม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:description><![CDATA[รายงานการทบทวนเอกสารทางวิชาการ ชุดโครงการ เรื่อง วัณโรค]]></dcterms:description>
    <dcterms:abstract><![CDATA[พัฒนาการของการควบคุมวัณโรคโดยยุทธวิธี Directly Observed Therapy, Short-course (DOTs) ในประเทศไทยจนถึงกุมภาพันธ์ 2542DOTs เป็นยุทธวิธีหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรด้านสุขภาพระหว่างประเทศ เช่น องค์กรอนามัยโลก เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ยุทธวิธีนี้ประกอบด้วยกระบวนการตั้งแต่ การค้นหาผู้ป่วย การวินิจฉัย การให้ยาระยะสั้น การสังเกตการณ์แบบมีพี่เลี้ยง การจัดการให้มีเวชภัณฑ์อย่างเพียงพอ การควบคุมคุณภาพในห้องชัณสูตร การฝึกอบรมและนิเทศ การปรับยุทธวิธีให้เหมาะสมกับสถานการณ์ การสร้างข้อผูกมัดเพื่อให้รัฐต้องควบคุมการระบาดของวัณโรค โดยที่ DOT เป็นหนึ่งในยุทธวิธีทั้งหมดที่สามารถปฏิบัติโดยเจ้าหน้าที่สุขภาพ อาสาสมัคร ผู้นำชุมชน และสมาชิกในครอบครัวของผู้ที่เป็นวัณโรคการอบรมในยุทธวิธี DOT เริ่มครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2539 กระทั่งปี 2541 มีการขยายการปฏิบัติได้ครอบคลุม 299 อำเภอในประเทศไทยคิดเป็น 34.1% อย่างไรก็ดีปัญหาที่เกิดขึ้นจะเป็นเรื่องคุณภาพ เนื่องจากยังมีผู้ปฏิบัติอีกจำนวนมากที่ไม่ได้รับการฝึกอบรม ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงมากที่สุดได้แก่ สมาชิกในครอบครัว (47.6% - 100%) การนิเทศโดยผู้ประสานระดับจังหวัดและอำเภอยังไม่สม่ำเสมอ นำไปสู่การประเมินที่ไม่มีประสิทธิผล ดังนั้นผลการประเมินมักเป็นปริมาณมากกว่าคุณภาพ จากการสุ่มตัวอย่างผู้ป่วยที่ลงทะเบียนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2539 ถึง มกราคม 2541 เพื่อมาตรวจผลเสมหะทุกๆ 4 เดือน พบว่าให้ผลลบในสัดส่วน 79.65, 80.1%, 80.0%, 73.4% และ 77.6% ตามลำดับปัญหาหลักของการปฏิบัติ DOT ในประเทศไทยได้แก่ การขาดความสนใจจากผู้บริหารนโยบาย การขาดความสนใจจากผู้ที่สามารถเป็นพี่เลี้ยง ดังจะเห็นได้จากมีจำนวนผู้ที่สนใจเข้ารับการอบรมจำนวนไม่มาก ขาดการประสานและนิเทศในทุกๆระดับเพื่อสนับสนุน และขาดระบบข้อมูลที่มีประสิทธิผล เอกสารนี้ให้ข้อเสนอแนะว่าควรมีการสร้างเครือข่ายเพื่อทำการวิจัยเรื่องนี้เพื่อเป็นข้อมูลต่อการกำหนดทิศทางนโยบายและควรพัฒนารูปแบบของการดำเนินงาน DOT ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละพื้นที่	]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[เพชรวรรณ พึ่งรัศมี]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2542]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
