<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8916">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานวิจัยเชิงปฎิบัติการเพื่อการปฎิรูประบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ : กรณีศึกษาอำ เภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[สาธารณสุข--การบริหาร]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบบริการสุขภาพ--การปฏิรูป]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุนุตตรา ตะบูนพงศ์...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2545]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8915">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการวิจัย เรื่อง การวิเคราะห์งบการเงินของธุรกิจยา]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ยา--การตลาด]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การวิเคราะห์งบการเงินของธุรกิจยา การวิเคราะห์ทางการเงิน ( Financial analysis ) เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลทางการบัญชีเพื่อดูผลประกอบการของนิติบุคคลจากงบดุลและงบกำไรขาดทุน การศึกษานี้ได้ใช้ข้อมูลงบดุลและงบกำไรขาดทุนที่กฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลทุกรายต้องส่งรายงานประจำปีแก่กระทรวงพานิชย์ แม้จะมีข้อจำกัดในเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลแต่ก็เป็นข้อมูลเดียวที่มีอยู่ในระบบกลุ่มตัวอย่างเป็นนิติบุคคลในอุตสาหกรรมยา 195 ราย หรือร้อยละ 30.9 ของธุรกิจทั้งหมด มีรายได้รวมทั้งสิ้น 37,392,829,571 บาท กำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 1,717,322,001 บาท การวิเคราะห์ได้แบ่งกลุ่มธุรกิจตามขนาดทรัพย์สินเป็นนิติบุคคลขนาดใหญ่ ( ทรัพย์สินมากกว่า 100 ล้านบาท ) จำนวน 63 ราย นิติบุคคลขนาดกลาง ( ทรัพย์สิน 20 - 100 ล้านบาท ) จำนวน 68 ราย นิติบุคคลขนาดเล็ก ( ทรัพย์สินน้อยกว่า 20 ล้านบาท ) จำนวน 64 ราย และจำแนกเป็นสัญชาติไทย และต่างชาติ พบว่านิติบุคคลขนาดใหญ่ส่วนใหญ่มีสัญชาติต่างชาติ นิติบุคคลขนาดกลางและเล็กส่วนใหญ่มีสัญชาติไทย นิติบุคคลในกลุ่มตัวอย่างได้กำไรร้อยละ 82.6 นิติบุคคลที่ขาดทุนมีสัญชาติไทยร้อยละ 91.2 นิติบุคคลสัญชาติไทยประกอบกิจการได้กำไรร้อยละ 79.3 ในขณะที่นิติบุคคลต่างชาติได้กำไรถึงร้อยละ 93.3 สัดสวนค่าเฉลี่ยรายได้ของนิติบุคคลขนาดใหญ่ กลาง และ เล็ก คิดเป็น 30 : 4 : 1 การศึกษาพบว่า ค่าเฉลี่ย POS เท่ากับ 4.3 ซึ่งดูเหมือนน้อย แต่บริษัท โอสถสภา ( เต๊กเฮงหยู) จำกัด ซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็นนิติบุคคลที่มีรายได้สูงสุด 30 อันดับแรกของกลุ่มผู้ขายสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัทฯมีค่า POS เพียง 5 เท่านั้น มีนิติบุคคลร้อยละ 26.2 ที่มีค่า POS มากกว่า 5 และในจำนวนนี้เป็นกลุ่มนิติบุคคลขนาดใหญ่ถึงร้อยละ 54.9]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ดวงทิพย์ หงษ์สมุทร]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2542]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8914">
    <dcterms:title><![CDATA[โครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อการปฏิรูประบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ : กรณีศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[สาธารณสุข--การบริหาร]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบบริการสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบบริการสุขภาพ--การปฏิรูป]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ขนิษฐา นันทบุตร และคณะ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:contributor><![CDATA[2546]]></dcterms:contributor>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8911">
