<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/18864">
    <dcterms:title><![CDATA[วารสารวิชาการพระพุทธศาสนาเขตลุ่มแม่น้ำโขง ปีที่ 2 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม 2562]]></dcterms:title>
    <dcterms:title><![CDATA[Buddhism in Mekong Region Vol.2 No.2 July - December 2019]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระพุทธศาสนา<br />
]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ปรัชญา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สังคมศาสตร์]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การศึกษา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ศิลปวัฒนธรรม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน]]></dcterms:creator>
    <dcterms:publisher><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2562]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/18863">
    <dcterms:title><![CDATA[วารสารวิชาการพระพุทธศาสนาเขตลุ่มแม่น้ำโขง ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 ประจำเดือนมกราคม - มิถุนายน 2562]]></dcterms:title>
    <dcterms:title><![CDATA[Buddhism in Mekong Region Vol.2 No.1 January - June 2019]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระพุทธศาสนา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ปรัชญา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สังคมศาสตร์]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การศึกษา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ศิลปวัฒนธรรม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน]]></dcterms:creator>
    <dcterms:publisher><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2562]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/18862">
    <dcterms:title><![CDATA[วารสารวิชาการพระพุทธศาสนาเขตลุ่มแม่น้ำโขง ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม 2561]]></dcterms:title>
    <dcterms:title><![CDATA[Buddhism in Mekong Region Vol.1 No.2 July - December 2018]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระพุทธศาสนา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ปรัชญา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สังคมศาสตร์]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การศึกษา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ศิลปวัฒนธรรม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน]]></dcterms:creator>
    <dcterms:publisher><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2561]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/18861">
    <dcterms:title><![CDATA[วารสารวิชาการพระพุทธศาสนาเขตลุ่มแม่น้ำโขง ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 ประจำเดือนมกราคม - มิถุนายน 2561]]></dcterms:title>
    <dcterms:title><![CDATA[Buddhism in Mekong Region Vol.1 No.1 January - June 2018]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[พระพุทธศาสนา ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ปรัชญา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สังคมศาสตร์]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การศึกษา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ศิลปวัฒนธรรม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน]]></dcterms:creator>
    <dcterms:publisher><![CDATA[มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2561]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/18860">
    <dcterms:title><![CDATA[วารสารครุศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม ปีที่ 1 ฉบับที่ 2 พฤษภาคม - สิงหาคม 2563]]></dcterms:title>
    <dcterms:title><![CDATA[Journal of Education, Faculty of Education, Nakhon Phanom University Vol.1 No.2 May - August 2020]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การศึกษา -- วารสาร]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ศึกษาศาสตร์ -- วารสาร]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[วิจัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม]]></dcterms:creator>
    <dcterms:publisher><![CDATA[คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2563]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/18858">
