<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9702">
    <dcterms:title><![CDATA[การจัดการความรู้และสังเคราะห์แนวทางปฏิบัติของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล : แนวทางการดูแลรักษาภาวะซึมเศร้าและผู้มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรคซึมเศร้า--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9701">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือการดูแลผู้สูงวัย : ไม้เท้าช่วยมอง]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงวัย--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9700">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการวิจัย การพัฒนาระบบการให้บริการในคลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลปลาปาก จังหวัดนครพนม]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Study of group process in diabetic patients at Phapak hospital Nakhonphanom province]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[เบาหวาน--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[เบาหวาน--การรักษา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การพัฒนาระบบการให้บริการในคลินิกเบาหวานโรงพยาบาลปลาปาก จังหวัดนครพนมการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบบริการคลินิกเบาหวาน ในโรงพยาบาลปลาปากสามารถให้บริการได้สอดคล้องกับปัญหาของผู้ป่วย และสามารถสร้างความตระหนักให้ผู้ป่วยเห็นความสำคัญของการปฏิบัติตน	ระบบเดิมเป็นการให้บริการรวมกับผู้ป่วยนอกทั่วไป ให้บริการทุกวันพุธ เวลา 08.00-12.00 น. ผู้ป่วยได้รับการชั่งน้ำหนัก ตรวจวัดความดันโลหิต เจาะเลือดเพื่อตรวจระดับน้ำตาล และรอพบแพทย์ ในระหว่าที่รอพบแพทย์ ผู้ป่วยจะได้รับการสอนสุขศึกษาตามหัวข้อที่เจ้าหน้าที่กำหนดไว้	ขั้นตอนการวิจัยเริ่มด้วยการวิเคราะห์การให้บริการระบบเดิม และพบว่า ข้อเสียของระบบบริการเดิมคือการให้บริการมีหลายขั้นตอน และยุ่งยาก ผู้ป่วยที่อดอาหารเช้ามา อาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ ถ้าต้องรอพบแพทย์นาน และผู้ป่วยได้รับคำแนะนำไม่ตรงกับปัญหาและความต้องการ และไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต ทำให้ไม่สามารถปรับตัวได้	ขั้นตอนที่ 2 เป็นการวางแผน ผู้วิจัยมีความเชื่อว่า กระบวนการกลุ่มจะช่วยให้ทราบปัญหาที่แท้จริงของผู้ป่วย และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในกลุ่มจะช่วยสร้างความตระหนักให้ผู้ป่วยเห็นความสำคัญในการปฏิบัติตนเพื่อควบคุมอาการของโรค จึงวางแผนใช้กระบวนการกลุ่มมาเป็นกลยุทธ์ในการให้บริการในคลินิกเบาหวาน โดยร่วมมือกับผู้ป่วยในการที่จะหาวิธีจะจัดระบบบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของเขา เป็นการแก้ปัญหาที่พบจากการให้บริการระบบเดิม หลังจากนั้นก็จะประเมินผลว่าระบบการให้บริการแบบใหม่นี้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วยหรือไม่ สามารถช่วยให้ผู้ป่วยปฏิบัติตัวได้ดีขึ้นหรือไม่ ผู้ป่วยมีความเห็นต่อระบบใหม่อย่างไร โดยประเมินจากผลการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และการปฏิบัติตนเปรียบเทียบก่อนและหลังการให้บริการระบบใหม่	ผลการพัฒนาระบบบริการ มีการแยกหน่วยบริการผู้ป่วยเบาหวานออกจากการให้บริการผู้ป่วยทั่วไป เพิ่มวันในการให้บริการเป็น 2 วันคือ วันพุธ และวันศุกร์ วิธีการให้สุขศึกษาเปลี่ยนแปลงจากการให้สุขศึกษาตามแผนมาเป็นการจัดทำกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานแทน โดยให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความรู้ในการปฏิบัติตัว	ผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการ ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วย ก่อนและหลังการเข้ากลุ่ม เมื่อเปรียบเทียบมีค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือด ก่อนเข้ากลุ่ม และ หลังเข้ากลุ่ม 1 เดือน โดยใช้สถิติPair T-test พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 การปฏิบัติตัวเพื่อดูแลตนเองของผู้เข้าร่วมโครงการ พบว่า การปฏิบัติตัวเพื่อดูแลตนเองในด้านการควบคุม อาหาร การออกกำลังกาย การใช้ยาและการแสวงหาการรักษาพยาบาล การดูแลสุขวิทยาของร่างกายและเท้า การผ่อนคลายความเครียด และ ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมของโครงการ หลังจากการวิจัยนี้เจ้าหน้าที่มีการเปลี่ยนแปลงในแง่ของทัศนคติที่มีต่อผู้ป่วยมีการปรับท่าทีและบทบาท จากผู้ทำหน้าที่สอนชี้นำ ด้วยคิดว่าตนเองมีความรู้มากกว่า มาเป็นการให้บริการที่เน้นการรับฟังข้อคิดเห็นของผู้รับบริการ เคารพการตัดสินใจของเขา ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์ และเป็นบทเรียนที่สำคัญยิ่ง อาจกล่าวได้ว่ากระบวนการนี้เป็นกระบวนการพัฒนาบุคลากรและหน่วยงานนั่นเอง]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุพัฒน์ สมจิตรสกุล...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2544]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9699">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือการดูแลผู้สูงวัย : สูตรคลายซึมเศร้า]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงวัย--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9698">
    <dcterms:title><![CDATA[การจัดการความรู้และสังเคราะห์แนวทางปฏิบัติของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล : การจัดการระบบการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง กรณีเบาหวานและความดันโลหิตสูง]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุพัตรา ศรีวณิชชากร ...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9697">
    <dcterms:title><![CDATA[การศึกษาระบบประเมินผลและระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อสุขภาพในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[The study of health risk assessment and risk management system of Map Ta Phut Industrial Estate]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[สภาพแวดล้อมการทำงาน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การจัดการสิ่งแวดล้อม -- มาตรฐาน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การศึกษาระบบประเมินและระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อสุขภาพในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด	รายงานการศึกษาครั้งนี้ เป็นรายงานการศึกษาการจัดการสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเชิงคุณภาพ เพื่ออธิบายบทบาทหน้าที่ขององค์กรในประเทศและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด รายงานนี้เป็นเฉพาะส่วนหนึ่งของโครงการการศึกษาระบบประเมินและระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อสุขภาพในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดผลการศึกษา1. องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสุขภาพและสิ่งแวดล้อม1.1 องค์กรในประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสุขภาพและสิ่งแวดล้อมคือ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม โดยทั้ง 5 กระทรวง จะมีหน่วยงานระดับ จังหวัด หรือระดับภาค เพื่อจัดการแผนงานโครงการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ระดับจังหวัด 1.2 องค์กรและเครือข่ายต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสุขภาพและสิ่งแวดล้อมทางอ้อมที่ได้ค้นคว้ามาในรายงานครั้งนี้ได้แก่ องค์การอนามัยโลก (WHO) องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อม สหรัฐอเมิกา (USEPA) องค์การบริหารด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย สหรัฐอเมริกา (OSHA) หน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศ เครือสหราชอาณาจักร เยอรมัน คาซัคสถาน และหน่วยงานในประเทศญี่ปุ่น2. การจัดการสุขภาพในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด 2.1 มีการพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลระยองด้านบริการอาชีวเวชกรรม เป็นศูนย์ชันสูตรด้านอาชีว-เวชศาสตร์เพื่อการวินิจฉัยโรคจากการทำงานและโรคจากสิ่งแวดล้อม	2.2 ขยายโรงพยาบาลใกล้เคียงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเพื่อเป็นเครือข่ายในการรักษาพยาบาลได้แก่ โรงพยาบาลบ้านฉาง โรงพยาบาลมาบตาพุด โรงพยาบาลปลวกแดง โรงพยาบาลแกลง	2.3 ให้บริการส่งเสริมสุขภาพ การวางแผนครอบครัว การควบคุมป้องกันโรค และการรักษาพยาบาลในรูปแบบตามโครงสร้างแผนงานกิจกรรมการดำเนินงานสาธารณสุขและในรูปแบบเชิงรุก โดยจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการตรวจสุขภาพและรักษาในชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรม กรณีตรวจสุขภาพและรักษาพยาบาลคนงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มีการดำเนินงานทั้ง 2 ลักษณะ คือ โรงงานส่งคนงานไปรับการตรวจสุขภาพในสถานบริการสุขภาพที่เป็นเครือข่าย หรือให้สถานบริการสุขภาพไปให้บริการตรวจสุขภาพในนิคมอุตสาหกรรมาบตาพุด ผลการให้บริการทางด้านสาธารณสุข ทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมป้องกันโรค และการรักษาพยาบาล ปรากฏเป็นข้อมูลและรายงาน เป็นเครือข่ายตามระบบรายงานของหน่วยงานราชการ ที่มีความถี่การดำเนินการอย่างสม่ำเสมอและสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้3. การจัดการสิ่งแวดล้อมในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด3.1 มีการวางแผนและดำเนินการจัดการสิ่งแวดล้อมโดยมีระบบบำบัดน้ำเสียจากชุมชน จากอุตสาห-กรรม และต้องติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตรวจวัดคุณภาพน้ำเสียก่อนเข้าระบบ และหลังจากออกจากระบบ ตรวจวัดคุณภาพน้ำคลอง ทะเลชายฝั่ง น้ำใต้ดิน และตรวจวัดคุณภาพอากาศตามจุดตรวจวัดและพารา-มิเตอร์ที่กำหนดเป็นประจำ3.2 มีการเฝ้าระวังตรวจวัดสิ่งคุกคามในโรงงานตามกฎหมายที่กำหนด และ/หรือ ตามรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม	3.3 มีการเฝ้าระวังตรวจวัดสิ่งคุกคามในชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรม ผลการดำเนินการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสิ่งคุกคามทั้งในโรงงานและในชุมชน ปรากฏเป็นข้อมูลและรายงาน ดังความถี่ตามข้อกำหนดในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ของแต่ละโรงงาน และกฎหมายที่ควบคุมบังคับโรงงานให้ดำเนินการ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ธีชัช บุญญะการกุล...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2543]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9696">
    <dcterms:title><![CDATA[พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถในบริบทของการประกันสุขภาพถ้วนหน้า: ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Traffic victim protection act in the contest of universal coverage : What are the reform option]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบประกันสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การประกันสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ประกันอุบัติเหตุ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[	พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2535 แม้ว่าจะเป็นการประกันภาคบังคับ บริษัทประกันวินาศภัย ที่มุ่งกำไร เป็นผู้บริหารโครงการนี้ทั้งหมด แทนที่จะเป็นภาครัฐ พ.ร.บ.นี้ ให้การคุ้มครองโดยจ่ายสินไหมทดแทนกรณีรักษาพยาบาล ไม่เกินเพดานที่กำหนด และเหมาจ่ายกรณีการตาย และทุพพลภาพ รายงานปี 2545 แสดงให้เห็นว่า สามารถเก็บเบี้ยประกันได้ 7,003 ล้านบาท โดยมีรายจ่ายเพื่อการบริหารสูงถึงร้อยละ 41 รายจ่ายสินไหมทดแทนร้อยละ 52 พ.ร.