<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9622">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการวิจัยฉบับสมบรูณ์ การศึกษาและพัฒนาภูมิคุ้มกันทางใจวัยสูงอายุโดยการบูรณาการกระบวนการมีส่วนร่วมของครอบครัวและเครือข่ายประชาสังคม]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การก่อภูมิคุ้มกันของผู้สูงอายุ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[เพ็ญนภา กุลนภาดล และจุฑามาศ แหนจอน]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:language><![CDATA[PDF]]></dcterms:language>
    <dcterms:type><![CDATA[ไทย]]></dcterms:type>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9621">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการวิจัย ศึกษาการยอมรับและการให้การดูแลผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือผู้ป่วยเอดส์ของครอบครัวในอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[The study of family&#039;s acceptance and care for persons with HIV/AIDS in Tawatburi; Roi-et province]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้ติดเชื้อเอชไอวี]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรคเอดส์-- การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรคเอดส์ -- ผู้ป่วย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[กาญจนา  บุตรชน...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2543]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9620">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานวิจัยฉบับสบรูณ์ สถานสงเคราะห์คนชราอาคารเขียวต้นแบบตามหลักวิศวกรรมปัจจัยมนุษย์]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[สถานสงเคราะห์คนชรา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9619">
    <dcterms:title><![CDATA[โครงการเปรียบเทียบความเคลื่อนไหวการปฏิรูประบบสุขภาพของนานาประเทศ : กรณีศึกษาประเทศอินเดีย]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Health Systems Reform in India]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[สุขภาพ-- การปฏิรูป--อินเดีย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ--อินเดีย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การปฏิรูประบบสุขภาพของนานาประเทศ: กรณีศึกษาประเทศอินเดีย	อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่ได้ทำการปฏิรูประบบสุขภาพ อย่างไรก็ตามอินเดียก็มีการดำเนินการพัฒนาระบบสุขภาพมาโดยตลอดนับแต่เมื่อได้รับเอกราชในปี ค.ศ. 1947 โดยการใช้ five-year plans เป็นแนวทางในการบริหารระบบสุขภาพของประเทศ หน่วยรัฐบาลกลางจะทำการทบทวนแนวทางนี้ทุกๆ 5 ปี เพื่อปรับเปลี่ยนแผนงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางด้านสุขภาพในแต่ละช่วงเวลา Central Council of Health and Family Welfare จะเป็นผู้รับผิดชอบ ในการตั้งเป้าหมายและวางแผนงาน ส่วน Central Government จะเป็นผู้สานต่อนโยบายในทางบริหารจัดการ วางมาตรการ และควบคุมการผลิตกำลังคน State Government ของแต่ละมลรัฐจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบการบริการทางการแพทย์และการให้สุขศึกษาแก่ประชาชน	ปัจจุบันอินเดียยังคงประสบกับปัญหาในการให้หลักประกันด้านสุขภาพกับประชาชนโดยทั่วถึง ถึงแม้รัฐธรรมนูญจะสนับสนุนให้ประชาชนมีระดับโภชนาการและความเป็นอยู่ที่ดีโดยการพัฒนาระบบสาธารณสุขก็ตาม นักวิจารณ์หลายท่านได้กล่าวไว้ว่า National Health Policy (1983) มีจุดอ่อนในแง่ของการวางมาตรการ และแนวทางของการบริหารสุขภาพที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุผลตามที่คาดหมาย จุดบกพร่องที่เกิดขึ้นอาจมาจาการละเลยการพัฒนาระบบสุขภาพไปพร้อมๆ กับการพัฒนาของหน่วยสังคมและเศรษฐกิจรวมทั้งขาดแคลนทรัพยากรที่จะสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขาภิบาลและโภชนาการของประชาชน และที่สำคัญคือการขาดความร่วมมือของประชาชนในการดูแลสุขภาพของตน	การพัฒนาระบบสุขภาพที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงนั้น เกิดขึ้นเฉพาะในช่วง 20 ปีแรกของการได้รับเอกราช รัฐบาลได้ทำการพัฒนาสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพสูงมาก แต่ในระยะ 20 ปีหลัง การพัฒนาสุขภาพของประชาชน เริ่มประสบความล้มเหลวอย่างเห็นได้ชัด ขณะนี้ Primary Health Center ซึ่งเป็นศูนย์พยาบาลระดับปฐมภูมิ กำลังประสบปัญหาของการขาดแคลนยา