<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9697">
    <dcterms:title><![CDATA[การศึกษาระบบประเมินผลและระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อสุขภาพในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[The study of health risk assessment and risk management system of Map Ta Phut Industrial Estate]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[สภาพแวดล้อมการทำงาน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การจัดการสิ่งแวดล้อม -- มาตรฐาน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การศึกษาระบบประเมินและระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อสุขภาพในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด	รายงานการศึกษาครั้งนี้ เป็นรายงานการศึกษาการจัดการสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเชิงคุณภาพ เพื่ออธิบายบทบาทหน้าที่ขององค์กรในประเทศและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด รายงานนี้เป็นเฉพาะส่วนหนึ่งของโครงการการศึกษาระบบประเมินและระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อสุขภาพในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดผลการศึกษา1. องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสุขภาพและสิ่งแวดล้อม1.1 องค์กรในประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสุขภาพและสิ่งแวดล้อมคือ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม โดยทั้ง 5 กระทรวง จะมีหน่วยงานระดับ จังหวัด หรือระดับภาค เพื่อจัดการแผนงานโครงการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ระดับจังหวัด 1.2 องค์กรและเครือข่ายต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสุขภาพและสิ่งแวดล้อมทางอ้อมที่ได้ค้นคว้ามาในรายงานครั้งนี้ได้แก่ องค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อม สหรัฐอเมิกา (USEPA) องค์การบริหารด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย สหรัฐอเมริกา (OSHA) หน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศ เครือสหราชอาณาจักร เยอรมัน คาซัคสถาน และหน่วยงานในประเทศญี่ปุ่น2. การจัดการสุขภาพในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 2.1 มีการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลระยองด้านบริการอาชีวเวชกรรม เป็นศูนย์ชันสูตรด้านอาชีว-เวชศาสตร์เพื่อการวินิจฉัยโรคจากการทำงานและโรคจากสิ่งแวดล้อม	2.2 ขยายโรงพยาบาลใกล้เคียงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเพื่อเป็นเครือข่ายในการรักษาพยาบาลได้แก่ โรงพยาบาลบ้านฉาง โรงพยาบาลมาบตาพุด โรงพยาบาลปลวกแดง โรงพยาบาลแกลง	2.3 ให้บริการส่งเสริมสุขภาพ การวางแผนครอบครัว การควบคุมป้องกันโรค และการรักษาพยาบาลในรูปแบบตามโครงสร้างแผนงานกิจกรรมการดำเนินงานสาธารณสุขและในรูปแบบเชิงรุก โดยจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการตรวจสุขภาพและรักษาในชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรม กรณีตรวจสุขภาพและรักษาพยาบาลคนงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มีการดำเนินงานทั้ง 2 ลักษณะ คือ โรงงานส่งคนงานไปรับการตรวจสุขภาพในสถานบริการสุขภาพที่เป็นเครือข่าย หรือให้สถานบริการสุขภาพไปให้บริการตรวจสุขภาพในนิคมอุตสาหกรรมาบตาพุด ผลการให้บริการทางด้านสาธารณสุข ทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมป้องกันโรค และการรักษาพยาบาล ปรากฏเป็นข้อมูลและรายงาน เป็นเครือข่ายตามระบบรายงานของหน่วยงานราชการ ที่มีความถี่การดำเนินการอย่างสม่ำเสมอและสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้3. การจัดการสิ่งแวดล้อมในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด3.1 มีการวางแผนและดำเนินการจัดการสิ่งแวดล้อมโดยมีระบบบำบัดน้ำเสียจากชุมชน จากอุตสาห-กรรม และต้องติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตรวจวัดคุณภาพน้ำเสียก่อนเข้าระบบ และหลังจากออกจากระบบ ตรวจวัดคุณภาพน้ำคลอง ทะเลชายฝั่ง น้ำใต้ดิน และตรวจวัดคุณภาพอากาศตามจุดตรวจวัดและพารา-มิเตอร์ที่กำหนดเป็นประจำ3.2 มีการเฝ้าระวังตรวจวัดสิ่งคุกคามในโรงงานตามกฎหมายที่กำหนด และ/หรือ ตามรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม	3.3 มีการเฝ้าระวังตรวจวัดสิ่งคุกคามในชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรม ผลการดำเนินการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสิ่งคุกคามทั้งในโรงงานและในชุมชน ปรากฏเป็นข้อมูลและรายงาน ดังความถี่ตามข้อกำหนดในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของแต่ละโรงงาน และกฎหมายที่ควบคุมบังคับโรงงานให้ดำเนินการ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ธีชัช บุญญะการกุล...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2543]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9698">
    <dcterms:title><![CDATA[การจัดการความรู้และสังเคราะห์แนวทางปฏิบัติของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล : การจัดการระบบการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง กรณีเบาหวานและความดันโลหิตสูง]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุพัตรา ศรีวณิชชากร ...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9699">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือการดูแลผู้สูงวัย : สูตรคลายซึมเศร้า]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงวัย--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9700">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการวิจัย การพัฒนาระบบการให้บริการในคลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลปลาปาก จังหวัดนครพนม]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Study of group process in diabetic patients at Phapak hospital Nakhonphanom province]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[เบาหวาน--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[เบาหวาน--การรักษา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การพัฒนาระบบการให้บริการในคลินิกเบาหวานโรงพยาบาลปลาปาก จังหวัดนครพนมการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบบริการคลินิกเบาหวาน ในโรงพยาบาลปลาปากสามารถให้บริการได้สอดคล้องกับปัญหาของผู้ป่วย และสามารถสร้างความตระหนักให้ผู้ป่วยเห็นความสำคัญของการปฏิบัติตน	ระบบเดิมเป็นการให้บริการรวมกับผู้ป่วยนอกทั่วไป ให้บริการทุกวันพุธ เวลา 08.00-12.00 น. ผู้ป่วยได้รับการชั่งน้ำหนัก ตรวจวัดความดันโลหิต เจาะเลือดเพื่อตรวจระดับน้ำตาล และรอพบแพทย์ ในระหว่าที่รอพบแพทย์ ผู้ป่วยจะได้รับการสอนสุขศึกษาตามหัวข้อที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้	ขั้นตอนการวิจัยเริ่มด้วยการวิเคราะห์การให้บริการระบบเดิม และพบว่า ข้อเสียของระบบบริการเดิมคือการให้บริการมีหลายขั้นตอน และยุ่งยาก ผู้ป่วยที่อดอาหารเช้ามา อาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ ถ้าต้องรอพบแพทย์นาน และผู้ป่วยได้รับคำแนะนำไม่ตรงกับปัญหาและความต้องการ และไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต ทำให้ไม่สามารถปรับตัวได้	ขั้นตอนที่ 2 เป็นการวางแผน ผู้วิจัยมีความเชื่อว่า กระบวนการกลุ่มจะช่วยให้ทราบปัญหาที่แท้จริงของผู้ป่วย และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในกลุ่มจะช่วยสร้างความตระหนักให้ผู้ป่วยเห็นความสำคัญในการปฏิบัติตนเพื่อควบคุมอาการของโรค จึงวางแผนใช้กระบวนการกลุ่มมาเป็นกลยุทธ์ในการให้บริการในคลินิกเบาหวาน โดยร่วมมือกับผู้ป่วยในการที่จะหาวิธีจะจัดระบบบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของเขา เป็นการแก้ปัญหาที่พบจากการให้บริการระบบเดิม หลังจากนั้นก็จะประเมินผลว่าระบบการให้บริการแบบใหม่นี้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วยหรือไม่ สามารถช่วยให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัวได้ดีขึ้นหรือไม่ ผู้ป่วยมีความเห็นต่อระบบใหม่อย่างไร โดยประเมินจากผลการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และการปฏิบัติตนเปรียบเทียบก่อนและหลังการให้บริการระบบใหม่	ผลการพัฒนาระบบบริการ มีการแยกหน่วยบริการผู้ป่วยเบาหวานออกจากการให้บริการผู้ป่วยทั่วไป เพิ่มวันในการให้บริการเป็น 2 วันคือ วันพุธ และวันศุกร์ วิธีการให้สุขศึกษาเปลี่ยนแปลงจากการให้สุขศึกษาตามแผนมาเป็นการจัดทำกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานแทน โดยให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความรู้ในการปฏิบัติตัว	ผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการ ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วย ก่อนและหลังการเข้ากลุ่ม เมื่อเปรียบเทียบมีค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือด ก่อนเข้ากลุ่ม และ หลังเข้ากลุ่ม 1 เดือน โดยใช้สถิติPair T-test พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 การปฏิบัติตัวเพื่อดูแลตนเองของผู้เข้าร่วมโครงการ พบว่า การปฏิบัติตัวเพื่อดูแลตนเองในด้านการควบคุม อาหาร การออกกำลังกาย การใช้ยาและการแสวงหาการรักษาพยาบาล การดูแลสุขวิทยาของร่างกายและเท้า การผ่อนคลายความเครียด และ ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมของโครงการ หลังจากการวิจัยนี้เจ้าหน้าที่มีการเปลี่ยนแปลงในแง่ของทัศนคติที่มีต่อผู้ป่วยมีการปรับท่าทีและบทบาท จากผู้ทำหน้าที่สอนชี้นำ ด้วยคิดว่าตนเองมีความรู้มากกว่า มาเป็นการให้บริการที่เน้นการรับฟังข้อคิดเห็นของผู้รับบริการ เคารพการตัดสินใจของเขา ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์ และเป็นบทเรียนที่สำคัญยิ่ง อาจกล่าวได้ว่ากระบวนการนี้เป็นกระบวนการพัฒนาบุคลากรและหน่วยงานนั่นเอง]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุพัฒน์ สมจิตรสกุล...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2544]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9701">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือการดูแลผู้สูงวัย : ไม้เท้าช่วยมอง]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงวัย--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9702">
    <dcterms:title><![CDATA[การจัดการความรู้และสังเคราะห์แนวทางปฏิบัติของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล : แนวทางการดูแลรักษาภาวะซึมเศร้าและผู้มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรคซึมเศร้า--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9703">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือการดูแลผู้สูงวัย : ช่องปากสุขี]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงวัย--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ<br />
]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9704">
    <dcterms:title><![CDATA[การคลังระยะยาวของโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ : ประมาณการรายจ่ายและแหล่งรายรับ]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Draft report on financing universal health care in Thailand]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[หลักประกันสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล ครอบคลุมประชากรไทยร้อยละ 75 อยู่ แต่ได้รับการงบประมาณอุดหนุน ด้วยอัตราเหมาจ่ายรายหัวที่จำกัดต่ำกว่าข้อเท็จจริงของอัตราการใช้ และต้นทุนบริการ และมีปัญหาความยั่งยืนทางการเงินระยะยาวของโครงการ การศึกษานี้วิเคราะห์และเสนอแนวทางการปฏิรูปการเงินการคลังของโครงการฯ โดยการประมาณการรายจ่ายสุขภาพระยะยาวของประเทศไทยระหว่าง ปี 2547-2563 โดยใช้แบบจำลอง (model) สี่แบบ ได้แก่ แบบจำลองด้านประชากรและแรงงาน แบบจำลองด้านเศรษฐกิจ แบบจำลองค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และแบบจำลองงบประมาณของรัฐบาล