<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9647">
    <dcterms:title><![CDATA[การพัฒนาสมรรถนะนักศึกษาทันตแพทย์และทีมทันตบุคลากร เพื่อดูแลสุขภาพช่องปากผู้พิการ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ปาก--สุขภาพและอนามัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ<br />
]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9648">
    <dcterms:title><![CDATA[ไท้เก๊กเพื่อการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเรื้อรัง]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ไท้เก๊ก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[หลอดเลือดสมอง--โรค]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ<br />
]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9649">
    <dcterms:title><![CDATA[อนาคตระบบยาของคนไทยในระบบสุขภาพแห่งชาติในอีก 10 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2546-2555)]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Future Thai drug system under the National Health System in the next decade (2003-2012)]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[การปฏิรูประบบสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบประกันสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ยา--การบริหาร--กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาพอนาคตระบบยา โดยการใช้กระบวนการคาดการณ์อนาคต (Foresight) รวมถึงการนำเสนอยุทธศาสตร์เพื่อให้เกิดการพัฒนาและดำเนินการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องของระบบยา ที่ได้จากกระบวนการคาดการณ์อนาคต ขอบเขตการวิจัยนั้นใช้กระบวนการทบทวนวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล ประกอบกับการประชุมระดมสมองผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบยาและระบบสุขภาพ เพื่อคาดการณ์อนาคตระบบยาของคนไทยในระบบสุขภาพแห่งชาติใน 10 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2546-2555)	ผลการวิจัยพบว่า ภาพอนาคตระบบยาของคนไทยในระบบสุขภาพแห่งชาติใน 10 ปีข้างหน้า(พ.ศ. 2546-2555) ในปี 2555 ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านสุขภาพที่สำคัญคือ ประชาชนจะมีการพึ่งตนเองทางด้านยามากขึ้น การตัดสินใจที่จะดูแลสุขภาพทด้วยการเลือกใช้ยาดูแลสุขภาพของตนเองโดยไม่พึ่งพิงยาแผนปัจุบันเท่านั้น แต่ยังใช้ยาสมุนไพรและอาหารเป็นยา นอกจากนี้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือได้ การประกันสุขภาพจะเป็นที่พึ่งของประชาชน ระบบประกันสุขภาพจะครอบคลุมประชาชนในทุกกลุ่มทั่วถึงทุกคน ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างเหมาะสม รูปแบบการให้บริการมีมาตรฐานการให้บริการและมีประสิทธิภาพทุกระดับ ทั้งในระดับการให้บริการ สุขภาพระดับชุมชน (Primary Health Care) ระดับปฐมภูมิ (Primary Care) ระทุติยภูมิ (Secondary Care) ตติยภูมิ (Tertiary Care) เกิดเครือข่ายการประสานการทำงานร่วมกันของวิชาชีพต่างๆ ในการดูแล สุขภาพทำให้เกิดคุณภาพในการบริการ ทำให้ผู้รับบริการพึงพอใจ การพึ่งพากันในระดับภูมิภาค ประเทศกำลังพัฒนาในเอเซียน เช่น อินเดีย ไทย จีน จะรวมตัวและพึ่งพากันเพื่อความอยู่รอด รัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณทางด้านการวิจัย และการปรับกฎระเบียบเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยา เพื่อ แข่งขันกับยานำเข้าจากต่างประเทศ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[คทา บัณฑิตานุกูล...