<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9712">
    <dcterms:title><![CDATA[การวิจัยประเมินผลการดำเนินงานเครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอ จังหวัดตาก ปีงบประมาณ 2557]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[วิจัย -- สุขภาพและอนามัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ปราโมชย์ เลิศะขามป้อม, มโน มณีฉาย และธีระ วรธนารัตน์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9711">
    <dcterms:title><![CDATA[แผนสืบค้นและทบทวนข้อมูลเพื่อใช้เป็นบริบทในการทำความเข้าใจสถานการณ์วัณโรคในแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยและเพื่อหาแนวทางการประเมินและพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[วัณโรค -- การวินิจฉัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9710">
    <dcterms:title><![CDATA[โครงการกระบวนการทางการเมืองในการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุข:กรณีศึกษาการถ่ายโอนสถานีอนามัย]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การบริหารสาธารณสุข]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ เวียงรัฐ เนติโพธิ์<br />
]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย<br />
]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9709">
    <dcterms:title><![CDATA[การกำหนดขอบเขตการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพในกลุ่มเกษตรกรจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Scoping for assessment of health impact among farmers from using agrochemicals in Chiang Mai and Lamphun provinces]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สารเคมีกำจัศัตรูพืช]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สารเคมีการเกษตรกรรม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สารเคมีการเกษตรกรรม--ผลกระทบด้านสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การกำหนดขอบเขตการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพในกลุ่มเกษตรกรจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูนงานมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการวิจัยให้ได้ข้อมูลนำไปกำหนดขอบเขตการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพในกลุ่มเกษตรกรที่ใช้สารเคมีทางการเกษตรในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูนเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในนโยบายทางการเกษตรที่นำสารเคมีทางการเกษตรมาใช้ในการเพิ่มผลผลิต วิธีการศึกษาประกอบด้วย (1) การรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นการใช้สารเคมีทางการเกษตรและปัญหาสุขภาพจากเกษตรกรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยการจัดประชุมสัมมนา (2) การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากเกษตรกรโดยใช้แบบสัมภาษณ์ (3) การเก็บข้อมูลบางประเด็นเพิ่มเติมโดยการทำสนทนากลุ่ม (4) การนำเสนอสรุปผลการวิจัยที่ได้เพื่อให้เกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความถูกต้องโดยการจัดประชุมสัมมนา ในการเก็บข้อมูลเบื้องต้นได้จัดการประชุมเกษตรกรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการใช้สารเคมีทางการเกษตร จำนวน 2 ครั้ง โดยในครั้งที่ 1 เป็นการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของกลุ่มเกษตรกรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการทำสวนผักคะน้าและกะหล่ำปลี มีผู้เข้าร่วมประชุม 108 คนและครั้งที่ 2 มีผู้เข้าร่วมประชุม 61 คน ซึ่งการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของกลุ่มเกษตรกรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการทำสวนลำไย