<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9333">
    <dcterms:title><![CDATA[ข้อเสนอการพัฒนาระบบบริการสุขภาพระดับต้นของไทย ในการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ และใน(ร่าง) พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Recommendations for Developing Primary Care System in Thailand Correspondent with National Health Reform]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ<br />
]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สุขภาพ-- การปฏิรูป]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[จากการวิเคราะห์สถานการณ์ของระบบบริการสุขภาพระดับต้นของไทยและต่างประเทศ การสำรวจความคิดเห็นของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข นักวิชาการ และประชาชน การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ และการประชุมระดมสมอง 2 ครั้ง ได้นำมาซึ่งประเด็นและข้อเสนอเพื่อการพัฒนาระบบบริการสุขภาพระดับต้นในการปฏิรูปะบบสุขภาพและข้อเสนอสาระบัญญัติในร่าง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ปรีดา แต้อารักษ์...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2543]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9332">
    <dcterms:title><![CDATA[ศึกษาการควบคุมป้องก้นโรคไข้เลือดออกของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลกงรถ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา<br />
Study on Dengue Haemorrhagic Fever Control of Public Health Volunteers village of Tombon Kong Kong, AmphoeHuaiTalaeng, Changwat Nakhon Ratchasima]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรคไข้เลือดออก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[นิพนธ์ สารารัมย์<br />
]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:rights><![CDATA[กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก]]></dcterms:rights>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9331">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือปฏิบัติงาน งานบริการศูนย์ส่งเสริมกิจกรรมนันทนาการ ปี 2552]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[นันทนาการ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[กลุ่มนันทนาการเด็กและเยาวชน สำนักส่งเสริมและพัฒนานันทนาการ กรมพลศึกษา]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[กลุ่มนันทนาการเด็กและเยาวชน สำนักส่งเสริมและพัฒนานันทนาการ กรมพลศึกษา]]></dcterms:source>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9330">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการวิจัย โครงการวิจัยองค์กรทางสังคมและพัฒนาการความเป็นประชาคม : กรณีศึกษาประชาคมตำบลนาข่า อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Social organizations and developments of the community : a case study of the community of Tambon Nakha, Amphoe Vapipathum, Mahasarakham province]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[การมีส่วนร่วมทางสังคม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[องค์กรทางสังคมและพัฒนาความเป็นประชาคม: กรณีศึกษาประชาคมตำบลนาข่า อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม	การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาพัฒนาการขององค์กรต่าง ๆ ที่มีบทบาทการทำงานในลักษณะประชาคม 2) เพื่อศึกษาปัจจัยและเงื่อนไขที่ทำให้องค์กรต่าง ๆ ในชุมชนที่มีความเข้มแข็งและมีลักษณะความเป็นประชาคม 