<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9782">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือการผลิตบทละครวิทยุความบันเทิงในโลกจินตนาการ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[บทละคร]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9781">
    <dcterms:title><![CDATA[พรมแดนใหม่ของหมอฟันธรรมดา รายงานการถอดบทเรียนชุดโครงการดูแลสุขภาพช่องปากคนพิการ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ปาก--สุขภาพและอนามัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9780">
    <dcterms:title><![CDATA[ศึกษาสถานการณ์และข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาโจทย์วิจัยด้านการแพทย์แผนไทยการแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือก : รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การแพทย์แผนไทย--วิจัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ทรงศักดิ์ สอนจ้อย]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันสุขภาพวิถีไทย]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9779">
    <dcterms:title><![CDATA[กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของพหุภาคีในการร่วมปฏิบัติการเพื่อลดการใช้สารเคมีควบคุมศัตรูพืชในจังหวัดพิจิตร]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[The participatory learning of alliance of agricultural action to reduce pesticide using : case study in Phichit province]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ยากำจัดศัตรูพืช]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สารเคมีทางการเกษตร -- แง่สิ่งแวดล้อม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของพหุภาคีในการร่วมปฎิบัติการเพื่อลดการใช้สารเคมีในการควบคุมศัตรูพืชในจังหวัดพิจิตร การศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการวิเคราะห์สถานการณ์ เงื่อนไข ปัจจัยและกระบวนการเชิงระบบ ที่มีผลต่อการลดการใช้สารเคมีในภาคการเกษตรของเกษตรกร รวมทั้งศึกษาแผนในการขยายผลการปรับเปลี่ยนการผลิตโดยการลดเลิกการใช้สารเคมีของเกษตรกรในจังหวัดพิจิตร โดยคัดเลือกพื้นที่ศึกษา จำนวน 3 ชุมชนจาก 3 อำเภอของจังหวัดพิจิตร เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้นำชุมชน ผู้นำกลุ่มเกษตรกร และสมาชิกในชุมชน โดยวิธีการสัมภาษณ์ สังเกต และเสวนากลุ่มย่อย โดยเตรียมคำถามปลายเปิดไว้ล่วงหน้า เมื่อได้ข้อมูลแล้วนำข้อมูลมาตรวจสอบตามวัตถุประสงค์ วิเคราะห์คำตอบโดยพรรณนาเชิงอธิบาย อ้างอิงเหตุผล อธิบายจากทฤษฎีและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง เขียนรายงานการศึกษาตามลำดับหัวข้อที่ทำการศึกษาโดยพรรณนา ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการลด เลิกการใช้สารเคมีของเกษตรกรในจังหวัดพิจิตร ได้แก่1.ปัจจัยนำการตรวจสุขภาพประจำปีโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข พบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรรมโดยการใช้สารเคมี มีอัตราการแพ้พิษสารเคมีในอัตราที่สูง พร้อมทั้งสุขภาพเสื่อมโทรม เจ็บป่วยต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นประจำ ภาวะการขาดทุนจากการทำการเกษตรที่มีต้นทุนการผลิตสูงซึ่งเกิดจาก การใช้สารเคมีที่มีราคาแพง แต่ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ 1.3 การได้รับความรู้ด้านเกษตรกรรมปลอดสารพิษจากผู้นำเกษตรกร ซึ่งมีโอกาสได้เข้ารับการอบรมเสริมความรู้ทั้งจากภาครัฐและเอกชน มาถ่ายทอดประสบการณ์ซึ่งกันและกันในชุมชน 1.4 ความเชื่อมั่นในประสิทธิผลของเกษตรกรรมปลอดสารพิษ จาการที่ได้มีโอกาสอบรม และศึกษาดูงานในพื้นที่ซึ่งดำเนินงานด้านเกษตรปลอดสารพิษ ซึ่งประสบผลสำเร็จมาแล้ว 2.ปัจจัยเอื้อ 2.1 การสนับสนุนด้านแหล่งทุนและวิชาการ จากองค์กรต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐ และเอกชนการได้ร่วมจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการฝึกปฏิบัติ และการมีส่วนร่วม ที่จัดโดยภาครัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชน การติดต่อสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพรวดเร็ว ทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี ความเข้าใจซึ่งกันและกัน ส่งผลถึงความร่วมมือร่วมใจในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตด้านเกษตรกรรมคุณภาพของประชากรที่สนใจการศึกษาพัฒนาตนเอง มีความตื่นตัวในการพึ่งพาตนเอง เป็นส่วนที่ผลักดันให้สมาชิกมีความต้องการในการพัฒนาตนเอง การมีผู้นำเกษตรกรที่ประสพความสำเร็จในวิชาชีพจนเป็นที่ยอมรับ เป็นผู้นำโดยธรรมชาติข้อเสนอแนะจากการศึกษาวิจัยในการส่งเสริมหรือขยายผลการทำเกษตรปลอดสารพิษควรเริ่มต้นการส่งเสริมการค้นหาผู้นำการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ก่อนกระบวนการเรียนรู้ที่นำมาใช้เพื่อให้เกิดความยั่งยืน