<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9762">
    <dcterms:title><![CDATA[ความเป็นธรรมทางสุขภาพระดับครัวเรือน : การสำรวจครัวเรือนรอบที่ 2 และการตรวจร่างกายครั้งที่ 1<br />
]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Health equity at household level : The second wave of household survey and first health examination survey]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบประกันสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบบริการสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ต้องการสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการสุขภาพ โดยปัจจัยทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมไม่เป็นอุปสรรคกีดขวาง การศึกษาครั้งนี้เพื่อประเมินผลของนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ในปี 2546 โดยการสำรวจซ้ำครัวเรือนเดิมที่ทำการสำรวจครั้งแรกในปี 2544 ครอบคลุมครัวเรือนประมาณ 4,000 ครัวเรือนในจังหวัดสุโขทัย อุบลราชธานี สมุทรสาคร ภูเก็ต และยังทำการสำรวจสุขภาพด้วยการตรวจร่างกายประชาชนใน 2 อำเภอของจังหวัดสุโขทัย	อัตราการพบครัวเรือนเดิมประมาณร้อยละ 77 และพบสมาชิกครัวเรือนคนเดิมร้อยละ 70 จังหวัดที่พบครัวเรือนเดิมและสมาชิกคนเดิมมากที่สุดคืออุบลราชธานี จังหวัดที่พบต่ำที่สุดคือภูเก็ต ความเป็นธรรมในการมีหลักประกันสุขภาพดีขึ้น คือผู้ไม่มีหลักประกันสุขภาพ ลดจากร้อยละ 8.8 ในปลายปี 2544 เหลือร้อยละ 4.3 ในปี 2546 ประชาชนจังหวัดสมุทรสาครยังคงไม่มีหลักประกันสุขภาพสูงที่สุดคือประมาณร้อยละ 7.5 ความเป็นธรรมด้านสุขภาพวัดด้วยคะแนนสถานะสุขภาพที่ประเมินด้วยตนเองพบว่าเมื่ออายุมากขึ้นคะแนนสุขภาพลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติสำหรับผู้สูงอายุสิทธิบัตรทอง ส่วนผู้สูงอายุสวัสดิการข้าราชการ แม้คะแนนสถานะสุขภาพจะลดลง แต่ก็ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับผู้สูงอายุที่มีสิทธิประกันสังคมมีคะแนนสถานะสุขภาพสูงสุด และคะแนนสุขภาพกลับเพิ่มมากกว่าปีก่อน แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ปัจจัยทำนายคะแนนสถานะสุขภาพ ได้แก่ ปัจจัยด้านบวก: คะแนนสถานะสุขภาพปีก่อน รายได้ที่สูงขึ้น การมีงานทำ เพศชาย ปัจจัยด้านลบ: การเจ็บป่วยในรอบ 2 สัปดาห์ การเป็นโรคเรื้อรัง การต้องนอนโรงพยาบาล อายุ การอยู่จังหวัดอื่นๆ เมื่อเทียบกับภูเก็ต ความเป็นธรรมทางสุขภาพของการเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพยังแตกต่างกัน แม้การรับบริการโดยรวมจะต่ำมาก ตัวแปรทำนายการใช้บริการส่งเสริมสุขภาพมากขึ้นได้แก่ อยู่ในเขตเมือง อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เพศหญิง การศึกษาชั้นมัธยมขึ้นไป และสิทธิข้าราชการ แต่การมีสถานะสุขภาพปีก่อนอยู่ในระดับดี-ดีมาก ทำให้การใช้บริการส่งเสริมสุขภาพลดลง ความเป็นธรรมของการรับบริการของผู้ป่วยเรื้อรัง พบว่า ปัจจัยอธิบายพฤติกรรมรับบริการของผู้มีโรคเรื้อรังเปรียบเทียบการสำรวจ 2 รอบ ได้แก่ อายุเพิ่มขึ้นทำให้ประสบการณ์เลือกวิธีไม่รักษา ดูแลตนเอง และใช้ภาครัฐมากขึ้น ผู้มีการศึกษาระดับประถมศึกษาเลือกดูแลตนเองและใช้บริการภาครัฐมากขึ้น ระดับมัธยมศึกษาใช้เอกชนมากขึ้น น่าสังเกตว่าผู้มีสิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรค เลือกไม่รักษา ดูแลตนเอง และใช้เอกชนเพิ่มขึ้น แต่ใช้ภาครัฐลดลง ผู้มีสิทธิข้าราชการก็ใช้บริการเอกชนมากขึ้น ผู้เป็นโรคเบาหวานเลือกวิธีรักษาที่รัฐและเอกชนมากขึ้น ส่วนการคลังสุขภาพ การจ่ายเงินเองเฉพาะผู้มีโรคเรื้อรัง การสำรวจรอบสองมีลักษณะถดถอยต่อรายได้ลดลงกว่ารอบแรก	การตรวจร่างกายผู้มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป มีผู้รับการตรวจร้อยละ 51 ของผู้ที่ให้ข้อมูลในการสัมภาษณ์ครัวเรือนใน 2 อำเภอของจังหวัดสุโขทัย คะแนนสถานะสุขภาพมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับลักษณะเม็ดเลือดแดง ผู้ที่สงสัยว่าเป็นโรคธาลัสซีเมีย มีคะแนนสถานะสุขภาพต่ำกว่า ความตรงกันของการให้ประวัติและการตรวจพบโรคความดันเลือดสูง อยู่ในระดับปานกลาง (Kappa 0.40, p=0.00) และโรคเบาหวานอยู่ในระดับสูง (Kappa 0.78, p=0.00) คะแนนสถานะสุขภาพของผู้ไม่เป็นโรคเรื้อรังสูงกว่าผู้เป็นโรคเรื้อรังอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติการสำรวจครัวเรือนเดิมมีอัตราค้นพบครัวเรือนเดิมอยู่ในระดับค่อนข้างสูง แต่อัตราการมาตรวจร่างกายอยู่ในระดับปานกลาง การใช้วิธีวิจัยเช่นนี้ จึงต้องพิจารณาเป็นอย่างยิ่งถึงคุณค่าเพิ่มของวิธีวิจัยแต่ละชนิด]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[ดิเรก ปัทมสิริรัฒน์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุกัลยา คงสวัสดิ์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2547]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9761">
    <dcterms:title><![CDATA[Media no limit : สื่อสร้างได้ไม่จำกัดความแตกต่าง ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[สื่อประสม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9760">
    <dcterms:title><![CDATA[หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น : ความเป็นไปได้ของการบรรลุความครอบคลุมถ้วนหน้า]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Universal health insurance and decentralization : a feasibility for universal coverage achievement]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[การปฏิรูประบบบริการสาธารณสุข<br />
<br />
]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สุขภาพ-- การปฏิรูป]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การสร้างหลักประกันสุขภาพทั่วหน้ากับการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุข	การทบทวนองค์ความรู้นี้ เป็นการตรวจสอบองค์ความรู้เชิงทฤษฎีและประสบการณ์ ของการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้เข้าใจถึงความสัมพันธ์ของบทบาทองค์กรท้องถิ่นกับการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การทบทวนองค์ความรู้ประกอบด้วยตอนสำคัญ 2 ตอน ตอนที่ 1 เป็นการทบทวนเกี่ยวกับแนวคิดของการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุข การปกครองส่วนท้องถิ่น ประสบการณ์การปกครองส่วนท้องถิ่นในต่างประเทศ และ สถานการณ์การกระจายอำนาจในประเทศไทย ตอนที่ 2 เป็นการทบทวนการจัดตั้งหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศต่างๆ เพื่อให้เข้าใจ แนวคิด และ ปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการ การคลังสาธารณสุข และบทบาทขององค์กรท้องถิ่นต่อระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประเทศนั้นๆ โดยหวังว่าองค์ความรู้ที่สังเคราะห์ได้ จะเป็นข้อมูลที่สำคัญต่อการกำหนดนโยบาย และการดำเนินงานของการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทยต่อไป	จากการทบทวนองค์ความรู้สรุปได้ว่าการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เป็นสิ่งสำคัญ อย่างมากในการจัดสวัสดิการสังคมด้านสาธารณสุข การกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่น ไม่ได้มีความสัมพันธ์โดยตรงต่อการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การมีหลีกประกันสุขภาพถ้วนหน้าสามารถเกิดขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการกระจายอำนาจ อย่างไรก็ตามการกระจายอำนาจถูกมองว่าเป็นกลวิธีที่สำคัญต่อการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่มีประสิทธิภาพ องค์ความรู้ที่ได้รับสามารถนำมาเป็นข้อเสนอแนะต่อการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทยได้ว่า การสร้างหลักประกันสุขภาพในประเทศไทย ควรได้รับการสนับสนุนให้เป็นนโยบายระดับชาติซึ่งปัจจุบันยังไม่มี หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่สร้างควรเป็นระบบการประกันภาคบังคับ ไม่ใช่การสมัครใจ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดตามมา เช่น การเลือกประกันตนเฉพาะผู้เสี่ยงต่อการเจ็บป่วย (selection bias) เป็นต้น บทบาทขององค์กรท้องถิ่นในด้านสาธารณสุขควรมีการกำหนดให้ชัดเจน ทั้งด้านการจัดบริการและการคลังสาธารณสุข