3) เพื่อศึกษาการก่อตัวและพัฒนาความเป็นประชาคม ตามกรอบแนวคิดการวิจัยที่เป็นปัจจัยและเงื่อนไขที่ทำให้องค์กรต่าง ๆ ทางสังคมมีความเข้มแข็งหรือลักษณะความเป็นประชาคม คือ (1) โอกาสและเวทีที่เป็นแหล่งพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ตลอดจนการรวมกลุ่ม (2) กระบวนการเรียนรู้และตัดสินใจในการทำงานร่วมกันระหว่างภาคต่าง ๆ (3) ลักษณะของความเป็นผู้นำและภาวะผู้นำในชุมชน (4) เครื่องมือหรือวิธีการติดต่อสื่อสาร (5) ความรู้สึกนึกคิดของประชาชน โดยเฉพาะระบบความคิดในการพึ่งตนเอง การมีส่วนร่วม (6) กิจกรรมที่ทำงานร่วมกันและความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนกับสถาบันต่าง ๆ ในชุมชน (7) ความสามัคคีและความร่วมมือระหว่างองค์กรต่าง ๆ ทางสังคมในหมู่คณะ	ผลการศึกษา พบว่า กิจกรรมกลุ่มที่เกิดขึ้นก่อนปี พ.ศ. 2527 โดยภาครัฐและเอกชนเข้ามาส่งเสริมและกระตุ้น มีทั้งด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต สาธารณสุข สวัสดิการสังคม เงินทุน สตรี เยาวชน อาชีพ ร้านค้าชุมชน ธนาคารข้าว หลังปี พ.ศ. 2527 เป็นกลุ่มสาธารณูปโภค สวัสดิการ กองทุนออมทรัพย์ เครดิตยูเนี่ยน โรงสีชุมชน วัฒนธรรมบุญข้าวจี่ ธนาคารโค – กระบือ ทอผ้าไหม ซึ่งเป็นการจัดตั้งทั้งโดยรัฐ เอกชน และชุมชนจัดตั้ง ลักษณะของกิจกรรมส่วนใหญ่เป็นไปในลักษณะพึ่งตนเอง ส่วนภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือน้อยมาก แต่ก็มีบางกลุ่มที่พึ่งรัฐ เช่น กองทุนหมู่บ้าน ภาคเอกชน เช่น ส่งเสริมกิจกรรมธนาคารโค – กระบือ ปี พ.ศ. 2541 – 2542 โดยมูลนิธิเกษตรกรไทย โรงสีชุมชน กลุ่มทอผ้าไหม ดอกไม้จันทน์ และศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด จากชุมชนวังจาน โดยสำนักงานกองทุนเพื่อชุมชน (SIF) ซึ่งกระบวนการเรียนรู้และตัดสินใจ มีการเรียนรู้ร่วมกันภายในกลุ่ม มีการประนีประนอมสูง มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเป็นเชิงเครือญาติและอาชีพเดียวกัน มีลักษณะการพึ่งพาอาศัยกันในหมู่บ้านและชุมชน ส่วนระดับกว้างจะเป็นกิจกรรมทางประเพณีบุญข้าวจี่และบุญต่าง ๆ และทุนทางสังคม เช่น ธนาคารโค – กระบือของกลุ่มลอมคอม สามารถครอบคลุมทั้งตำบล พบจากกิจกรรมบุญข้าวจี่ กีฬาเยาวชนระหว่างกลุ่มกับ อบต. เป็นลักษณะ อบต. ให้งบประมาณสนับสนุนกลุ่ม ด้านการเมืองท้องถิ่นเป็นลักษณะเครือญาติ โดยส่วนรวมมีจิตสำนึกสาธารณะร่วมกันสูง มีการแบ่งปันผลประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม ทั้งในระดับตำบล คือ กิจกรรมกลุ่มและวัฒนธรรมบุญข้าวจี่ ระดับกลุ่มชุมชน ได้แก่ กลุ่มออมทรัพย์ ร้านค้า โรงสีชุมชนของชุมชนวังจาน ซึ่งสามารถให้บริการทั้งชุมชน หมู่บ้านในตำบลและหมู่บ้านที่อยู่นอกตำบล]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ฉลาด จันทรสมบัติ...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2543]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9328">
    <dcterms:title><![CDATA[ความต้องการด้านสารสนเทศของประชาชนในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคภายใต้ระบบระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[The study of peoples&#039;s needs of information for health promotion and disease prevention under the universal health care coverage program]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[การป้องกันและควบคุมโรค]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบประกันสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การส่งเสริมสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรค -- การป้องกันและควบคุม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการด้านสารสนเทศของประชาชนในการสร้างเสริมและการป้องกันโรค 2) ศึกษาช่องทางการเข้าถึงสารสนเทศของประชาชนต่อการดูแลสุขภาพและป้องกันโรค และ 3) ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความต้องการสารสนเทศในการสร้างเสริมและป้องกันโรค โดยศึกษาภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และเก็บรวบรวม ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยวิธีการสังเกต สัมภาษณ์ และสนทนากลุ่ม ในพื้นที่ศึกษา 4 แห่ง ได้แก่ ชุมชนหนองหอยและชุมชนศรีลานนาในเทศบาลนครเชียงใหม่ ชุมชนวัดเชิงท่า เทศบาลเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ชุมชนบ้านแวง ตำบลบ้านแวง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ และตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพรผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างทั้ง 4 พื้นที่ มีความต้องการสารสนเทศดังนี้ 1) สารสนเทศที่ตอบสนองปัญหาสุขภาพที่กำลังเผชิญ 2) ความต้องการสารสนเทศอันเนื่องมาจากแรงกระตุ้นจากภายนอก 3) ความต้องการให้มีการ “ผลิตซ้ำ” สารสนเทศตามประเด็นความต้องการเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน และพบว่า กลุ่มตัวอย่างต้องการสารสนเทศที่เข้าถึงได้ง่าย ไม่ต้องแสวงหาด้วยตนเอง รับสารได้ง่าย ไม่เป็นวิชาการมากเกินไป เข้าใจง่าย โดยมีเนื้อหาสาระกับความบันเทิงควบคู่กัน เนื้อหาใกล้ตัว เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตประจำวัน รูปแบบการนำเสนอน่าสนใจ และมีลักษณะเป็นสื่อสองทางสำหรับช่องทางการเข้าถึงสารสนเทศของประชาชนต่อการดูแลสุขภาพและป้องกันโรค พบว่า สื่อมวลชนที่ทุกกลุ่มเข้าถึงได้ คือสื่อโทรทัศน์ แต่ช่วงเวลาการเปิดรับสารจะแตกต่างกันไปตามกลุ่ม โดยจำแนกตามกลุ่มวัยและกลุ่มอาชีพได้ สำหรับสื่อบุคคลพบว่ากลุ่มวัยเด็ก ใช้สื่อบุคคล ได้แก่ พ่อแม่ ผู้ปกครอง เพื่อนบ้าน สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ ใช้ สื่อบุคคล ได้แก่ เจ้าหน้าที่อนามัย อสม. แพทย์ เภสัชกร พยาบาลและ สื่อท้องถิ่น ได้แก่ เสียงตามสาย หอกระจายข่าว สำหรับกลุ่มวัยแรงงาน ซึ่งจำแนกเป็น 3 กลุ่มตามกลุ่มอาชีพ คือ กลุ่มโครงการ 30 บาท กลุ่มประกันสังคม และกลุ่มสวัสดิการข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ พบว่าแต่ละกลุ่มมีศักยภาพในการเข้าถึงช่องทางสารสนเทศแตกต่างกันนอกจากนี้การศึกษาพบว่าความต้องการสารสนเทศเพื่อการสร้างเสริมและป้องกันโรคเกิดจากปัจจัยที่มีอิทธิพล 3 ประการคือ 1) ปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ ภาวะสุขภาพ วิถีชีวิต 2) ปัจจัยสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ความยากง่ายของสารสนเทศ ความสามารถในการเข้าถึงสถานพยาบาล ภาวะสุขภาพของคนในครอบครัว ปัญหาในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการรณรงค์และการกระตุ้นจากภายนอก และ 3) ทัศนคติด้านส่วนบุคคลสุขภาพ ซึ่งประกอบด้วย ทัศนคติและความเชื่อในการดูแลสุขภาพ ความรู้สึกไม่มั่นคงด้านสุขภาพ และความต้องการความมั่นใจในการดูแล สุขภาพจากผลการศึกษา มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายคือ ประการแรกควรมีการกระจายอำนาจการผลิตสารสนเทศ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ภายใต้ระบบ Universal Coverage หรือ UC เป็น 2 ระดับ คือ ส่วนกลางและระดับจังหวัด ประการที่สอง ควรมีการปรับยุทธศาสตร์ด้านสารสนเทศ โดยการนำเสนอข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนที่ง่ายต่อการเข้าถึง และผสมผสานกับความบันเทิง ให้มากขึ้นกว่าปัจจุบัน ควรขยายขอบเขตจาก การสื่อสารทางเดียว ผ่าน “ผู้เชี่ยวชาญ” เช่น