โดยใช้ฐานข้อมูลประชากรและเศรษฐกิจ ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สถิติแรงงาน ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ บัญชีรายจ่ายสุขภาพแห่งชาติของสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ข้อมูลงบประมาณประจำปี จากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง นอกจากนี้ อาศัยสมมติฐานต่างๆที่คาดว่าน่าจะเป็น พร้อมทั้งการสร้างฉากทัศน์ทั้งการลดรายจ่าย และ/หรือ การเพิ่มงบประมาณที่แน่นอนของโครงการฯ ผลการศึกษา พบว่า ปัจจุบันรายจ่ายสุขภาพทั้งประเทศ เท่ากับร้อยละ 3.50 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ในปี 2547 จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3.64 และ 3.88 ในปี 2553 และ 2563 ตามลำดับ ฉากทัศน์ที่ 1 กำหนดให้โครงการฯ มีรายได้เฉพาะที่แน่นอนจากการเก็บภาษีสุขภาพ (Personal health tax) การปรับเพิ่มภาษีบุหรี่ สุรา และเบียร์แล้วกันเงินภาษีส่วนหนึ่งให้แก่โครงการฯเป็นประจำ (Earmarked sin tax) โครงการฯจะมีความต้องการเงินอุดหนุนจากงบประมาณประจำปีของรัฐลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสภาพปัจจุบัน ฉากทัศน์ที่ 2 กำหนดให้จำนวนผู้มีสิทธิ์ในโครงการฯ ลดลง โดยการขยายความคุ้มครองประกันสังคมไปสู่คู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตน ทำให้รายจ่ายของโครงการฯ ลดลง 9,210 ล้านบาทในปี 2548 ฉากทัศน์ที่ 3 เป็นควบรวมฉากทัศน์ที่ 1 และ 2 ทำให้มีการลดรายจ่าย (โดยการขยายการคุ้มครองของประกันสังคม) พร้อมกับการเพิ่มรายรับที่แน่นอนเข้ามาในโครงการ ทำให้โครงการฯ เกือบไม่มีความต้องการเงินอุดหนุนจากงบประมาณประจำปีเลย ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อการปฏิรูปการเงินการคลังโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้มีความยั่งยืน และมีความเป็นไปได้ มี 3 มาตรการ มาตรการที่หนึ่ง การตัดโอนภาษีสรรพสามิตที่รัฐจัดเก็บได้มาให้โครงการฯเป็นการประจำตามจำนวนที่กำหนดไว้ (Earmarked sin tax) โดยไม่ต้องปรับเพิ่มภาษี หรืออาจจะปรับเพิ่มภาษี ซึ่งทำให้สามารถจัดตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ มาตรการที่สอง การลดรายจ่ายของกองทุนฯโดยให้ระบบประกันสังคมขยายการคุ้มครองไปสู่คู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตน ซึ่งอาจกระทำได้โดยไม่ต้องปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบจากผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาล มาตรการที่สาม ปฏิรูปพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยมอบให้กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เป็นผู้จัดเก็บเบี้ยประกันภัย พร้อมกับการเก็บภาษีประจำปีจากเจ้าของรถตามกฎหมาย หรือขณะทำการจดทะเบียนรถใหม่ ทำให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้เต็มที่ โดยผู้ประสบภัยจากรถทุกรายไม่ว่าเกิดจากรถ ที่มีหรือไม่ พ.ร.บ. การใช้เงินของ พรบ. นี้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[วลัยพร พัชรนฤมล...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2548]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9705">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือการดูแลผู้สูงวัย : เดินดีไม่มีล้ม]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงวัย--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9706">
