<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9572">
    <dcterms:title><![CDATA[สิทธิในสุขภาพ : จากเสรีนิยม สู่ชุมชนนิยม ?]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Right to health : From liberalism to communitarianism?]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[กฎหมายสาธารณสุข]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สิทธิมนุษยชน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[สิทธิในสุขภาพ : จากเสรีนิยม สู่ชุมชนนิยม ? มีเป้าหมายที่การพิเคราะห์สาระของสิทธิมนุษยชนในแนวคิดทฤษฎีเสรีนิยมและชุมชนนิยม การศึกษาพยายามพิจารณาว่าจากสมมุติฐานที่มาที่แตกต่างกัน คือในขณะที่เสรีนิยมเน้นเสรีภาพของปัจเจกและความเท่าเทียม ชุมชนนิยม ยืนยันสิทธิของกลุ่มและชุมชนในที่สุดทั้งสองแนวคิดบรรจบกันหรือไม่ และสิทธิในสุขภาพ ถูกจัดวางอย่างไรในข้อถกเถียงในเชิงทฤษฎีระหว่างเสรีนิยมกับชุมชนนิยม แนวคิดทั้งสองส่วนถูกนำมาใช้อย่างไรในกระบวนการปฏิรูประบบสุขภาพในประเทศไทยอาจกล่าวได้ว่าแนวคิดและระบบสิทธิมนุษยชนที่เข้าใจและยอมรับรับรองกันแพร่หลายในปัจจุบัน ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดปรัชญาการเมืองตะวันตก โดยพื้นฐานที่ว่าโดยกฏธรรมชาติ(วิสัย)มนุษย์มีเหตุผล และมีสิทธิเพียงเพราะเขาเป็นมนุษย์คนหนื่ง ในแนวคิดเสรีนิยม เพื่อค้ำประกันสิทธิในชีวิต เสรีภาพ และทรัพย์สิน อันเป็นสิทธิที่ติดตัวมาของมนุษย์ รัฐต้องไม่เข้าไปแทรกแซง ในแนวคิดนี้ สิทธิของปัจเจก โดยเฉพาะสิทธิทางการเมือง สิทธิพลเมืองต้องได้รับการเคารพโดยรัฐ สิทธินี้เรียกว่าสิทธิเชิงลบ อย่างไรก็ตาม นักคิดเสรีนิยมกลุ่มหนึ่งมองว่า เสรีภาพเพียงอย่างเดียว ก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียม การบรรลุความเป็นอิสระของปัจเจกไม่ใช่การจำกัดบทบาทของรัฐ แต่รัฐต้องจัดหาและประกันสิทธิบางประการให้แก่ปัจเจกเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม สิทธินี้ เรียกว่าสิทธิเชิงบวก หรือสิทธิสวัสดิการ ซึ่งหมายรวมถึงสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ดังนั้น ปัจเจกจะบรรลุถึงสิทธิทั้งหลายได้ก็ต้องมีทั้งเสรีภาพและการสนองความต้องการพื้นฐาน สิทธิทั้งสองประเภท จึงมิอาจแบ่งแยกได้หากในแนวคิดเสรีนิยม มีเพียงปัจเจกที่มีฐานะเป็นผู้ทรงสิทธิ นักคิดค่ายชุมชนนิยมมองว่า ชุมชน/กลุ่ม เป็นผู้ทรงสิทธิได้เช่นกันและสิทธินั้นมีหลายประการ ชุมชน/สังคม อาจเป็น “บุคคล” ได้โดยตัวมันเอง สามารถมีความสัมพันธ์และกระทำการได้ การยืนยันสิทธิของปัจเจกเป็นเรื่องที่ทำได้แต่ต้องไม่แปลกแยกจากสิทธิของชุมชนกล่าวสำหรับสิทธิในสุขภาพ ซึ่งเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองทั้งโดยกฎหมายและศีลธรรม ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน และโดยทั่วไปเป็นสิทธิของปัจเจก เป็นสิทธิในอธิปไตยเหนือชีวิต ร่างกาย และสิทธิที่จะบรรลุความเป็นอยู่ที่ดี สิทธิในสุขภาพจึงเกี่ยวโยงกับสิทธิในแนวคิดเสรีนิยมทั้งสองประเภทเป็นอย่างสูง อย่างไรก็ตาม การสร้างเงื่อนใขอันจำเป็นเพื่อให้ปัจเจกบรรลุถึงสิทธิในสุขภาพอย่างสมบูรณ์ได้ สิทธิของชุมชน ต้องได้รับการเคารพปกป้อง ในประเทศไทย การแพทย์สมัยใหม่เปิดโอกาสให้รัฐเข้ามาควบคุมชีวิตทั้งของปัจเจกและชุมชน ซึ่งนั่นหมายถึง สิทธิในสุขภาพถูกกำกับโดยรัฐ ความพยายามในการปฏิรูประบบสุขภาพซึ่งโดยทั่วไปอิงอยู่กับสิทธิในแนวคิดเสรีนิยม และบูรณาการเข้ากับสิทธิของชุมชน จำต้องจัดความสัมพันธ์ระหว่างปัจเจก