ประชาชนไม่มีน้ำสะอาดบริโภคอย่างทั่วถึงเนื่องจากการขาดทุนทรัพย์ (แต่ในขณะเดียวกันทางรัฐบาลมีทุนอุดหนุนในการป้องกันโรคเอดส์มากกว่าทุนสำหรับความจำเป็นพี้นฐาน) การป้องกันและควบคุมโรคกำลังประสพความล้มเหลว โดยสังเกตได้จากการระบาดของโรคมาลาเรียที่ค่อนข้างรุนแรง การกลับมาของกาฬโรค และ Dengue fever และอัตราของวัณโรคซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว	ถึงแม้ว่าอินเดียจะมีระบบของการบริการสุขภาพที่มีนโยบาย Decentralisation ก็ตาม รัฐบาลก็ยังไม่สามารถบริหารจัดการให้เป็นไปตามนโยบายที่ตั้งไว้ และเนื่องจากการบริหารสุขภาพที่ไม่มีประสิทธิผลของรัฐบาล หน่วยงานเอกชนจึงเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชน ทั้งในระดับปฐมภูมิและทุตติยภูมิ ค่าใช้จ่ายของหน่วยงานเอกชนในการให้บริการนั้นเป็นจำนวนร้อยละ 78 ของค่าใช้จ่ายในประเทศทั้งหมด และจากการศึกษาวิจัยพบว่าหากทางรัฐบาลเข้ามาควบคุมการใช้จ่ายยาโดยไม่จำเป็นของหน่วยงานเอกชน พร้อมทั้งควบคุมการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย จะสามารถตัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ถึงร้อยละ 25 การที่องค์กรเอกชนมีบทบาทมากขึ้นในการให้บริการรักษา พร้อมกับการบริการของหน่วยรัฐบาลที่ขาดประสิทธิภาพ จะทำให้ประชาชนที่ยากจนในอินเดีย ซึ่งมีจำนวนสูงไม่สามารถได้รับบริการทางการแพทย์อย่างเต็มที่ ทาง &quot;Independent Commission on Health In India&quot; ได้ตระหนักถึงผลเสียที่อาจจะตามมา และได้ร้องเรียนให้ทางรัฐบาลทบทวนนโยบายของการบริหารสุขภาพอีกครั้ง เพื่อปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างของการบริการสุขภาพให้ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[นิลรัตน์ เปรมมณีสกุล]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2543]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9618">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการวิจัย การพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศเพื่อการจัดการสุขภาวะผู้สูงอายุในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงอายุ -- สุขภาพและอนามัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบการดูแลผู้สูงอายุไทย]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9617">
    <dcterms:title><![CDATA[บัญชีรายจ่ายสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2539 และ 2541]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[National health account in Thailand 1996, 1998]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[เศรษฐศาสตร์การแพทย์]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[บัญชีรายจ่ายสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2539 และ 2541วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบบัญชีรายจ่ายสุขภาพ-แห่งชาติให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น มีการกำหนดคำนิยามรายจ่ายสุขภาพและพัฒนาคู่มือระเบียบวิธีการ-เก็บข้อมูล การประมาณการรายจ่ายสุขภาพที่จ่ายโดยแหล่งการคลังสูงสุด (Ultimate Source of Finance) ทั้ง 5 แหล่งไปยัง Financing Agencies 12 แห่ง โดยเป็นภาครัฐบาลบาล 7 แห่ง และภาคเอกชน 5 แห่ง และเกณฑ์การกระจายรายจ่ายสุขภาพ ที่ Financing Agencies จ่ายต่อไปยังประเภทสถานพยาบาลและประเภทของกิจกรรม ผลจากการวิจัยของ NHA1 พบว่า รายจ่ายสุขภาพในปีงบประมาณ พ.ศ. 2537 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 128,305.11 ล้านบาท เป็นการจ่ายจากภาครัฐบาลบาลร้อยละ 48.8 และภาคเอกชนร้อยละ 51.2 ซึ่งเป็นรายจ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคจำนวนทั้งสิ้น 107,876 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.0 ของ GDP ในขณะที่รายงานรายจ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคของ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในปีงบประมาณเดียวกัน มีมูลค่า 180,516 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 5.01 ของ GDP ซึ่งมีความแตกต่างกันถึง 72,648.42 ล้านบาท จากผลการศึกษา NHA2 พบว่า รายจ่ายสุขภาพประชาชาติไทยเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยตลอด โดยอัตราการเพิ่มของรายจ่ายสุขภาพในปี พ.ศ. 2539 นั้นเพิ่มมากกว่าอัตราการเพิ่มของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ในขณะที่รายจ่ายสุขภาพจริงในปี พ.