และสามารถขยายผลการทำเกษตรปลอดสารพิษได้ในระยะเริ่มต้น ควรจัดกระบวนการเรียนรู้ในลักษณะกลุ่มขนาดเล็กอย่างไม่เป็นทางการ ที่มีการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ใช้กระบวนการมีส่วนร่วม มีกิจกรรมการทำสารทดแทนสารเคมีร่วมกัน โดยสารทดแทนนั้นควรเน้นวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น การขยายแนวคิดการทำเกษตรปลอดสารพิษ ควรใช้รูปแบบการประสานเชื่อมโยงทุกกลุ่มให้เป็นเครือข่าย โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างสม่ำเสมอ การสนับสนุนจากองค์กรภายนอกทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชนควรเน้นการสนับสนุนการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้นำการเปลี่ยนแปลง ภาครัฐควรส่งเสริมและพัฒนาทักษะ กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในการทำงานของเกษตรกร ให้กับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในท้องถิ่น เช่น เกษตรตำบล ครู หรือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำสถานีอนามัย เป็นต้น ในอนาคตควรมีการศึกษาวิจัยกระบวนการที่เหมาะสมในการค้นหาผู้นำการเปลี่ยนแปลง และกระบวนการขยายทั้งเชิงปริมาณ และคุณภาพ ที่เชื่อมโยงทั้ง ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุรเดช เดชคุ้มวงศ์...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2544]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9778">
    <dcterms:title><![CDATA[ถอดบทเรียนกระบวนการเรียนรู้จากงานอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างเครือข่ายและความเข้มแข็งด้านกำลังคนในการพัฒนาระบบบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์สำหรับคนตาบอด]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[คนตาบอด -- การฟื้นฟูสมรรถภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9777">
    <dcterms:title><![CDATA[ค่าใช้จ่ายและการใช้ยาของผู้ป่วยที่รับการรักษาจากโรงพยาบาล : ผลกระทบของนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Cost and utilization of drugs prescribed for hospital-visited patients: impacts of universal health care coverage policy]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบประกันสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุพล ลิมวัฒนานนท์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[จุฬาภรณ์ ลิมวัฒนานนท์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2547]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9776">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการติดตามประเมินผลเพื่อการพัฒนาและการนำสู่การปฏิบัติแผนปฏิบัติการพัฒนาระบบบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ด้านการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว (Orientation and Mobility Training) สำหรับคนตาบอด ปี 2553-2558]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การเคลื่อนไหวของมนุษย์]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9775">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการวิจัย สภาพการทำงานนอกระบบกับปัญหาสุขภาพ : กรณีศึกษาการทำงานอุตสาหกรรมอยู่กับบ้าน]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Informal working conditions and health problem : a case study of industrial home-based work]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[แรงงาน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[คุณภาพชีวิตการทำงาน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[สภาพการทำงานนอกระบบกับปัญหาสุขภาพ: กรณีศึกษาการทำงานอุตสาหกรรมอยู่บ้าน	งานศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้กรอบคิดทางด้านสังคมวิทยาอุตสาหกรรมเกี่ยวกับกระบวนการผลิต การจัดการอุตสาหกรรมและแรงงาน ในการศึกษาได้เลือกกลุ่มงานอุตสาหกรรมหัตถกรรม เพราะเป็นงานนอกระบบที่มีคนทำมากที่สุด และเลือกศึกษาเพียง 6 ประเภทงาน ได้แก่ บรอนซ์ เมล็ดพันธุ์ แหอวน ทอผ้า เย็บผ้า และเจียระไนพลอย ตามที่ได้มีผู้ศึกษาไว้ก่อนแล้วว่าเป็นงานที่เสี่ยงอันตราย สำหรับพื้นที่ศึกษาคือ กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น สกลนคร เชียงใหม่ และพะเยา	ผลจากการศึกษาพบว่ากระบวนการผลิตของงานทั้ง 6 ชนิด มีความเสี่ยงต่ออันตรายที่เกิดขึ้นกับสุขภาพของคนทำงาน รวมทั้งสมาชิกในครัวเรือนและสภาพแวดล้อมของชุมชน ซึ่งเรียงตามลำดับของระดับอันตรายที่เกิดขึ้นได้แก่ บรอนซ์ เมล็ดพันธุ์ แหอวน ทอผ้า เย็บผ้า และเจียระไนพลอย ในส่วนของปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นขณะนี้ คือคนทำงานส่วนใหญ่เกิดการเจ็บป่วยที่สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากงานที่ทำ แต่ที่สำคัญคือมีคำวินิจฉัยของแพทย์ที่ระบุว่างานที่ทำอยู่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้ทำงานและเป็นต้นเหตุแห่งความเจ็บป่วยของสมาชิกในครอบครัว นอกจากปัญหาสุขภาพแล้ว จุดที่น่าสนใจคือ คนทำงานอุตสาหกรรมอยู่กับบ้านเหล่านี้ได้รับค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ทั้งๆ ที่คนกลุ่มนี้ได้มีการลงทุนทั้งหมดและ/หรือลงทุนบางส่วนแทนนายจ้าง รวมทั้งต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการทำงาน โดยที่เจ้าของงานมิได้รับผิดชอบ ดังนั้นทางออกที่น่าจะดีที่สุดคือระบบประกันสุขภาพสำหรับแรงงานนอกระบบที่ดำเนินงานโดยองค์กรชุมชน แต่เจ้าของงานและรัฐจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[เบ็ญจา จิรภัทรภิมล...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2544]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9774">
    <dcterms:title><![CDATA[แผนที่นโยบายสาธารณะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Public policy mapping in North Eastern Region]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[นโยบายสาธารณสุข]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การศึกษาเชิงพรรณนาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษากระบวนการได้มาซึ่งนโยบายสาธารณะของภาครัฐในรูปแบบต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงปี พ.ศ. 2546 – 2547 โดยผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษารวบรวมข้อมูลจากเอกสาร การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก รวมทั้งการมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำนโยบายสาธารณะ ซึ่งผลการศึกษาได้ปรากฏดังต่อไปนี้	นโยบายสาธารณะที่สำคัญที่ได้ทำการศึกษาประกอบด้วย 1)แผนยุทธศาสตร์ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2)ยุทธศาสตร์ระดับกลุ่มจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 3)ข้อเสนอเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์จากสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2546 โดยกระบวนการจัดทำนโยบายสาธารณะทั้ง 3 ฉบับนี้ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลพื้นฐานในการจัดทำร่างนโยบาย แต่มีเพียงการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ จากสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2546 เท่านั้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำร่างข้อเสนอในขั้นตอนต่อไป รวมถึงการรับรู้ ตัดสินใจเพื่อจัดทำร่างนโยบายที่เสนอต่อผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเลือกใช้นโยบายดังกล่าว ส่วนอีก 2 กระบวนการนั้นประชาชนได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในกระบวนการจัดทำร่างนโยบายน้อยมาก แนวคิดในการจัดทำร่างนโยบายทั้ง 3 ฉบับมีความแตกต่างกัน โดยแผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและยุทธศาสตร์ระดับกลุ่มจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันเชิงการค้าเพื่อก่อให้เกิดรายได้ในภูมิภาค ส่วนข้อเสนอเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์จากสมัชชาสุขภาพแห่งชาติมุ่งเน้นไปที่การสร้างสุขภาวะของมนุษย์ให้ครบทุกองค์ประกอบได้แก่ กาย จิตใจ สังคม และปัญญา (จิตวิญญาณ) ซึ่งแนวคิดที่แตกต่างกันนี้ส่งผลถึงกระบวนทัศน์และแนวทางในการกำหนดนโยบายที่แตกต่างกัน ส่งผลถึงการวัดและประเมินผลนโยบายที่ตามมาโดยแผนยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและยุทธศาสตร์ระดับกลุ่มจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถประเมินผลได้ชัดเจนมากกว่าการประเมินผลของข้อเสนอเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์จากสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่ต้องทำประเมินในหลายองค์ประกอบ	กระบวนการจัดทำนโยบายสาธารณะควรเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ มากขึ้น และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกนโยบายที่จะมีผลมาใช้กับประชาชนเอง เพื่อให้นโยบายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตสามารถตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ประธาน ฦาชา]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2546]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9773">
    <dcterms:title><![CDATA[การควบคุมกำกับและประเมินผล โครงการพัฒนารูปแบบและกลไกรณรงค์เพื่อป้องกันปัญหาเอดส์ในกลุ่มเยาวชนและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ กลุ่มศาสนาพุทธ มจร.]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรคเอดส์--การป้องกันและควบคุม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[กนิษฐา จำรูญสวัสดิ์...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
