<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9802">
    <dcterms:title><![CDATA[ภาระทางเศรษฐศาสตร์และการพยากรณ์โรคของเด็กก่อนวัยเรียนที่มีภาวะหอบเฉียบพลันและฟังปอดพบเสียงวิ้ด]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[กุมารเวชศาสตร์]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ภาสกร ศรีทิพย์สุโข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9801">
    <dcterms:title><![CDATA[การติดตามประเมินผลชุดโครงการดูแลสุขภาพช่องปากคนพิการ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[คนพิการ--สุขภาพและอนามัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9800">
    <dcterms:title><![CDATA[การศึกษาประสิทธิผลการจัดการองค์กรร่วมสร้างกระบวนการดำเนินงานป้องกันอุบัติเหตุจากการจราจรในชุมชนจังหวัดยโสธร]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[The study on the effectiveness of participatory organization in preventive measure of a traffic accident in the community, Yasothon province]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[อุบัติเหตุ -- การป้องกัน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ความรับผิดสำหรับอุบัติเหตุทางถนน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[อุบัติเหตุทางถนน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ชฎาภรณ์ สุขนิรันดร์...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2544]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9799">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือบ้านใจดี บ้านที่ออกแบบเพื่อทุกคน ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การสร้างบ้าน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9798">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานฉบับสมบรูณ์ การศึกษาทางระบาดวิทยาของโรคไตเรื้อรังในประเทศไทย]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรคเรื้อรัง]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[พิสิษฐ์ เวชกามา ...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9797">
    <dcterms:title><![CDATA[การควบคุมกำกับและประเมินผล โครงการพัฒนารูปแบบและกลไกรณรงค์เพื่อป้องกันปัญหาเอดส์ในกลุ่มพนักงานบริการ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรคเอดส์--การป้องกันและควบคุม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุขุม เจียมตน ...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9796">
    <dcterms:title><![CDATA[การวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ กรณีศึกษาการจัดการเกลืออีสาน วิถีชีวิตชุมชนสู่อุตสาหกรรม]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[The analysis of public policy : The case of sodium cloride (NaCI) management in the North-Eastern Thailand]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[เกลือ -- การจัดการ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[เลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[เบญจรัชต์ เมืองไทย]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2548]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9795">