หมอหรือผู้เชี่ยวชาญมาเป็นการสื่อสารสองทาง ควรพัฒนาและสร้างแรงจูงใจให้สื่อบุคคลเป็นช่องทางสารสนเทศทางด้านสุขภาพที่ได้รับการยอมรับมากขึ้น เช่น เสริมศักยภาพ อสม. และสนับสนุนให้มีคณะกรรมการเพื่อบริหารจัดการสารสนเทศเพื่อสร้างเสริมสุขภาพทั้งในส่วนกลางและระดับจังหวัด และประการสุดท้ายเสริมสร้างการกระตุ้นและการรณรงค์จากภายนอก ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความต้องการสารสนเทศ โดยการใช้ประโยชน์จาก “กระแส” และ การผลิตสารสนเทศ “เชิงรุก”]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[เอนกพล เกื้อมา]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[ศิริเชษฐ์ สังขะมาน]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุรางค์รัตน์ จำเนียรพล]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[อุ่นเรือน ทองอยู่สุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2547]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9327">
    <dcterms:title><![CDATA[การประเมินความเหมาะสมและผลของนโยบายส่งเสริมการใช้ยาแคปซูลฟ้าทะลายโจรในกลุ่มโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบน และโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน ในโรงพยาบาลพิมาย<br />
จังหวัดนครราชสีมา<br />
Drug Use Evaluations and Result of Implementations of the Antibiotics Replacement<br />
with Fah-ta-lai-chon (Andrographis panicula) Policy in Upper Respiratory tract<br />
Infection and Acute Diarrhea Treatment at Phimai Hospital, Nakhonratchasima.]]></dcterms:title>
    <dcterms:creator><![CDATA[วทัญญู ประยรูหงส์<br />
]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[โรงพยาบาลพิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:rights><![CDATA[กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก]]></dcterms:rights>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9326">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือมาตรฐานการให้บริการสระว่ายน้ำวิสุทธารมณ์]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[สระว่ายน้ำ -- มาตรฐาน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[กลุ่มพัฒนามาตรฐานการกีฬา สำนักพัฒนาการกีฬา กรมพลศึกษา]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[กลุ่มพัฒนามาตรฐานการกีฬา สำนักพัฒนาการกีฬา กรมพลศึกษา]]></dcterms:source>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9325">
    <dcterms:title><![CDATA[องค์กรทางสังคมกับการพัฒนาประชาคมตำบล : กรณีศึกษาอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Social organization and the development of Tambon Civil Society : a case study on Ubonrat District, Khon Kaen Province]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[องค์กรทางสังคมกับการพัฒนาประชาคมตำบล :กรณีศึกษาอำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น	การศึกษานี้เป็นการศึกษาเชิงเปรียบเทียบกระบวนการเกิดประชาคมตำบลและองค์กรทางสังคมใน ชุมชนตำบลทุ่งโป่งและตำบลโคกสูง อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น โดยใช้วิธีวิจัยเชิงวิเคราะห์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ของรัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชนที่ปฏิบัติงานพัฒนาในพื้นที่ สนทนากลุ่มกับผู้นำชุมชน และสัมภาษณ์ประชาชนโดยใช้แบบสอบถาม โดยเลือกประชาชนจากครัวเรือนที่มีฐานะแตกต่างกันในชุมชนและไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ องค์กรในชุมชน