    <dcterms:title><![CDATA[การศึกษากระบวนการและผลลัพธ์ การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยอัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมองแบบผู้ป่วยในของศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ (ฉบับสมบูรณ์)]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Process and outcomes study on rehabilitation service for hemiplegic patient causing by stroke at the Sirindhon National Medical Rehabitation Center]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรคหลอดเลือดสมอง--การฟื้นฟู]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การศึกษากระบวนการและผลลัพธ์การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยอัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมอง แบบผู้ป่วยในของศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ	วัตถุประสงค์งานวิจัยนี้คือ เพื่อศึกษากระบวนการและผลลัพธ์ การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพแบบผู้ป่วยใน สำหรับผู้ป่วยอัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมอง ของศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ โดยเป็นการศึกษาแบบย้อนหลังจากเวชระเบียนผู้ป่วยใน ระหว่างปีงบประมาณ 2538-2542 ร่วมกับการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลภาคตัดขวางของผู้ป่วยที่รับบริการและกลับบ้านได้ในปีงบฯ 2542 จากการศึกษาเวชระเบียน พบว่ามีการรับผู้ป่วยอัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมอง เข้าฟื้นฟูฯแบบผู้ป่วยใน ในเวลาห้าปี รวม 166 ครั้ง (137 คน) คิดเป็นประมาณร้อยละ 25 ของการรับเข้าอยู่ทั้งหมด ซึ่งเป็นการรับเข้าอยู่ที่อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยที่กำหนดเพียง 111 ครั้ง (111 คน) คิดเป็นร้อยละ 67ผู้ป่วยที่รับเข้าอยู่ 111 ครั้ง เป็นชาย:หญิง ประมาณ 3:2 อายุเฉลี่ย 60.67+11.96 ปี (95%CI for mean = 58.42-62.92 ปี) เป็นอัมพาตซีกซ้ายมากกว่าซีกขวาประมาณ 2-3 เท่า สาเหตุของการเป็นอัมพาตสามารถระบุได้ชัดเจนเพียงร้อยละ 75 ในจำนวนนี้ เป็นจาก Intracerebral infarction มากกว่า Intracerebral haemorrhage ประมาณ 2 เท่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่เสียค่าบริการเอง เนื่องจากมีรัฐสวัสดิการประเภทต่างๆ และส่วนน้อยที่ต้องจ่ายเองในตอนแรกรับ เมื่ออยู่ไประยะหนึ่งก็ขอรับสิทธิ์ฟรีตามพรบ.ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ.2534การรับเข้าอยู่เพื่อฟื้นฟูฯผู้ป่วยกลุ่มนี้ มีจำนวนวันนอน/รายเฉลี่ย เป็น 44.22+28.36 วัน (95%CI for mean = 38.88-49.55 วัน) ทั้งนี้มีจุดตัดวันนอนที่สั้นหรือนานเกินที่ 7 และ 150 วัน เมื่อปรับจุดตัดวันนอนเป็น 13 และ 84 วัน ทำให้วันนอน/รายเฉลี่ย เป็น 42.31+19.11 วัน (95%CI for mean = 38.18-46.43 วัน)ผลลัพธ์ของการฟื้นฟูฯผู้ป่วยอัมพาตฯที่รับบริการในปี 2542 พบว่าได้ข้อมูลจากแบบสอบถาม 13 ราย จากทั้งหมดที่รับเข้าฟื้นฟูฯ 48 ราย ซึ่งความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน (Activity of daily living, ADL.) เป็นดังนี้ 10/13 ราย สามารถควบคุมการขับถ่ายได้เป็นปกติ 6/13 ราย กินอาหาร/ล้างหน้า/แปรงฟัน ได้เอง 4/13 ราย สามารถทาแป้ง/หวีผม/โกนหนวด/ใช้ห้องส้วม/ใส่-ถอดเสื้อผ้า ได้เอง มีเพียง 1/13 รายเท่านั้นที่อาบน้ำเองได้ ส่วนการเดิน (Ambulation) พบว่า 7/13 ราย สามารถเดินได้เองบนพื้นราบ 5/13 ราย สามารถเคลื่อนย้ายตัวเอง (Transfer) ได้ดี สำหรับความสามารถในการดำรงชีวิต สามารถสื่อสารได้ดี 9/13 ราย ถูพื้นได้ 3/13 ราย ออกนอกบ้านได้เอง 2/13 ราย เตรียมอาหารได้เอง 1/13 ราย คนที่ทำไม่ได้หมายถึง ต้องมีคนคอยช่วยเหลือดูแล นั่นคือผู้ป่วยที่ได้รับการฟื้นฟูฯ สามารถช่วยตัวเองได้ระดับหนึ่ง ซึ่งยังบอกไม่ได้ว่านี่คือผลของกระบวนการฟื้นฟูฯทั้งหมด อย่างไรก็ตามก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถดำรงชีวิต อย่างน้อยภายในบ้านด้วยตนเองได้ทั้งหมด นอกจากนั้นการศึกษารายกรณีอีก 4 ราย ยังสะท้อนให้เห็นว่าผู้ป่วยแต่ละรายยังมิได้หยุดการแสวงหาการรักษาและฟื้นฟูฯภาวะอัมพาตฯ และระบบการติดตามดูแล เพื่อให้รู้ปัญหาเพื่อรักษาระดับผลการฟื้นฟูฯที่ได้ และสนับสนุนการปรับตัวให้ดำรงชีวิตได้ อย่างมีคุณภาพ ยังไม่เพียงพอ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[วัชรา ริ้วไพบูลย์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2544]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