บ. ไม่สามารถคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถทุกคนได้ เมื่อประเทศไทยบรรลุประกันสุขภาพถ้วนหน้าแล้ว มีความจำเป็นต้องทบทวน ความเหมาะสมและเสนอแนวทางการปฏิรูป ให้เหมาะสม การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประมาณการความต้องการงบประมาณเพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถทุกคน และประมาณการว่าหากจะเก็บภาษีน้ำมันเพิ่มขึ้น จะต้องเก็บอีกกี่สตางค์ต่อลิตร เพื่อให้ได้เงินเพียงพอในการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถทุกคน และนำเสนอแนวทางการปฏิรูป การศึกษาพบว่า เพื่อให้การคุ้มครองผู้ประสบภัยทุกคน ต้องการงบประมาณ 7,158 ล้านบาท ในปี 2545 เป็นการรักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยในร้อยละ 63 การรักษาก่อนถึงโรงพยาบาลร้อยละ 16 กรณีตายร้อยละ 15 กรณีรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกร้อยละ 5 และกรณีทุพพลภาพร้อยละ 1 อาศัยฐานข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ปี 2545 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ผู้วิจัยประมาณรายจ่ายบริโภคน้ำมันของครัวเรือน และปรับรายจ่ายเป็นปริมาณการบริโภค (ลิตร) จำแนกตามเดไซล์ของรายได้ครัวเรือน เพื่อวิเคราะห์ภาระรายจ่ายครัวเรือนหากจะต้องจ่ายภาษีน้ำมันเพิ่มขึ้น ผู้วิจัยพบว่า จะต้องเก็บภาษีเพิ่มขึ้นลิตรละ 32 สตางค์ เพื่อให้ได้เงินทั้งสิ้น 7,158 ล้านบาท เพื่อการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถทุกคน หากไม่มีความยืดหยุ่นของราคาต่อปริมาณและแบบแผนของอุปสงค์ ผู้วิจัยเสนอว่าให้เก็บภาษีเบนซิน 95 สูงกว่า น้ำมันประเภทอื่น ทางเลือกที่เก็บเพิ่มอีกลิตรละ 26 สตางค์สำหรับน้ำมันประเภทอื่นๆ และ 55 สตางค์สำหรับเบนซิน 95 เป็นทางเลือกที่มีความถดถอยน้อยที่สุดและมีความเป็นไปได้และการยอมรับมากกว่า การปฏิรูปควรจะบรรลุเป้าหมายหลัก 2 ประการคือ ให้การคุ้มครองทุกคน และต้นทุนในการบริหารจัดการต่ำ ผู้วิจัยเสนอ 3 ทางเลือกจำแนกตามที่มาของเงิน ทางเลือกที่ 1 อาศัยเบี้ยประกันตาม พ.ร.บ. ทางเลือกที่ 2 อาศัยภาษีทั่วไป และทางเลือกที่ 3 อาศัยภาษีน้ำมันเฉพาะ ผลการวิเคราะห์พบว่า ทางเลือกที่ 2 และ 3 มีความเป็นไปได้น้อย เนื่องจาก มีเบี้ยประกันอยู่แล้ว ไม่น่าจะเป็นภาระงบประมาณ และในภาวะวิกฤตน้ำมัน ทางเลือกที่ 3 ไม่น่าจะเป็นที่ยอมรับได้	ภายใต้ ทางเลือกที่ 1 ผู้วิจัยเสนอว่า การปฏิรูปใหญ่ (major reform) โดยให้กรมขนส่งทางบกเก็บเบี้ยประกันในขณะเดียวกับการชำระภาษีรถยนต์ประจำปี โดยจัดงบประมาณบางส่วนจากเบี้ยประกันฯ เพื่อการจัดเก็บอย่างเหมาะสม เบื้ยที่เหลือส่งให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นผู้ดำเนินการจ่ายกรณีเจ็บป่วย ตาย และทุพพลภาพ ทางเลือกการปฏิรูปเล็กน้อย (minor reform) ก็อาจจะเป็นที่ยอมรับได้ เนื่องจากสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ทั้ง 2 ด้านคือต้นทุนบริหารจัดการต่ำ และให้การคุ้มครองผู้ประสบภัยทุกคน]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[จงกล เลิศเธียรดำรง]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[วลัยพร พัชรนฤมล]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2548]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9695">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือการดูแลผู้สูงวัย : ปรับบ้านอยู่สบาย]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงวัย--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9694">
    <dcterms:title><![CDATA[ศึกษาการใช้สมุนไพรจากหมอสมุนไพรพื้นบ้าน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฉบับเปิดเผยผลการศึกษาวิจัยปี พ.ศ.2541]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[สมุนไพร]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[พิบูล กมลเพชร...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9693">
    <dcterms:title><![CDATA[ระบบฐานข้อมูลสารสนเทศเพื่อการดูแลคนพิการ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[คนพิการ--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ<br />
]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