ศ. 2541 นั้นมีอัตราลดลงแต่ลดน้อยกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศจริง ทำให้สัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศยังคงเพิ่มขึ้นแต่ในสัดส่วนที่ลดลง การลดลงของรายจ่ายจริงด้านสุขภาพในปี พ.ศ. 2541 นั้นเป็นผลกระทบจากภาวะวิกฤติ-ด้านเศรษฐกิจ และเป็นการลดลงของรายจ่ายภาคเอกชนเป็นหลัก (รายจ่ายจริงภาคเอกชนลดลงร้อยละ 21) โดยที่รายจ่ายภาครัฐบาลยังคงเพิ่มขึ้น (ร้อยละ 10) มีผลให้สัดส่วนรายจ่ายด้านสุขภาพของภาครัฐบาลเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ รายจ่ายของภาคเอกชนนั้นเป็นไปเพื่อบริการส่วนบุคคลด้านการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะบริการในสถานพยาบาลทั้งบริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน การลดลงของรายจ่ายภาคเอกชนในบริการทั้งสองนั้นเป็นการลดการใช้บริการของสถานพยาบาลภาครัฐบาลและเอกชน แต่ลดลงในการใช้บริการเอกชนมากกว่า ในขณะที่มีการพึ่งตนเองโดยการซื้อยารับประทานเองและการใช้บริการอื่น ๆ ด้านวิชาชีพทดแทน ในภาวะ-วิกฤตเศรษฐกิจนับว่าภาครัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการปกป้องประชาชนในการเข้าถึงบริการ ดังจะเห็นได้จากรายจ่ายของภาครัฐบาลในบริการส่วนบุคคลด้านรักษาพยาบาลยังคงเพิ่มขึ้น ทั้งในบริการผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน แสดงว่ามีการโยกการใช้บริการของประชาชนจากสถานพยาบาลเอกชนมายังสถานพยาบาล-ภาครัฐบาลมากขึ้น ในขณะที่ครัวเรือนจ่ายเองน้อยลง แม้รายจ่ายรวมของภาครัฐบาลจะเพิ่มขึ้นแต่ลดลงในบริการด้านการควบคุมโรค และการส่งเสริมสุขภาพ มีผลให้รายจ่ายจริงต่อหัวสำหรับในบริการทั้งสองนั้นลดลงถึงร้อยละ 35 และ15 ตามลำดับ แสดงว่าในช่วงที่มีภาวะวิกฤตเศรษฐกิจและมีงบประมาณจำกัด บริการด้าน-รักษาพยาบาล เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า ได้รับความสำคัญในการปกป้องมากกว่าบริการเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ซึ่งเป็นการลงทุนด้านสุขภาพและหวังผลในระยะยาว ถึงแม้ว่าจะให้ผลตอบแทนด้านสุขภาพที่คุ้มค่ากว่าก็ตามกล่าวโดยสรุป การจัดทำและใช้งานระบบบัญชีสุขภาพแห่งชาติอย่างยั่งยืนเพื่อการพัฒนานโยบายและแผนสาธารณสุข จัดเป็นวัตถุประสงค์หลักของชาติ การที่มีโครงสร้างระบบบัญชีแห่งชาติที่มั่นคงทำให้สามารถเห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากร การบริการ และผู้จ่ายเงินเพื่อบริการสาธารณสุข นอกจากนี้ยังสามารถใช้เพื่อการเปรียบเทียบในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศที่เป็นสมาชิก OECD ได้เป็นอย่างดี]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถิรกร  พงศ์พานิช...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2543]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9616">
    <dcterms:title><![CDATA[การกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบทางสุขภาพจากโครงการพัฒนาเหมืองถ่านหินเวียงแหง จ.เชียงใหม่]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[เหมืองถ่านหินเวียงแหง]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[เหมืองและการทำเหมืองถ่านหิน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ชัชวาลย์ จันทรวิจิตร และคนอื่นๆ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9615">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการวิจัย การพัฒนาแนวปฏิบัติในการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงอายุ -- การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบการดูแลผู้สูงอายุไทย]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9614">
    <dcterms:title><![CDATA[ต้นทุนและประสิทธิภาพของหน่วยไตเทียมภาครัฐและเอกชนในปี 2544]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[หน่วยไตเทียม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ไตเทียม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[กัญจนา ติษยาธิคม และคนอื่นๆ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9613">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานโครงการวิจัยเรื่อง การล้มในผู้สูงอายุไทยในเขตเมืองและชานเมือง: อุบัติการณ์ ปัจจัยเสี่ยง การจัดการและการป้องกัน]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงอายุ -- การประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ไพลวรรณ สัทธานนท์, ผกามาศ พิริยะประสาธน์, ธันยาภรณ์ อรัญวาลัย และกฤษณา ครุฑนาค]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