ในการประชุมสัมมนาแต่ละครั้งได้มีเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขและด้านการเกษตร ผู้บริโภค และพ่อค้าคนกลาง ในพื้นที่กลุ่มเป้าหมายมาร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน จากนั้นทำการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณโดยการใช้แบบสัมภาษณ์เกษตรกรที่ทางโครงการฯได้พัฒนาขึ้นไปสัมภาษณ์ที่ทางโครงการฯได้ร่วมกันพัฒนาขึ้น ไปสัมภาษณ์เกษตรกรทำสวนผักคะน้าและกะหล่ำปลีในเขตจังหวัดเชียงใหม่จำนวน 116 คน และได้จัดประชุมสัมมนาเพื่อนำเสนอผลสรุปการกำหนดขอบเขตการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่ได้จากการวิจัยให้เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องจากจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูนตรวจสอบความถูกต้อง จำนวน 1 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมประชุมรวม 121 คน ผลการศึกษาพบว่าเกษตรกรส่วนมากใช้สารเคมีฯผสมกันหลายชนิด (cocktails) ไม่สามารถลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรสังเคราะห์ชนิดต่าง ๆ ลงได้เพราะไม่มั่นใจว่าจะได้ผลผลิตตามต้องการสารเคมีทางการเกษตรที่มีการใช้มากที่สุดในการทำสวนผักคือปุ๋ยเคมีและปุ๋ยคอก เกษตรกรทำสวนลำไยมีการใช้ปุ๋ยเคมีมากเช่นเดียวกับกลุ่มเกษตรกรที่ทำสวนผัก]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ทิพวรรณ ประภามณฑล...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2547]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9708">
    <dcterms:title><![CDATA[Project plus เสริมพลัง สร้างโอกาส พัฒนาศักยภาพครูฝึก O&amp;M คนพิการทางการเห็นและผู้สูงอายุในชุมชน]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงวัย--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9707">
    <dcterms:title><![CDATA[สังเคราะห์ทางเลือกรูปแบบกระจายอำนาจด้านบริการสุขภาพ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การบริหารสาธารณสุข]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ปรีดา แต้อารักษ์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9706">
    <dcterms:title><![CDATA[การศึกษากระบวนการและผลลัพธ์ การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยอัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมองแบบผู้ป่วยในของศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ (ฉบับสมบูรณ์)]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Process and outcomes study on rehabilitation service for hemiplegic patient causing by stroke at the Sirindhon National Medical Rehabitation Center]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรคหลอดเลือดสมอง--การฟื้นฟู]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การศึกษากระบวนการและผลลัพธ์การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยอัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมอง แบบผู้ป่วยในของศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ	วัตถุประสงค์งานวิจัยนี้คือ เพื่อศึกษากระบวนการและผลลัพธ์ การบริการฟื้นฟูสมรรถภาพแบบผู้ป่วยใน สำหรับผู้ป่วยอัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมอง ของศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ โดยเป็นการศึกษาแบบย้อนหลังจากเวชระเบียนผู้ป่วยใน ระหว่างปีงบประมาณ 2538-2542 ร่วมกับการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลภาคตัดขวางของผู้ป่วยที่รับบริการและกลับบ้านได้ในปีงบฯ 2542 จากการศึกษาเวชระเบียน พบว่ามีการรับผู้ป่วยอัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมอง เข้าฟื้นฟูฯแบบผู้ป่วยใน ในเวลาห้าปี รวม 166 