    <dcterms:title><![CDATA[การประเมินนโยบายและแผนงานด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Health policy evaluation for the elderly persons]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงอายุ--สุขภาพและอนามัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การประเมินนโยบายและแผนงานด้านสุขภาพของผู้สูงอายุกระทรวงสาธารณสุข	ปัญหาของนโยบายด้านสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย คือ การขาดความชัดเจนว่าจะตอบสนองและครอบคุลุมต่อความต้องการของผู้สูงอายุมากน้อยเท่าไร นโยบายสุขภาพในประเทศไทยส่วนใหญ่ให้สัญญาต่อปริมาณหรือความครอบคลุมมากกว่าคุณภาพ นโยบายสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุในการศึกษาครั้งนี้ได้รับการทบทวนจากเอกสารรายงานที่เป็นทางการ ร่วมกับสัมภาษณ์และสังเกตกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งผู้ตัดสินนโยบายทั้งผู้บริหารในระดับจังหวัดและอำเภอ และเจ้าหน้าที่สุขภาพที่ระดับชุมชน ผู้ให้ข้อมูลเหล่านี้ถูกคัดเลือกด้วยกระบวนการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบหลายชั้น	นโยบายสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุปัจจุบันตั้งเป้าหมายการครอบคลุมที่ 70% หรือมากกว่าเพื่อให้มีพฤติกรรมการดูแลด้วยตนเอง นโยบายประกอบด้วย แผนบริการสุขภาพ แผนการส่งเสริมสุขภาพ แผนการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ และแผนประกันสุขภาพ จากการศึกษาพบว่าปัญหาของการปฏิบัติตามนโยบาย คือ ขาดระบบสนับสนุน เช่น ระบบงบประมาณ ระบบสร้างแรงจูงใจให้แก่เจ้าหน้าที่อนามัย ระบบการวางแผนบนพื้นฐานของการใช้ข้อมูล ขณะที่การประเมินนโยบายยังเน้นที่การประเมินการครอบคลุมมากกว่าคุณภาพของการปฏิบัตินโยบาย ส่วนการส่งเสริมยังขาดการเน้นที่ระดับชุมชน และยังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงงานบริการ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[พีรสิทธิ์  คำนวณศิลป์...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2542]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8910">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานผลการวิจัย เรื่อง การแก้ปัญหาการใช้สารเคมีในการเกษตรในอำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Solutions for chemical use in agriculture Ban Hong District Lamphun provice]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[สารเคมีทางการเกษตร]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2542]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8909">
    <dcterms:title><![CDATA[แนวทางการใช้ยารักษาโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Guideline for the pharmacotherapy of treatment-resistant schizophrenia]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้ป่วยจิตเภท--การรักษา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[แนวทางการใช้ยารักษาโรคจิตเภทที่สนองต่อการรักษาโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาเป็นปัญหาที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคจิตเภทปัญหานี้ก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างมากต่อสังคม เนื่องจากจนถึงปัจจุบันยังไม่แนวทางการรักษาโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองคณะทำงานเพื่อพัฒนาแนวทางการรักษาโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาจึงเสนอที่จะพัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติทางคลินิกที่อิงหลักฐานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยารักษาโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาคณะทำงานเพื่อพัฒนาแนวทางรักษาฯประกอบด้วยจิตแพทย์ 11 ท่าน, นักจิตวิทยา 1 ท่าน และเภสัชกร 1 ท่าน คณะทำงานได้ทำการค้นหาบทความใน MEDLINE เพื่อหาบทความที่เกี่ยวข้องซึ่งตีพิมพ์ในช่วงปี ค.