และบทบาทด้านสาธารณสุขควรได้รับความสำคัญไม่น้อยกว่าด้านอื่นๆ การจัดตั้งหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ควรเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ ที่ละขั้นเพื่อลดแรงต่อต้านจากทั้งภาครัฐและเอกชน สุดท้ายควรมีการดำเนินการศึกษาวิจัย เพิ่มเติม ในส่วนองค์ความรู้ที่ขาด โดยเฉพาะเชิงการบริหารจัดการ อย่างน้อยควรได้มีองค์ความรู้ว่า องค์กรท้องถิ่นควรมีหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างไรในระบบที่มีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ของประเทศไทย]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[วินัย ลีสมิทธิ์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2544]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9759">
    <dcterms:title><![CDATA[การประเมินเพื่อพัฒนาระบบสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค : การอภิบาล  ศักยภาพ และประสิทธิผล]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การส่งเสริมสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[เพ็ญแข ลาภยิ่ง...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9758">
    <dcterms:title><![CDATA[โครงการการติดตามดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังโดยเภสัชกรชุมชน (ความดันโลหิตสูงและวัณโรคปอด)]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Community pharmacists monitoring of pulmonary tuberculosis outpatients]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบบริการสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[วัณโรคปอด -- การรักษาด้วยยา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ความดันเลือดสูง -- การรักษาด้วยยา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[พยอม สุขเอนกนันท์...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2548]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9757">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการทบทวนองค์ความรู้ เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาจากแอลกอฮอล์]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[A review of the management strategies for alcohol-ralated disorders]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[แอลกอฮอล์ -- การป้องกัน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาจากแอลกอฮอล์การป้องกันและรักษาปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์การป้องกันขั้นปฐมภูมิ (Primary prevention) เน้นที่ประชาชนทั่วไปซึ่งมีทั้งผู้ที่ไม่ดื่มสุรา ผู้ที่ดื่มแบบมีความเสี่ยง และผู้ที่ติดสุรา มาตราการในการจัดการแบบปฐมภูมิประกอบด้วย วิธีการต่างๆ ในการควบคุมสิ่งแวดล้อมของการดื่มสุรา และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ดื่ม มาตราการต่างๆ ที่ใช้ในการจัดการกับปัญหาการขับรถขณะเมาสุรา รวมทั้งการรณรงค์ทางสื่อมวลชนและโครงการต่างๆ ของประชาชนเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหารการขับรถหลังจากดื่มสุราในชุมชน การป้องกันขั้นทุติยภูมิ (Secondary prevention) จะเน้นที่การค้นหาและวินิจฉัยผู้มีปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์ได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น โดยมีเป้าหมายสำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นจากการดื่มสุรา (Hazardous or harmful drinkers) แต่ยังไม่ติดสุรา การป้องกันขั้นทุติยภูมิ ประกอบด้วยการใช้เครื่องมือในการคัดกรองภาวะการดื่มสุราแบบเสี่ยง แบบอันตรายและภาวะติดสุรา และการดูแลจัดการสำหรับผู้ที่ถูกค้นพบว่ามีปัญหาเหล่านี้ โดยการจัดการแบบย่อ (brief หรือ very brief intervention) การรักษาขั้นตติยภูมิ (Tertiary prevention) จะเป็นการรักษาพยาบาลสำหรับผู้ที่ติดสุราแล้ว ซึ่งประกอบด้วย การถอนพิษแอลกอฮอล์ (Alcohol detoxification) การรักษาภาวะขาดสุรา (Alcohol withdrawal) และการรักษาระยะยาวสำหรับผู้ที่ติดสุราเพื่อไม่ให้กลับไปใช้สุราอีก (Relapse prevention) มาตราการที่ใช้ในการป้องกันระดับปฐมภูมิต่อปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์การป้องกันแบบปฐมภูมิประกอบด้วยมาตราการสามประการคือ การควบคุม การให้การศึกษา และการให้ทางเลือกแบบอื่นๆ ทั้งสามวิธีการนี้อาจจะใช้ร่วมกัน หรือการใช้วิธีการหนึ่งอาจจะเป็นการปูพื้นฐานสำหรับใช้อีกวิธีต่อมา เช่นการให้การศึกษาหรือความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับเรื่องมาตราการหนึ่งๆ มักจะต้องทำก่อนที่จะมีการใช้มาตราการในเชิงควบคุมใดๆ มาตราการในเชิงป้องกันแบบปฐมภูมิอาจจะใช้ สำหรับประชากรทั่วไปในประเทศ เช่น มาตราการเกี่ยวกับการกำหนดราคาของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (fiscal measures) มาตราการทางกฎหมายต่างๆ (legislative measures) ซึ่งจะมีผลต่อ availability of alcohol เช่นการควบคุมจำนวนและชนิดของสถานบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเวลากับสถานที่ที่จะอนุญาตให้ขายแอลกอฮอล์ได้ และการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น หรือ เฉพาะสำหรับผู้ที่ทำงานหรือผู้ที่อยู่ในสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูงหากมีการใช้สุรา เช่น มาตราการเพื่อป้องกันอันตรายจากการขับรถหลังการดื่มสุรา และการห้ามใช้สุราในงานกีฬาต่างๆ หรือในงานที่มีความเสี่ยงสูงเช่นแท่นขุดเจาะน้ำมันเป็นต้นมาตราการในเชิงควบคุมแบ่งออกเป็น 4 มาตราการย่อย ได้แก่การควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การโฆษณาต่อต้านการดื่มสุรา และการควบคุมการเป็นผู้สนับสนุนหรืออุปถัมภ์กิจกรรมด้านกีฬาหรือด้านศิลปวัฒนธรรมโดยบริษัทอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1.2	การติดคำเตือนเกี่ยวกับพิษภัยของการดื่มแอลกอฮอล์บนฉลากเครื่องดื่ม 1.3	การควบคุม availability ของแอลกอฮอล์โดยผ่านทางการควบคุมราคาของเครื่องดื่มและการเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การกำหนดชั่วโมงของการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานบริการต่างๆ การควบคุมการขายแอลกอฮอล์ในร้านขายของชำตามหัวมุมถนน (alcohol sales in corner stores) 1.4	การกำหนดอายุต่ำสุดที่จะดื่มสุราได้ตามกฎหมาย]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[สาวิตรี อัษณางค์กรชัย]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2543]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9756">
    <dcterms:title><![CDATA[การสนับสนุนเชิงวิชาการ ถอดบทเรียน ติดตามและประเมินผลการสร้างกลไกที่ยั่งยืนของการมีส่วนร่วมและการเป็นเจ้าของของจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันเอดส์]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรคเอดส์--การป้องกันและควบคุม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ และคณะ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9755">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือส่งเสริมการใช้เบาะนิรภัยเด็กในรถยนต์สำหรับบุคลากรในโรงพยาบาล]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[รถยนต์ -- อุปกรณ์นิรภัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9754">
    <dcterms:title><![CDATA[การสังเคราะห์ข้อเสนอทางเลือกของกลไกเพื่อพัฒนาระบบบริการตรวจคัดกรองสุขภาพ(Health Screening) ในประเทศไทย]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การสำรวจสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9753">
    <dcterms:title><![CDATA[แนวคิดเรื่องความชอบธรรม]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[The concept of legitmacy]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ไทย -- การเมืองการปกครอง]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[กฎหมายสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ธเนศ วงศ์ยานนาวา]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2547]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