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2547]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9650">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานฉบับสมบรูณ์ ต้นทุน-ประสิทธิผลของการให้บริการยาละลายลิ่มเลือดในโรงพยาบาลชุมชน]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ยา -- การเอื้อประโยชน์ในร่างกาย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุรศักดิ์ เสาแก้ว และปิยะ หาญวรวงศ์ชัย]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9651">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการศึกษารูปแบบการมีงานทำของคนพิการแห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมาตรา 35]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[คนพิการ -- การจ้างงาน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ภัทรีพันธ์ พงศ์วัชร์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9652">
    <dcterms:title><![CDATA[การแทนยาฉีดด้วยยารับประทานในผู้ป่วยที่นอนรักษาในโรงพยาบาล]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Parenteral-oral drug switching in hospitalized patients]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบบริการสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ยา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การรักษาด้วยยา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[รุ่งทิวา หมื่นปา...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2548]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9653">
    <dcterms:title><![CDATA[กรณีศึกษา การพัฒนาธุรกิจคนพิการ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[คนพิการ -- การจ้างงาน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[อาภาพรรณ ชนานิยม, วัชรา ริ้วไพบูลย์ และวรรณพร บุญเรือง]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9654">
    <dcterms:title><![CDATA[พันธกิจ สวรส. ในการตอบสนองเป้าประสงค์ในอนาคต พ.ศ.2548-2552]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[HSRI mission and strategy development process study for goal achievement in the future 2005-2009]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข--พันธกิจ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การบริหารสาธารณสุข]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[นโยบายสาธารณสุข]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้แนวคิดพันธกิจสำหรับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส) ที่จะตอบสนองต่อเป้าหมายในอนาคตในระยะ 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2548-2552) เพื่อนำผลที่ได้มาเสนอเป็นกรอบทางเลือกเบื้องต้นให้กับคณะกรรมการ สวรส. ใช้เป็นแนวทางในการกำหนดพันธกิจ ผู้วิจัยได้ใช้หลักการของการมองอนาคต (foresight) และการศึกษาพันธกิจของ สวรส. จากอดีตถึงปัจจุบันพร้อมผลงานต่างๆ ในแต่ละยุคสมัยของ สวรส.(พ.ศ.2540-2546) นำมากำหนดกรอบคำถามในการสัมภาษณ์ระดับลึกผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้แก่นักวิชาการ,ผู้กำหนดนโยบายด้านสาธารณสุข,ผู้บริหารทางด้านสุขภาพ และผู้ให้บริการด้านสุขภาพ จำนวนทั้งสิ้น 20 ท่าน ในประเด็นที่เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน แนวโน้มและความไม่แน่นอนทางด้านสังคม เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะมีผลกระทบต่อระบบสุขภาพของประชาชนในอนาคต ในการแปลผล ผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้รับจากการสัมภาษณ์มาสังเคราะห์ แล้วนำมาจัดเป็นโครงเรื่องของภาพอนาคตที่มีความสามารถในระดับหนึ่งในการสะท้อนถึงพันธกิจของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขในอีก 5 ปีข้างหน้าและนำประเด็นที่เป็นความเหมือน และความแตกต่างมาสรุปเป็นภาพอนาคต 3 ภาพ ดังนี้สวรส.เป็นองค์กรสร้างความรู้และจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาประเทศ โดยเป็นองค์กรที่สร้างความรู้เพื่อชี้นำและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับวิสัยทัศน์ ความคิด และทิศทางของสังคม และเป็นองค์กรที่ทำงานวิจัยเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นวัฒนธรรมการเรียนรู้ของชุมชน ตลอดจนการใช้ความรู้เพื่อการตัดสินใจในการทำงานด้านระบบสุขภาวะของประชาชน ในภาพนี้ สวรส. ยังคงสร้างงานวิจัย นักวิจัย และผู้ที่นำผลงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติ เน้นการสร้างนวัตกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ดีกว่าสวรส.เป็นองค์กรวิชาการที่มีการบริหารจัดการนำความรู้ไปใช้ในเชิงระบบ โดย สวรส.เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงทางด้านสุขภาวะในเชิงระบบและสร้างกระแสการเปลี่ยนแปลงที่มีโครงสร้างรองรับด้วยการบริหารจัดการเชิงระบบ และทำหน้าที่เป็นองค์กรที่มีการบริหารจัดการสร้างกลไกเชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้ปฏิบัติการในทุกภาคส่วนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการปรับปรุงระบบ สุขภาพ ในภาพนี้เน้นการใช้ทรัพยากรให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ผลักดันความรู้และงานวิจัยให้เป็นนโยบายสาธารณะ โดยอาศัยความร่วมมือจากองค์กรหุ้นส่วนสวรส.เป็นองค์กรที่สร้างความเข้มแข็งให้กับภาคประชาชนในเชิงวิชาการ มุ่งให้ประชาชนดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเองโดยมีฐานความรู้จากงานวิจัยเชิงระบบที่ถูกนำไปย่อยให้ง่าย สะดวกต่อการนำไปใช้ และประชาชนทั่วไปหรือหน่วยงานองค์กรต่างๆ สามารถนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ตัดสินใจในการใช้ทรัพยากรในการพัฒนาประเทศ เน้นการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างความรู้ไปพร้อมกับกิจการการผลักดันการเคลื่อนไหวของสังคมและภาคส่วนต่างๆเป็นผู้สนับสนุนและจุดประกายให้องค์กรท้องถิ่นเพิ่มศักยภาพในการทำวิจัยระบบสุขภาพด้วยตนเองเน้นการสร้างเครือข่ายการทำงานแบบพหุภาค โดยให้ความสำคัญกับงานวิจัยในระดับองค์กรภาคประชาชน และเป็นตัวกลางสำคัญในการติดต่อให้ภาคองค์กรประชาชนจับมือร่วมกับเอกชนในการสร้างองค์ความรู้ร่วมกัน]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ฉัตรวรัญ องคสิงห์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2547]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9655">
    <dcterms:title><![CDATA[การประเมินสถานสงเคราะห์คนชราของรัฐ : ศึกษาเฉพาะกรณีสถานสงเคราะห์ 3 แห่ง]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[An evaluation of governmental homes for the aged: case studies of the three homes for the aged]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[สถานสงเคราะห์คนชรา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การศึกษาวิจัยเรื่องนี้เป็นการประเมินสถานสงเคราะห์คนชราของรัฐ ศึกษาเฉพาะกรณีสถานสงเคราะห์คนชรารวม 3 แห่ง โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณผสมผสานกับเชิงคุณภาพ กรอบแนวคิดที่ใช้นั้นได้ดัดแปลงมาจากรูปแบบการประเมิน CIPP และมีการนำมิติหญิงชายมาวิเคราะห์ข้อมูลร่วมด้วย	ผลการศึกษาจากการประเมินบริบทแวดล้อมของสถานสงเคราะห์คนชรา พบว่าพื้นที่ของสถานสงเคราะห์และสภาพแวดล้อมมีผลต่อปฏิสัมพันธ์และพฤติกรรมของผู้สูงอายุและพบด้วยว่าชุมชนใกล้เคียงสถานสงเคราะห์และสาธารณชน ยังไม่มีส่วนร่วมในการดำเนินงานและการตรวจสอบการดำเนินงานของสถานสงเคราะห์คนชราแต่อย่างใด	ในด้านการประเมินผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์คนชรา พบว่า ผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นหญิงมากกว่าชาย และมีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมอยู่ในระดับล่าง สาเหตุที่เข้ามาอยู่ในสถานสงเคราะห์ก็เพราะไม่มีผู้ดูแลอยู่ที่บ้าน ทั้งนี้ผู้สูงอายุในสัดส่วนที่สูงไม่เข้าร่วมกิจกรรมใดๆ ของสถานสงเคราะห์เลยเพราะปัญหาสุขภาพ อย่างไรก็ดีผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็มีทัศนะว่าชีวิตในสถานสงเคราะห์ปัจจุบันดีขึ้นกว่าแต่ก่อน