สังคม/ชุมชน และรัฐ ใหม่ รัฐต้องส่งเสริมสิทธิทั้งสองประเภทของทั้งปัจเจกและชุมชน โดยเฉพาะ สิทธิในการมีส่วนร่วมตัดสินใจในส่วนที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิในสุขภาพ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ศรีประภา เพชรมีศรี]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2548]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9571">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการวิจัยฉบับสมบรูณ์ กระบวนการมีส่วนร่วมของครอบครัวในการเกื้อหนุนด้านการใช้ยาของผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงอายุ -- การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ชไมพร กาญจนกิจสกุล]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9570">
    <dcterms:title><![CDATA[การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อปฏิรูประบบสุขภาพระดับปฐมภูมิ: กรณีศึกษาภาคกลาง อำเภอบางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา-รายงาน]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[สุขภาพ--การดูแลและสุขวิทยา<br />
]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9569">
    <dcterms:title><![CDATA[บทสังเคราะห์การพัฒนาระบบสื่อสารสุขภาพสู่ประชาชน]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การสื่อสารทางการแพทย์]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ชิตชยางค์ ยมาภัย]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9568">
    <dcterms:title><![CDATA[การปฏิรูประบบสุขภาพทันตบุคลากรไทยในอนาคต]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[สุขภาพ--การดูแลและสุขวิทยา<br />
]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9567">
    <dcterms:title><![CDATA[การหมุนเวียนของบุคลากรที่ให้บริการในสถานพยาบาลภาครัฐ รายงานวิจัยเล่มที่ 5 โครงการติดตามประเมินผลการจัดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าระยะที่สอง (2546-47)]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[The Flow of Health Personnel in Public Hopitals]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ทันตบุคลากร -- สถิติ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ทันตแพทย์ -- สถิติ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[เภสัชกรรม -- สถิติ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการหมุนเวียนของบุคลากรในระบบบริการโดยเน้นในส่วนของภาครัฐบาลรวมทั้งประเด็นเรื่องการลาออกจากราชการของแพทย์ การศึกษาครอบคลุมบุคลากรสี่กลุ่มคือ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร และพยาบาล โดยมีจุดเน้นที่แพทย์และทันตแพทย์ ซึ่งเป็นสาขาที่ขาดแคลนมากเป็นพิเศษ	ผลการศึกษาพบว่าในแต่ละกลุ่มมีปัญหาแตกต่างกัน อันได้แก่ กลุ่มแพทย์ การศึกษาเรื่องการลาออกของแพทย์ที่ผ่านมาสามารถประมวลผลและอาจกล่าวได้ว่า การลาออกของแพทย์ไม่ได้เกิดจากไม่ได้มีเพียงสาเหตุหนึ่งสาเหตุใดที่ทำให้ลาออก สาเหตุพื้นฐานที่สำคัญได้แก่ ภาระงาน ค่าตอบแทน และโอกาสในการศึกษาต่อ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ไม่ต่างจากในอดีตมากนัก ปัจจัยเรื่องค่าตอบแทนในลักษณะสัมพันธ์มีส่วนกำหนดการตัดสินใจในการลาออกและกลับเข้ารับราชการ และปัจจัยเหล่านี้มักจะผันแปรไปตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ความเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมและประชากร ก็มีส่วนทำให้มีการลาออกมากขึ้นหรือเร็วขึ้น ทันตแพทย์เป็นอีกสาขาที่มีปัญหาขาดแคลนและยังมีข้อมูลและการศึกษาในเรื่องกำลังคนด้านทันตแพทย์น้อยมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะจำนวนการผลิตทันตแพทย์แต่ละสถาบันไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักในช่วง 11 ปี ที่ผ่านมา จำนวนการผลิตที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจาการที่สถาบันใหม่ๆ เปิดสอนมากกว่าที่จะเป็นการเพิ่มการผลิตของสถาบันเดิม โดยที่ผ่านมาสาธารณะและฝ่ายการเมืองเองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาการขาดแคลนทันตแพทย์มากเท่ากับการขาดแคลนแพทย์ ทางด้านเภสัชกรในภาพรวมแล้ว จำนวนเภสัชกรในภาครัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตลอด โดยไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก จึงพอจะกล่าวได้ว่าที่ผ่านมายังไม่มีปัญหาการลาออกจากราชการของเภสัชกรที่รุนแรงไม่ว่าจะก่อนหรือหลังโครงการ 30 บาท และทางด้านกลุ่มของพยาบาลนั้น เคยเป็นสาขาที่ขาดแคลนและมีการทำสัญญาใช้ทุนเช่นเดียวกัน แต่ก็ยกเลิกไปก่อนเภสัชกรเสียอีก ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาภาระทางด้านการเงินของรัฐบาลและนโยบายลดจำนวนข้าราชการสรุปผลการศึกษาได้ว่าปัญหาความพอเพียงของบุคลากรในระดับที่สามารถให้บริการที่มีคุณภาพได้ ย่อมมีความสำคัญมากกว่าปัญหาการลาออกจากราชการ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันที่บุคลากรสาขาอาชีพหลักๆยังขาดแคลนอยู่ และโครงการ 30 บาทฯ ยังคงใช้วิธีการจ่ายเงินที่ทำให้สถานพยาบาลเอกชนในต่างจังหวัดมีแนวโน้มถอนตัวออกจากโครงการมากกว่าจะเข้าร่วมโครงการนั้น การลาออกจากราชการของบุคลากรเหล่านี้ก็ยังถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายเกี่ยวข้อง ควรต้องให้ความสนใจแก้ไขเป็นลำดับต้นๆ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[วิโรจน์ ณ ระนอง]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[อัญชนา ณ ระนอง]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2548]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9566">
    <dcterms:title><![CDATA[การจัดระบบบริการด้านรังสีรักษากับความต้องการและการเข้าถึงบริการของผู้ป่วยโรคมะเร็งในประเทศไทย]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[รังสีเคมี]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[มะเร็ง -- การบำบัดด้วยแสง]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9565">
    <dcterms:title><![CDATA[แผนยุทธศาสตร์สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขปี 2554-2558 : การจัดการความรู้ สู่ระบบสุขภาพที่เป็นธรรมและยั่งยืน]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[สาธารณสุข]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9564">
    <dcterms:title><![CDATA[การเฝ้าระวังการปนเปื่อนสารหนูในน้ำบริโภคของตำบลร่อนพิบูลย์]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[สารหนู--การปนเปื้อนกัมมันตรังสี]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9563">
    <dcterms:title><![CDATA[สังเคราะห์ระบบการเสริมสร้างศักยภาพผู้บริโภค]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้บริโภค]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