สัมภาษณ์ทุกหมู่บ้าน ๆ ละ 9 ครอบครัว จำนวนรวม 180 ครอบครัว พบว่าวิถีชีวิตชุมชนชนบทมีความเป็นประชาคมในระดับหมู่บ้าน ความเชื่อมโยงของชุมชนตามแนวประชาคมในระดับตำบลโดยพื้นฐานในมิติของศาสนาวัฒนธรรมและเครือญาติ จากการศึกษานี้สรุปได้ว่า ปัจจัยภายนอกที่เอื้อต่อการเกิดประชาคมตำบลเกิดขึ้นไม่นาน ได้แก่ การกระจายอำนาจการปกครองและการจัดการทรัพยากรสู่ชุมชน ปัจจัยภายในชุมชนที่เอื้อต่อการเกิดประชาคมตำบลคือ ระบบเครือญาติโดยเฉพาะทางญาติฝ่ายหญิง การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น การมีเศรษฐกิจพอเพียง การรวมกลุ่มชาวบ้าน เกิดกระบวนการเรียนรู้และมีผู้นำชุมชนดี ในทั้งสองชุมชนมีประชาคม แต่เป็นคนละระดับ องค์กรทางสังคมในชุมชนส่วนใหญ่จัดตั้งโดยรัฐเหมือนกันทั้งสองตำบล องค์กรที่มีเครือข่ายทำงานชัดเจนเหนือระดับหมู่บ้านคือ อสม. และ อบต. ลักษณะการทำงานของทั้งสององค์กรเป็นไปตามกรอบของทางราชการ ในปัจจุบันแม้องค์กรเหล่านี้จะเป็นที่ยอมรับของชุมชน แต่ยังไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งด้านการใช้ทรัพยากรของชุมชน เมื่อวิถีชีวิตเปลี่ยนจากการเกษตรเป็นอุตสาหกรรม ความขัดแย้งและการขาดการประสานงานระหว่างกลุ่มเป็นเงื่อนไขที่ทำให้ประชาคมตำบลอ่อนแอดังเช่นกรณีตำบลโคกสูง ส่วนตำบลทุ่งโป่งมีปัจจัยที่ช่วยให้เกิดประชาคมที่ชัดเจนกว่า เช่น สภาพชุมชนที่ยังคงเป็นภาคเกษตร ไม่มีความขัดแย้งเรื่องการใช้ทรัพยากรรุนแรง อบต.สามารถประสานงานในแนวราบได้ดี เนื่องจากผู้นำ อบต.และสมาชิกได้รับประสบการณ์การทำงานร่วมกับองค์กรภายนอก เช่น โครงการพัฒนาชุมชนยั่งยืนฯ และเครือข่าย ทำให้ อบต.มีการประชุมต่อเนื่อง มีการกำหนดกิจกรรมและประสานผลงาน จัดสรรงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมสาธารณะของชุมชน ทำให้เกิดการประสานงานในแนวราบได้ จนสามารถแก้ปัญหาแหล่งน้ำของตำบลได้โดยประชาชน ซึ่งเป็นตัวอย่างของการเกิดประชาคมในตำบลทุ่งโป่ง	จากการศึกษาครั้งนี้ สรุปได้ว่า พื้นฐานประเพณีวัฒนธรรมอีสาน และระบบเครือญาติเป็นพื้นฐานสำคัญที่เอื้อให้เกิดประชาคมตำบลในสภาวะปกติของชุมชนเกษตร แต่กลับไม่เพียงพอที่จะช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งของชุมชนได้ องค์กรชุมชนต้องสร้างระบบการทำงานที่มีการประสานงานในแนวราบ มีการบริหารจัดการและโปร่งใส กระบวนการตัดสินใจแบบประชาธิปไตย ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ดีก็เมื่อประชาชนสำนึกว่ากิจการสาธารณะคือภารกิจของตนด้วย]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[นงลักษณ์  สุพรรณไชยมาตย์...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2542]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9324">
    <dcterms:title><![CDATA[ขับเคลื่อนวาระสุขภาวะไทย : ประชาสังคมกับการปฏิรูประบบสุขภาพ]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Deliberative action : civil society and health systems reform in Thailand]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[การปฏิรูประบบสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ประชาสังคมด้านสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[อนามัย, บริการ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2547]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9323">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือมาตรฐานงานบริการของสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา -- มาตรฐาน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา]]></dcterms:source>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