    <dcterms:title><![CDATA[ประชุมจารึก ภาคที่ 8 จารึกสุโขทัย]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[จารึกสุโขทัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ศิลาจารึก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:description><![CDATA[คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือที่ระลึก ในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในโอกาสที่วันพระบรมราชสมภพ ครบ 200 ปี]]></dcterms:description>
    <dcterms:abstract><![CDATA[จัดพิมพ์ต่อเนื่องจากหนังสือชุดประชุมศิลาจารึก ภาคที่ 1 - 7 จารึกที่พิมพ์ในเล่มนี้รวบรวมจารึกสุโขทัยทั้งหมด ได้แก่ จารึกสุโขทัยที่พบใหม่ยังไม่เคยพิมพ์เผยแพร่มาก่อน จัดทำคำอ่าน เชิงอรรถและคำอธิบายศัพท์ จัดเรียงตามอายุศักราช ให้เลขลำดับ หลักที่ 319 จนถึงหลักที่ 327 และมีจารึกสุโขทัยที่เคยพิมพ์มาแล้ว ได้แก่ประชุมศิลาจารึกภาคที่ 1 ประชุมศิลาจารึกภาคที่ 3 ประชุมศิลาจารึกภาคที่ 4 ประชุมศิลาจารึกภาคที่ 5 ประชุมศิลาจารึกภาคที่ 7 และจารึกสมัยสุโขทัย]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[กรมศิลปากร]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[กรมศิลปากร]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2548]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/18857">
    <dcterms:title><![CDATA[การวิเคราะห์หมวดหมู่หนังสือพุทธศาสนากําหนดโดยหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การวิเคราะห์หนังสือ ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[พุทธศาสนา ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2557]]></dcterms:date>
    <dcterms:rights><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:rights>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/18856">
    <dcterms:title><![CDATA[เสภาเรื่องขุนช้าง-ขุนแผน ฉบับหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[เสภา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[กวีนิพนธ์ไทย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[วรรณคดีไทย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนเป็นวรรณคดีนิทาน แต่งเป็นกลอน สันนิษฐานว่าน่าจะได้ใช้ขับเล่าเรื่องด้วยทำนองร้องต่าง ๆ โดยใช้กรับเป็นเครื่องประกอบจังหวะมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ในกฎหมายตราสามดวงมีข้อความระบุถึงพระราชานุกิจว่า “หกทุ่มเบิกเสภาดนตรี” แสดงว่าการเล่าเรื่องด้วยการขับร้องมีมานานแล้ว และกรับที่ใช้ประกอบการขับนั้น ก็น่าจะเป็นเครื่องดนตรีเก่าแก่ดั้งเดิมที่แพร่มาแต่อินเดียหรือตะวันออกกลางพร้อม ๆ กับการเล่านิทานเรื่องรามเกียรติ์<br />
<br />
เนื้อเรื่องขุนช้างขุนแผนแปลกกว่านิทานพื้นบ้านทั่วไป เนื่องจากเป็นเรื่องรักสามเส้าแบบสมจริงของคนธรรมดา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเรื่องของคนที่มีชีวิตอยู่จริงในราวสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 แต่มีผู้นำมาเล่าสืบกันมาอย่างนิยายและเป็นที่นิยมกันแพร่หลายจนกระทั่งถึงกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดเกล้าฯ ให้กวีหลายท่านช่วยกันแต่งต่อเติมขึ้นเป็นฉบับหลวง และทรงพระราชนิพนธ์เองบางตอน เช่น ตอนพลายแก้วเป็นชู้กับนางพิมถึงตอนแต่งงาน ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้างถึงเข้าห้องนางแก้วกิริยา นางวันทองทะเลาะกับลาวทอง และเท่าที่รู้จากตำนานหรือสันนิษฐานได้จากสำนวน บางตอนโปรดเกล้าฯ ให้ผู้อื่นแต่ง เช่น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ตอนขุนช้างขอนางพิม และขุนแผนพานางวันทองหนี ส่วนสุนทรภู่แต่งตอนกำเนิดพลายงาม เป็นต้น ในระยะเดียวกันนั้นกวีเชลยศักดิ์ก็แต่งและขับเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนเป็นมหรสพชาวบ้านกันทั่วไป แต่มักมิได้จดฉบับลงไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างฉบับหลวง]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:publisher><![CDATA[ศิลปาบรรณาคาร]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2508]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/18855">