ซึ่งผลของการศึกษายังพบแนวโน้มที่ผู้สูงอายุจะมีการศึกษาและมีฐานะเศรษฐกิจสังคมสูงขึ้น ทำให้สถานสงเคราะห์ต้องเผชิญกับปัญหาการเรียกร้องสิทธิของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ	เมื่อนำมิติหญิงชายมาวิเคราะห์ ก็พบว่าผู้สูงอายุชายมีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมดั้งเดิมดีกว่าผู้หญิง มีรายได้ปัจจุบันมากกว่าผู้หญิง สุขภาพร่างกายแข็งแรงมากกว่า และมีเครือญาติมากกว่าผู้หญิง อีกทั้งยังเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่าผู้หญิงด้วย ในด้านจิตใจพบว่าผู้สูงอายุชายมีสุขภาพจิตดีกว่าผู้สูงอายุหญิง มีความต้องการทางจิตใจและจิตวิญญาณน้อยกว่าผู้หญิง ส่วนในด้านศักยภาพก็พบว่า แม้สัดส่วนของผู้หญิงที่มีความถนัดหรือความชำนาญจะสูงกว่าผู้ชาย แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ผู้ชายต้องการทำประโยชน์ให้แก่ชุมชนและสังคมมากกว่าผู้หญิง และในประการสุดท้าย ผู้สูงอายุหญิงต้องการอยู่ในสถานสงเคราะห์คนชราตลอดไปมากกว่าผู้ชาย	ผลประเมินในด้านทรัพยากรในการบริหารงานของสถานสงเคราะห์ พบว่ามีการใช้จ่ายทรัพยากรไปในการสงเคราะห์ผู้สูงอายุต่อบุคคลค่อนข้างสูงถึงปีละ 34,500 บาท ในด้านนโยบายพบว่านโยบายของสถานสงเคราะห์คนชราต่างๆ ในสังกัดกรมประชาสงเคราะห์ยังขาดเอกภาพ เพราะยึดถือกรอบนโยบายหลายกรอบ และแผนงานกับโครงการก็มีความยืดหยุ่นสูงเกินไป อีกทั้งยังไม่มีกลไกในการติดตามประเมินผลการดำเนินงานตามแผนงานกับโครงการดังกล่าวด้วย ในด้านการบริหารงานก็พบว่า สถานสงเคราะห์คนชราในต่างจังหวัดมีความเป็น “อาณาจักร” สูง และยึดโยงกับส่วนกลางมากจนยังมิได้เป็นหน่วยงานในส่วนภูมิภาคอย่างแท้จริง ส่วนในด้านการบริหารงบประมาณ ก็พบว่าสถานสงเคราะห์แต่ละแห่งยังต้องพึ่งพาการรับบริจาคจากสาธารณชนมาก และในด้านการบริหารบุคลากรก็พบว่า การกระจายตัวของบุคลากรในแต่ละสถานสงเคราะห์ยังไม่สมดุล และไม่เป็นไปตามกรอบอัตรากำลังที่ตั้งไว้	ในด้านการให้บริการของสถานสงเคราะห์ พบว่ามีการรับผู้สูงอายุที่ไม่เดือดร้อนจำเป็นจริง ๆ เข้าสถานสงเคราะห์คนชรา และพบด้วยว่าจุดแข็งของสถานสงเคราะห์ ก็คือ สามารถตอบสนองความต้องการด้านกายภาพของผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี แต่ข้อจำกัดก็คือไม่อาจตอบสนองความต้องการด้านจิตใจและจิตวิญญาณของผู้สูงอายุได้ ส่วนในด้านการปฏิบัติงานของบุคลากร ก็พบว่าปัญหาสำคัญได้แก่บุคลากรระดับล่างยังไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร และ บุคลากรสถานสงเคราะห์เองก็ยังไม่อาจจะแก้ไขปัญหาของผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์ ที่นับวันก็จะทวีความรุนแรงมากขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ	ในด้านผลการดำเนินงานของสถานสงเคราะห์ พบว่าบริการและกิจกรรมมีความพอเพียงแล้ว และเจ้าหน้าที่ก็ปฏิบัติต่อผู้สูงอายุอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม แต่สิ่งที่ไม่เป็นธรรม ก็คือผู้สูงอายุที่มีฐานะดีและปานกลางค่อนข้างดี ได้รับประโยชน์จากสถานสงเคราะห์เท่าเทียมกับผู้สูงอายุที่ยากจน ไร้ที่พึ่งพา และการที่ผู้สูงอายุถดถอยยังเข้าไม่ถึงบริการกับกิจกรรมของสถานสงเคราะห์เท่าที่ควร ส่วนในด้านความยั่งยืนของบริการและกิจกรรม ก็พบว่าผู้สูงอายุเป็นผู้รอรับบริการมากกว่าการมีส่วนร่วม จึงยังไม่อาจเรียกได้ว่ามีความยั่งยืนอย่างแท้จริงได้ ในประการสุดท้าย คือ ผลกระทบที่เกิดจากสถานสงเคราะห์นั้น พบว่าการที่ผู้สูงอายุและครอบครัวยากจนได้รับประโยชน์จากการที่ผู้สูงอายุเข้ามารับการสงเคราะห์ จัดได้ว่าเป็นผลกระทบทางตรง ส่วนผลกระทบทางอ้อมที่สำคัญ ก็คือ การที่สถานสงเคราะห์เป็นจุดให้กำเนิดของศูนย์บริการผู้สูงอายุในชุมชน]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[จิราลักษณ์  จงสถิตมั่น]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[พรประภา  สินธุนาวา]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[พรประภา  สินธุนาวา]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2543]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9656">