    <dcterms:title><![CDATA[กระบวนการออกจากระบบราชการขององค์การมหาชน: กรณีศึกษาโรงพยาบาลบ้านแพ้ว]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Autonomize process of Banphaew hospital]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรงพยาบาล -- การบริหาร]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[กระบวนการออกจากระบบราชการขององค์การมหาชน: กรณีศึกษาโรงพยาบาลบ้านแพ้วจเด็จ ธรรมธัชอารี, แพร จิตตินันทน์, มยุรี ธนะทิพานนท์	การปรับเปลี่ยนโรงพยาบาลบ้านแพ้วให้เป็นองค์การมหาชน เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่มีพัฒนาการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารโรงพยาบาลในอดีต จนมาถึงการปรับเปลี่ยนองค์กร	การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) โดยมีกระบวนการศึกษา ด้วยการทบทวนวรรณกรรม,ออกแบบสอบถามแก่กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ,สัมภาษณ์กลุ่มต่างๆ,และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก	วัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อวิเคราะห์ถึงปฏิสัมพันธ์ของบุคคลและเงื่อนไขเชิงระบบ และแสดงบทเรียนที่เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการเปลี่ยนแปลง	ผลการศึกษาพบว่า พบว่ากระบวนการออกนอกระบบของโรงพยาบาลบ้านแพ้วมีความล่าช้ากว่ากำหนดและมีขั้นตอนที่สำคัญเกิดขึ้นมากมายในช่วงการปรับเปลี่ยนนั้น เมื่อพิจารณาจากผลที่เกิดขึ้นมีประเด็นที่น่าสนใจหกประเด็นได้แก่การลดความซ้ำซ้อนในการบริหาร ในการออกพระราชกฤษฎีกาทำให้ความซ้ำซ้อนในทางโครงสร้าง การจัดซื้อจัดจ้างลดลง และทำให้เกิดนวัตกรรมในการทำงานใหม่ๆเพื่อลดความซ้ำซ้อนได้ เช่น การให้เอกชนเข้าร่วมในการจ่ายยาการกระจายทรัพยากร ในเรื่องของบุคลากรมีการปรับสัดส่วนของบุคลากรต่างๆ มีทั้งส่วนที่ลดลงและเพิ่มขึ้น เช่น เพิ่มจำนวนบุคลากรในแผนกบัญชี และประชาสัมพันธ์ ลดคนครัว และคนงานบางประเภท ทางด้านงบประมาณมีการจ่ายเป็นรายหัวประชากรโดยได้รับหัวละ 782 บาทไม่รวมข้าราชการและประกันสังคมในพื้นที่และโรงพยาบาลมีหน้าที่ในการจัดสรรงบประมาณให้กับสถานีอนามัยการเพิ่มประสิทธิภาพ โรงพยาบาลบ้านแพ้วมีอิสระในการบริหารบุคคลทำให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดบุคลากรและการจ่ายค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน เมื่อพิจารณาผลทางด้านการเงินพบว่าจากเดิมก่อนออกนอกระบบโรงพยาบาลบ้านแพ้วซึ่งอยู่ในภาวะการเงินที่มีหนี้สินมากกว่าเงินบำรุงกลับทำกำไรจากการดำเนินงานในรอบ 4 เดือน ถึง 6.4 ล้านบาทแต่อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณารายละเอียดจะพบว่ามีรายรับบางส่วนที่เป็นส่วนที่เกิดเฉพาะกรณีเช่น การตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าวในรอบ 4 เดือน โรงพยาบาลบ้านแพ้วมีรายได้จากการตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าวถึง 6.7 ล้านบาท ความรับผิดชอบ โรงพยาบาลบ้านแพ้วมีภาระที่มีต่อประชาชนมีความชัดเจนในการให้บริการและการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล สร้างความรับรู้ของชุมชนมากขึ้นส่วนหนึ่งเป็นผลจากโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคทำให้เกิดกระแสการตรวจสอบมากขึ้นเรื่อยๆ ในส่วนความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริหารเนื่องจาก หลังออกนอกระบบของโรงพยาบาลบ้านแพ้วคณะกรรมการบริหารเป็นคณะกรรมการชั่วคราวและการประชุมประมาณเดือนละ 1 ครั้งทำให้การตรวจสอบยังไม่ชัดเจนนัก ในส่วนของหน่วยงานอื่นที่มีผลต่อโรงพยาบาลพบว่าในช่วงต้นก่อนการออกนอกระบบทุกอย่างเป็นไปอย่างล่าช้า แต่เมื่อมีนโยบายรัฐบาลในโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคทำให้โรงพยาบาลบ้านแพ้วได้รับการกล่าวขานถึงอย่างมากการเมือง ในระดับประเทศก่อนออกนอกระบบพบว่ามีทั้งผู้เห็นด้วยและคัดค้านมีผลทำให้เกิดความล่าช้าในการออกนอกระบบ แต่ก็สามารถออกเป็นโรงพยาบาลอิสระในกำกับของรัฐได้ด้วยการผลักดันของหน่วยงานอื่นๆ หลายหน่วย ในส่วนของระดับพื้นที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างอย่างมากจนทำให้เกิดการประท้วงของชาวบ้านก่อนการออกนอกระบบ และมีผลทำให้เกิดความปั่นป่วนในโรงพยาบาลอย่างมาก แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ พบว่านโยบายของรัฐบาลค่อนข้างสนับสนุนการออกนอกระบบของโรงพยาบาลบ้านแพ้วทำให้ความร่วมมือในทุกระดับเกิดความชัดเจนขึ้นการมีส่วนร่วมของชุมชน พบว่าก่อนการออกนอกระบบของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ได้มีการนำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารโรงพยาบาลในรูปของคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลภาคเอกชน และมีการทำงานร่วมกับกลุ่มโรตารีอย่างดี หลังการออกนอกระบบของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว 4 เดือนยังไม่สามารถตั้งคณะกรรมการบริหารในส่วนของชุมชนได้ ยังอยู่ในขั้นตอนของการของการสรรหาอยู่ การประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนรับรู้มีปัญหาในช่วงแรกเนื่องจากความไม่แน่นอนของการปรับเปลี่ยน แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลมีความชัดเจนขึ้นทำให้ประชาชนมีการรับรู้มากขึ้นการติดตามผลของการปรับองค์กรของโรงพยาบาลบ้านแพ้วยังต้องการการศึกษาเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบอีกเพื่อตอบคำถามให้ได้ว่าการปรับองค์กรของโรงพยาบาลบ้านแพ้วเพื่อให้เป็นองค์การมหาชนนั้นมีส่วนทำให้เกิดผลดีต่อองค์กร ต่อนโยบาย และต่อระบบสุขภาพโดยรวมอย่างไร]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[จเด็จ ธรรมธัชอารี]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[แพร จิตตินันทน์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[มยุรี ธนะทิพานนท์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2544]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9794">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานวิจัยฉบับสมยรูณ์ โครงการภาระและระบบการดูแลโรคหลอดเลือดส่วนปลาย]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การรักษาโรค]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[กิตติพันธุ์ ฤกษ์เกษม]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:date><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9793">
    <dcterms:title><![CDATA[วิเคราะห์วิธีคิดวิทยาในงานวิจัยเรื่องเพศภาวะและเพศวิถีกับเอดส์ศึกษา]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Research conceptualization in genders, sexuality and AIDS studies]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[เพศ -- วิธีวิทยา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[พฤติกรรมสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรคเอดส์]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[รายงานวิจัยนี้ วิเคราะห์วิธีคิดวิทยาที่อยู่เบื้องหลังงานวิจัยทางสังคมศาสตร์เรื่องเพศภาวะและเพศวิถีกับเอดส์ กระบวนทัศน์ (paradigm) ของการทำงานชิ้นนี้คือ การวิเคราะห์วาทกรรมและภาษาในงานวิจัยผ่านมุมมองสตรีนิยม ซึ่งเป็นการรื้อถอนอำนาจที่แฝงอยู่ในการเขียนหรืออำนาจที่แสดงออกผ่านการเขียน จากการวิเคราะห์ฐานคติของงานวิจัยทางสังคมศาสต์ที่เกี่ยวกับเอดส์ที่คัดเลือกมาจำนวน 45 ชิ้น พบว่าส่วนใหญ่ใช้ฐานคติตามสำนักคิดปฏิฐานนิยม จำนวนงานวิจัยที่ใช้ฐานคติแบบตีความนิยม และวิพากษ์นิยมมีค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์งานวิจัยทั้งหมดได้สะท้อนความแตกต่างของ ‘วิธีคิดวิทยา’ (research conceptualization) ที่อยู่เบื้องหลังฐานคติของแต่ละสำนักคิด ในการกำหนดเป้าหมายงานวิจัย วิธีการเก็บข้อมูล การตีความหมายปรากฏการณ์ที่ศึกษา และการเชื่อมโยง (หรือไม่เชื่อมโยง) ของข้อค้นพบกับข้อเสนอแนะที่ได้จากงานวิจัย ในการวิเคราะห์วาทกรรม ผู้วิจัยได้ถอดรหัสวิธีคิดของงานเขียนที่เกี่ยวกับเพศภาวะและเพศวิถีกับเอดส์ศึกษา 