    <dcterms:title><![CDATA[เสภาเรื่องขุนช้าง ขุนแผน เล่ม 2]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[เสภา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[กวีนิพนธ์ไทย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[วรรณคดีไทย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนเป็นวรรณคดีนิทาน แต่งเป็นกลอน สันนิษฐานว่าน่าจะได้ใช้ขับเล่าเรื่องด้วยทำนองร้องต่าง ๆ โดยใช้กรับเป็นเครื่องประกอบจังหวะมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ในกฎหมายตราสามดวงมีข้อความระบุถึงพระราชานุกิจว่า “หกทุ่มเบิกเสภาดนตรี” แสดงว่าการเล่าเรื่องด้วยการขับร้องมีมานานแล้ว และกรับที่ใช้ประกอบการขับนั้น ก็น่าจะเป็นเครื่องดนตรีเก่าแก่ดั้งเดิมที่แพร่มาแต่อินเดียหรือตะวันออกกลางพร้อม ๆ กับการเล่านิทานเรื่องรามเกียรติ์<br />
<br />
เนื้อเรื่องขุนช้างขุนแผนแปลกกว่านิทานพื้นบ้านทั่วไป เนื่องจากเป็นเรื่องรักสามเส้าแบบสมจริงของคนธรรมดา สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเรื่องของคนที่มีชีวิตอยู่จริงในราวสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 แต่มีผู้นำมาเล่าสืบกันมาอย่างนิยายและเป็นที่นิยมกันแพร่หลายจนกระทั่งถึงกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดเกล้าฯ ให้กวีหลายท่านช่วยกันแต่งต่อเติมขึ้นเป็นฉบับหลวง และทรงพระราชนิพนธ์เองบางตอน เช่น ตอนพลายแก้วเป็นชู้กับนางพิมถึงตอนแต่งงาน ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้างถึงเข้าห้องนางแก้วกิริยา นางวันทองทะเลาะกับลาวทอง และเท่าที่รู้จากตำนานหรือสันนิษฐานได้จากสำนวน บางตอนโปรดเกล้าฯ ให้ผู้อื่นแต่ง เช่น พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ตอนขุนช้างขอนางพิม และขุนแผนพานางวันทองหนี ส่วนสุนทรภู่แต่งตอนกำเนิดพลายงาม เป็นต้น ในระยะเดียวกันนั้นกวีเชลยศักดิ์ก็แต่งและขับเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนเป็นมหรสพชาวบ้านกันทั่วไป แต่มักมิได้จดฉบับลงไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างฉบับหลวง]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:publisher><![CDATA[ศิลปาบรรณาคาร]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2544]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/18854">
    <dcterms:title><![CDATA[เสภาเรื่องขุนช้าง ขุนแผน เล่ม 1]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[เสภา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[กวีนิพนธ์ไทย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[วรรณคดีไทย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนเป็นวรรณคดีนิทาน  แต่งเป็นกลอน  สันนิษฐานว่าน่าจะได้ใช้ขับเล่าเรื่องด้วยทำนองร้องต่าง ๆ โดยใช้กรับเป็นเครื่องประกอบจังหวะมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา  ในกฎหมายตราสามดวงมีข้อความระบุถึงพระราชานุกิจว่า “หกทุ่มเบิกเสภาดนตรี” แสดงว่าการเล่าเรื่องด้วยการขับร้องมีมานานแล้ว และกรับที่ใช้ประกอบการขับนั้น ก็น่าจะเป็นเครื่องดนตรีเก่าแก่ดั้งเดิมที่แพร่มาแต่อินเดียหรือตะวันออกกลางพร้อม ๆ กับการเล่านิทานเรื่องรามเกียรติ์<br />
<br />
เนื้อเรื่องขุนช้างขุนแผนแปลกกว่านิทานพื้นบ้านทั่วไป  เนื่องจากเป็นเรื่องรักสามเส้าแบบสมจริงของคนธรรมดา  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ทรงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเรื่องของคนที่มีชีวิตอยู่จริงในราวสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 แต่มีผู้นำมาเล่าสืบกันมาอย่างนิยายและเป็นที่นิยมกันแพร่หลายจนกระทั่งถึงกรุงรัตนโกสินทร์  สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  โปรดเกล้าฯ ให้กวีหลายท่านช่วยกันแต่งต่อเติมขึ้นเป็นฉบับหลวง  และทรงพระราชนิพนธ์เองบางตอน  เช่น  ตอนพลายแก้วเป็นชู้กับนางพิมถึงตอนแต่งงาน  ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้างถึงเข้าห้องนางแก้วกิริยา  นางวันทองทะเลาะกับลาวทอง  และเท่าที่รู้จากตำนานหรือสันนิษฐานได้จากสำนวน บางตอนโปรดเกล้าฯ ให้ผู้อื่นแต่ง เช่น  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงพระราชนิพนธ์ตอนขุนช้างขอนางพิม  และขุนแผนพานางวันทองหนี  ส่วนสุนทรภู่แต่งตอนกำเนิดพลายงาม  เป็นต้น  ในระยะเดียวกันนั้นกวีเชลยศักดิ์ก็แต่งและขับเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนเป็นมหรสพชาวบ้านกันทั่วไป  แต่มักมิได้จดฉบับลงไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างฉบับหลวง  ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:publisher><![CDATA[ศิลปาบรรณาคาร]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2544]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