    <dcterms:title><![CDATA[โครงการศึกษากลไกสุขภาพภาคประชาชนกับกระบวนการปฏิรูประบบสุขภาพ : กรณีศึกษากลไกสุขภาพภาคกลาง 2546]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Project: popular mechanism for health system reform : Case study of mechanism in central Thailand, 2003]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[การปฏิรูประบบสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบบริการสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การศึกษาครั้งนี้ประกอบดวยการศึกษากลไกสุขภาพภาคประชาชน กับกระบวนการปฏิรูประบบสุขภาพ จากปรากฏการณที่เกิดขึ้นในเวทีสมัชชาสุขภาพในพื้นที่ระดับจังหวัดและระดับภาค เปนอันดับหนึ่ง ที่ทําใหเห็นภาพกระบวนการที่นาจะเปนการกอกําเนิด ถึงกลไกภาคประชาชนที่รวมตัวกันเพื่อการปฏิรูประบบสุขภาพเปนการศึกษาที่ทําใหเห็นปจจัยบางประการในกระบวนการสมัชชา ที่สรางใหเกิดภาคีเครือขายภาคประชาชน องคประกอบที่สองของการศึกษานี้คือศึกษาตอเนื่องลงไปในพื้นที่ หลังจากมีการดําเนินการในเวทีสมัชชาผานไป กวา 3-4 เดือน เพื่อติดตาม การดําเนินงานของเครือขาย ที่เคยเขารวมเวทีสมัชชาวามีการดําเนินการตอไปอยางไร และประชาชนในทองถิ่นดังกลาว มีการรับรูเกี่ยวกับการปฏิรูปนี้อยางไร ในการติดตามเครือขายในภาคกลางนั้น ได มีการสุมตัวอยางศึกษาในจังหวัด สุพรรณบุรี ราชบุรี และเครือขายในลุมน้ำแมกลอง นอกจากนี้งานวิจัยนี้ยังพยายาม เขาใจถึงการรวมตัว/กอกําเนิดของกลไกภาคประชาชน ในภาคกลาง เพื่อใหเห็นความเชื่อมโยงกับการทํางานของกระบวนการปฏิรูประบบสุขภาพ และ ในองคประกอบทีสามของการศึกษาวิจัยครั้งนี้คือ การศึกษาการรับรูและการกอตัวของกลไกภาคประชาชนในเขต กรุงเทพมหานครและปริมณฑลซึ่งเปนทั้งศูนยกลางขาวสาร และศูนยรวมของสมัชชา สุขภาพแห่งชาติ	จากการศึกษาพบวา กลไกสุขภาพภาคประชาชนที่เขามามีสวนรวมในกระบวนการปฏิรูปผานกลไก ของสมัชชาทั้งระดับพื้นที่และระดับชาตินั้น เปนภาคีเครือขายประชาชนที่ทํางานในเรื่องตางๆ ที่หลากหลาย และ ในประเด็นที่ทองถิ่นนั้นมีปญหามากอนหนา การปฏิรูประบบสุขภาพ กระบวนการปฏิรูปนี้ ใชกลไกภาคประชาชน ที่มีอยูไดอยางเหมาะสม แตเปนที่นาสนใจว่ากระบวนการดังกลาว หลอหลอมใหกลไกเหลานี้ไดรวมเปนหนึ่ง เดียวกับการปฏิรูปสุขภาพอยางไร และสําเร็จเพียงใด ซึ่งจากการศึกษาพบวา กระบวนการดังกลาวประสบผลในระดับหนึ่งกับแกนนํา แตยังคงตองทํางานตอเนื่องใหเกิดการหลอหลอมอยางแทจริง การรับรูตอกระบวนการ ปฏิรูป การเรียนรูรวมกันกันของกลไกตางๆนี้ยังคงตองผลักดันใหประสบผลสําเร็จตอไป	ความเขาใจในกระบวนการปฏิรูประบบสุขภาพ สําหรับประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังถือวาอยูในเกณฑที่ต่ำมากหรือไมมีการรับรูในเรื่องนี้แตอยางใด สวนใหญจะเห็นวาการ ดําเนินการในภาครัฐ คือการปฏิรูปผานระบบราชการ การปฏิรูปการบริการสาธารณสุข ดวยกลไกของหลักประกันสุขภาพรวมไปถึง การปฏิรูปโดยผานการณรงค การออกกําลังกาย และอาหารปลอดภัย ซึ่งเปนการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เปนที่รับรูไดของภาคประชาชน แตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการเคลื่อนไหวเพื่อใหมีพระราชบัญญัติสุขภาพนั้น ไมเปนที่เขาใจหรือรับรูในหมูประชาชนในเมืองเทาที่ควร ทั้งที่เปนกลุมที่อยูในศูนยกลางของการรวมตัวเพื่อการ เปลี่ยนแปลงผานกลไกสมัชชาสุขภาพแหงชาติ รายงานนี้ไดเสนอใหเห็นปจจัยในกระบวนการทํางานที่คณะทํางานเพื่อการขับเคลื่อนภาคประชาชน อาจจะนําไปเปนประโยชนไดบางไมมากก็น้อย]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุวจี กู๊ด]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2547]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