3 ชุดความคิดคือ (1) การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมเป็นสาเหตุที่ทำให้การแสดงออกทางเพศของคนเปลี่ยนแปลงไป (2) พฤติกรรมทางเพศว่าด้วยเรื่องเอดส์เป็นพฤติกรรมทางเพศระหว่างชายและหญิง ซึ่งเป็นการผลิตซ้ำความคิดที่ว่าความสัมพันธ์ทางเพศ “ที่ถูกต้อง” คือสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างชายหญิงเท่านั้น และ (3) การสันนิษฐานไว้ก่อนว่าคนที่อยู่ใน “กลุ่มเดียวกัน” ย่อมมีพฤติกรรมเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคิดเกี่ยวกับเรื่อง ‘กลุ่มเสี่ยง’สำหรับการวิเคราะห์ภาษาเพื่อชี้ให้เห็นว่า ภาษาเขียน ที่ใช้ในงานวิจัยเอดส์มีอำนาจในตัวของมันเอง เพราะสามารถตอกย้ำและผลิตซ้ำชุดความคิดใดความคิดหนึ่งได้ หรือสามารถรื้อให้เห็นรากเหง้าที่มาของชุดความคิดใดความคิดหนึ่งได้เช่นกัน คำต่อไปนี้คือ ‘การแต่งงาน’ ‘เพศสัมพันธ์ก่อนสมรสหรือก่อนวัยอันควร’ ‘การรักนวลสงวนตัว’ ‘พฤติกรรมเสี่ยง’ ‘กลุ่มเสี่ยง’ และ ‘สำส่อน’ ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาให้เห็นถึงอำนาจในการเขียน (narrative authority) ของนักวิจัย แนวคิดทฤษฎีที่นักวิจัยใช้จะเป็นตัวที่สะท้อนชัดมากว่า งานวิจัยชิ้นนั้นๆวางตำแหน่งของกลุ่มที่ไปศึกษาไว้อย่างไร มองความสัมพันธ์ระหว่างนักวิจัยกับผู้ที่ถูกศึกษาอย่างไร และที่สำคัญคือ มีลักษณะการผลิตซ้ำหรือว่าต่อรองอำนาจทางความรู้ของสถาบันใด ผู้วิจัยได้วิพากษ์สรุปรวมการถอดรหัสความรู้ความจริงในมิติสำคัญๆของเรื่องเพศในเอดส์ศึกษาของไทย 5 ประเด็นคือ (1) เมื่อคำว่า ‘รักนวลสงวนตัว’ ถูกผลิตซ้ำและตอกย้ำว่าคืออุดมการณ์สำหรับ ‘ผู้หญิงดี’ ในสังคมไทย (2) อคติที่แฝงฝังอยู่กับคำว่า ‘เพศสัมพันธ์ก่อนสมรส’ (3) มายาคติเรื่อง ‘กลุ่มเสี่ยง’ (4) การสถาปนาสมการความเชื่อเรื่องถุงยางอนามัยว่าของคู่กันของชายนักเที่ยวกับหญิงบริการ และ (5) ความล้มเหลวของการพยายามสร้างความรู้ใหม่จากความรู้เดิมโดยการวิจัยแบบ KAP Survey มุมมองใหม่ในการวางนโยบายการวิจัยเรื่องเพศกับเอดส์ที่เสนอคือ (1) ให้พุ่งความสนใจไปที่การวางแนวทางการศึกษาเพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมทางเพศ แบบ ที่นำไปสู่การติดเชื้อ โดยการวิจัยควรเริ่มที่จุดยืนแน่ชัดว่ากลุ่มบุคคลที่ศึกษาไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม มีทาง ‘เลือก’ ในชีวิตมากน้อยเพียงใดที่จะทำให้เขามีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่นำไปสู่การติดเชื้อเอชไอวี บริบทในชีวิตแบบใดทำให้คนแต่ละคนต้องตกไปสู่การมี ‘พฤติกรรมเสี่ยง’ (2) มิติใหม่ในการวิจัยเกี่ยวกับถุงยางอนามัย 2 มิติ คือ วัฒนธรรมทางกามารมณ์แบบไทยๆกับการใช้ถุงยางอนามัย และการวิจัยสำรวจที่สามารถเชื่อมต่อภาพอัตราความชุกของการใช้ถุงยางอนามัยกับอัตราการของคงใช้ถุงยางอนามัย และ (3) การวิจัยเรื่องเพศกับเอดส์ที่สังคมไทยยังขาดแคลนความรู้ความจริงและความเข้าใจ ได้แก่ ในกลุ่มประชากรต่อไปนี้ กลุ่มผู้ชายแปลงเพศ หญิงรักหญิง กลุ่มรักสองเพศ (bisexuality) ในมิติเรื่องความรุนแรงต่อผู้หญิงกับความเสี่ยงของผู้หญิงในการติดเชื้อ การเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงบริการกับความเสี่ยงของผู้หญิงบริการในการติดเชื้อ บริบทชีวิตของแรงงานข้ามชาติกับความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และในมิติที่ยังไม่เคยมีการศึกษาคือ เรื่องของเพศภาวะและเพศวิถีในโลกเสมือนจริง (cyber genders and sexualities)]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[กฤตยา อาชวนิจกุล]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[กนกวรรณ ธราวรรณ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2548]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