ครั้ง (137 คน) คิดเป็นประมาณร้อยละ 25 ของการรับเข้าอยู่ทั้งหมด ซึ่งเป็นการรับเข้าอยู่ที่อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยที่กำหนดเพียง 111 ครั้ง (111 คน) คิดเป็นร้อยละ 67ผู้ป่วยที่รับเข้าอยู่ 111 ครั้ง เป็นชาย:หญิง ประมาณ 3:2 อายุเฉลี่ย 60.67+11.96 ปี (95%CI for mean = 58.42-62.92 ปี) เป็นอัมพาตซีกซ้ายมากกว่าซีกขวาประมาณ 2-3 เท่า สาเหตุของการเป็นอัมพาตสามารถระบุได้ชัดเจนเพียงร้อยละ 75 ในจำนวนนี้ เป็นจาก Intracerebral infarction มากกว่า Intracerebral haemorrhage ประมาณ 2 เท่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่เสียค่าบริการเอง เนื่องจากมีรัฐสวัสดิการประเภทต่างๆ และส่วนน้อยที่ต้องจ่ายเองในตอนแรกรับ เมื่ออยู่ไประยะหนึ่งก็ขอรับสิทธิ์ฟรีตามพรบ.ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ.2534การรับเข้าอยู่เพื่อฟื้นฟูฯผู้ป่วยกลุ่มนี้ มีจำนวนวันนอน/รายเฉลี่ย เป็น 44.22+28.36 วัน (95%CI for mean = 38.88-49.55 วัน) ทั้งนี้มีจุดตัดวันนอนที่สั้นหรือนานเกินที่ 7 และ 150 วัน เมื่อปรับจุดตัดวันนอนเป็น 13 และ 84 วัน ทำให้วันนอน/รายเฉลี่ย เป็น 42.31+19.11 วัน (95%CI for mean = 38.18-46.43 วัน)ผลลัพธ์ของการฟื้นฟูฯผู้ป่วยอัมพาตฯที่รับบริการในปี 2542 พบว่าได้ข้อมูลจากแบบสอบถาม 13 ราย จากทั้งหมดที่รับเข้าฟื้นฟูฯ 48 ราย ซึ่งความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน (Activity of daily living, ADL.) เป็นดังนี้ 10/13 ราย สามารถควบคุมการขับถ่ายได้เป็นปกติ 6/13 ราย กินอาหาร/ล้างหน้า/แปรงฟัน ได้เอง 4/13 ราย สามารถทาแป้ง/หวีผม/โกนหนวด/ใช้ห้องส้วม/ใส่-ถอดเสื้อผ้า ได้เอง มีเพียง 1/13 รายเท่านั้นที่อาบน้ำเองได้ ส่วนการเดิน (Ambulation) พบว่า 7/13 ราย สามารถเดินได้เองบนพื้นราบ 5/13 ราย สามารถเคลื่อนย้ายตัวเอง (Transfer) ได้ดี สำหรับความสามารถในการดำรงชีวิต สามารถสื่อสารได้ดี 9/13 ราย ถูพื้นได้ 3/13 ราย ออกนอกบ้านได้เอง 2/13 ราย เตรียมอาหารได้เอง 1/13 ราย คนที่ทำไม่ได้หมายถึง ต้องมีคนคอยช่วยเหลือดูแล นั่นคือผู้ป่วยที่ได้รับการฟื้นฟูฯ สามารถช่วยตัวเองได้ระดับหนึ่ง ซึ่งยังบอกไม่ได้ว่านี่คือผลของกระบวนการฟื้นฟูฯทั้งหมด อย่างไรก็ตามก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถดำรงชีวิต อย่างน้อยภายในบ้านด้วยตนเองได้ทั้งหมด นอกจากนั้นการศึกษารายกรณีอีก 4 ราย ยังสะท้อนให้เห็นว่าผู้ป่วยแต่ละรายยังมิได้หยุดการแสวงหาการรักษาและฟื้นฟูฯภาวะอัมพาตฯ และระบบการติดตามดูแล เพื่อให้รู้ปัญหาเพื่อรักษาระดับผลการฟื้นฟูฯที่ได้ และสนับสนุนการปรับตัวให้ดำรงชีวิตได้ อย่างมีคุณภาพ ยังไม่เพียงพอ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[วัชรา ริ้วไพบูลย์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2544]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9705">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือการดูแลผู้สูงวัย : เดินดีไม่มีล้ม]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงวัย--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9704">
    <dcterms:title><![CDATA[การคลังระยะยาวของโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ : ประมาณการรายจ่ายและแหล่งรายรับ]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Draft report on financing universal health care in Thailand]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[หลักประกันสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล ครอบคลุมประชากรไทยร้อยละ 75 อยู่ แต่ได้รับการงบประมาณอุดหนุน ด้วยอัตราเหมาจ่ายรายหัวที่จำกัดต่ำกว่าข้อเท็จจริงของอัตราการใช้ และต้นทุนบริการ และมีปัญหาความยั่งยืนทางการเงินระยะยาวของโครงการ การศึกษานี้วิเคราะห์และเสนอแนวทางการปฏิรูปการเงินการคลังของโครงการฯ โดยการประมาณการรายจ่ายสุขภาพระยะยาวของประเทศไทยระหว่าง ปี 2547-2563 โดยใช้แบบจำลอง (model) สี่แบบ ได้แก่ แบบจำลองด้านประชากรและแรงงาน แบบจำลองด้านเศรษฐกิจ แบบจำลองค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และแบบจำลองงบประมาณของรัฐบาล โดยใช้ฐานข้อมูลประชากรและเศรษฐกิจ ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สถิติแรงงาน ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ บัญชีรายจ่ายสุขภาพแห่งชาติของสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ข้อมูลงบประมาณประจำปี จากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง นอกจากนี้ อาศัยสมมติฐานต่างๆที่คาดว่าน่าจะเป็น พร้อมทั้งการสร้างฉากทัศน์ทั้งการลดรายจ่าย และ/หรือ การเพิ่มงบประมาณที่แน่นอนของโครงการฯ ผลการศึกษา พบว่า ปัจจุบันรายจ่ายสุขภาพทั้งประเทศ เท่ากับร้อยละ 3.50 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ในปี 2547 จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 3.64 และ 3.88 ในปี 2553 และ 2563 ตามลำดับ ฉากทัศน์ที่ 1 กำหนดให้โครงการฯ มีรายได้เฉพาะที่แน่นอนจากการเก็บภาษีสุขภาพ (Personal health tax) การปรับเพิ่มภาษีบุหรี่ สุรา และเบียร์แล้วกันเงินภาษีส่วนหนึ่งให้แก่โครงการฯเป็นประจำ (Earmarked sin tax) โครงการฯจะมีความต้องการเงินอุดหนุนจากงบประมาณประจำปีของรัฐลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสภาพปัจจุบัน ฉากทัศน์ที่ 2 กำหนดให้จำนวนผู้มีสิทธิ์ในโครงการฯ ลดลง โดยการขยายความคุ้มครองประกันสังคมไปสู่คู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตน ทำให้รายจ่ายของโครงการฯ ลดลง 9,210 ล้านบาทในปี 2548 ฉากทัศน์ที่ 3 เป็นควบรวมฉากทัศน์ที่ 1 และ 2 ทำให้มีการลดรายจ่าย (โดยการขยายการคุ้มครองของประกันสังคม) พร้อมกับการเพิ่มรายรับที่แน่นอนเข้ามาในโครงการ ทำให้โครงการฯ เกือบไม่มีความต้องการเงินอุดหนุนจากงบประมาณประจำปีเลย ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อการปฏิรูปการเงินการคลังโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้มีความยั่งยืน และมีความเป็นไปได้ มี 3 มาตรการ มาตรการที่หนึ่ง การตัดโอนภาษีสรรพสามิตที่รัฐจัดเก็บได้มาให้โครงการฯเป็นการประจำตามจำนวนที่กำหนดไว้ (Earmarked sin tax) โดยไม่ต้องปรับเพิ่มภาษี หรืออาจจะปรับเพิ่มภาษี ซึ่งทำให้สามารถจัดตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ มาตรการที่สอง การลดรายจ่ายของกองทุนฯโดยให้ระบบประกันสังคมขยายการคุ้มครองไปสู่คู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตน ซึ่งอาจกระทำได้โดยไม่ต้องปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบจากผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาล มาตรการที่สาม ปฏิรูปพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยมอบให้กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เป็นผู้จัดเก็บเบี้ยประกันภัย พร้อมกับการเก็บภาษีประจำปีจากเจ้าของรถตามกฎหมาย หรือขณะทำการจดทะเบียนรถใหม่ ทำให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้เต็มที่ โดยผู้ประสบภัยจากรถทุกรายไม่ว่าเกิดจากรถ ที่มีหรือไม่ พ.ร.บ. การใช้เงินของ พรบ. นี้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[วลัยพร พัชรนฤมล...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2548]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9703">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือการดูแลผู้สูงวัย : ช่องปากสุขี]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงวัย--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ<br />
]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