ศ.1966-1998 หลักฐานทางวิชาการจาก 163 บทความได้ถูกสกัดและจัดลำดับโดยอาศัยระบบที่ปรับปรุงจากระบบที่ใช้โดย Agency for Health Care Policy and Research(AHCPR) ความหนักแน่นของคำแนะนำได้ถูกแบ่งออกเป็น A, B และC ผลการศึกษาพบว่าสำหรับผู้ป่วยโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อยารักษาโรคจิตดั้งเดิม แพทย์ควรเปลี่ยนยารักษาโรคจิตชนิดดั้งเดิมตัวแรกเป็นยารักษาโรคจิตชนิดดั้งเดิมตัวที่สองซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ต่างไปจากยาตัวแรก(A)ผู้ป่วยโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาที่เหมาะสมด้วยยารักษาโรคจิตเภทอย่างน้อยสองตัว ควรได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาซึ่งกำลังได้รับยารักษาโรคจิตในขนาดสูง (อย่างน้อย 50 mg/วันของยา haloperidol หรือเทียบเท่า) แพทย์ควรใช้วิธีลดขนาดยาลง(B)สำหรับผู้ป่วยโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาที่กำลังได้รับยารักษาโรคจิตในขนาดปกติแพทย์ควรคำนึงถึงการให้ยา clozapine ก่อนเป็นอันดับแรก(A) และหากผู้ป่วยไม่ตอบสนองกับยา clozapine แพทย์ควรเพิ่มยารักษาโรคจิตชนิดดั้งเดิมหนึ่งตัว โดยเฉพาะยา sulpiride(A) และยา loxapine(B) ยา risperidone เป็นยาที่ควรคำนึงถึงในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาซึ่งปฏิเสธการตรวจเลือดอย่างสม่ำเสมอหรือมีข้อห้ามใช้ยา clozapine (A) แม้ว่ายังไม่มีหลักฐานสนับสนุนการใช้ยา olanzapine (หรือยารักษาโรคจิตชนิดผิดพวกตัวอื่นที่จะมีใช้ในอนาคต)ในผู้ป่วยโรคจิตเภทที่ไม่ตอบสนองต่อทั้งยารักษาโรคจิตชนิดดั้งเดิมและยา risperidone การให้ยา olanzapine(หรือยารักษาโรคจิตชนิดผิดพวกตัวอื่นที่จะมีใช้ในอนาคต) ก็อาจนำมาทดลองใช้ได้หากผู้ป่วยดังกล่าวปฏิเสธการใช้ยา clozapine(C)]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[จำลอง  ดิษวณิช]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[มานิต  ศรีสุรภานนท์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2542]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8908">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการวิจัย เรื่อง สถานภาพและบทบาทการดำเนินการส่งเสริมสุขภาพภาคเอกชนในประเทศไทย]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Status and role of non-governmental organization on health promotion in Thailand]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[การส่งเสริมสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[สถานภาพและบทบาทการดำเนินการส่งเสริมสุขภาพภาคเอกชนในประเทศไทย	การศึกษาเรื่องสถานภาพและบทบาทการส่งเสริมสุขภาพองค์กรภาคเอกชน วิเคราะห์และเสนอแนะเชิงนโยบายในการสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพในองค์กรภาคเอกชน วิธีการศึกษาโดยแบบสอบถามจากผู้รับผิดชอบองค์กรจำนวน 513 องค์กร และแบบสัมภาษณ์ ผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน และศึกษาองค์กรในรูปกรณีศึกษา จำนวน 15 แห่ง	ผลการศึกษาพบว่าองค์กรที่ศึกษาส่วนใหญ่ก่อตั้ง เพื่อการรวมตัวกันการดำเนินกิจกรรมกลุ่มของสมาชิกและสาธารณสุขกุศลวัตถุประสงค์ขององค์กรเป็นไปเพื่อการทำงานด้านกิจกรรมสุขภาพกลุ่มเป้าหมาย ส่วนใหญ่เป็นคนชรา กิจกรรมหลักขององค์กรเน้นที่การส่งเสริมด้านวิชาการและการบริหาร องค์กรที่กิจกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพส่วนใหญ่เป็นการส่งเสริมสุขภาพระดับบุคคลหรือกล่มผู้สนใจเฉพาะ แต่การส่งเสริมสุขภาพระดับชุมชนหรือกิจกรรมระดับสังคมยังมีน้อยส่วนการสนับสนุนองค์กรภาคเอกชน ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภายนอก องค์กรที่ได้รับการสนับสนุนได้มาจากภาครัฐเป็นหลัก แถ้าพิจารณายอดเงิน องค์กรระหว่างประเทศให้การสนับสนุนเป็นยอดเงินที่สูงกว่า บทบาทการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพภาคเอกชน พบว่าผู้รับผิดชอบองค์กรมีความรู้ ด้านกาารส่งเสริมสุขภาพแนวใหม่อยู่ในเกณฑ์ดี ความรู้ที่ดีได้แก่ การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี มีผลต่อการมีสุขภาพองค์กรควรมีส่วนช่วย ชี้แนะทางสุขภาพ การส่งเสริมสุขภาพจะให้คนดูแลตนเองได้ การส่งเสริมอนามัยเป็นของงานที่ร่วมกันของรัฐและเอกชน คนทุกคนมีส่วนช่วยให้มีสุขภาพดี ส่วนที่ต้องส่งเสริมให้มากขึ้นคือ การระดมทรัพยากรเกื่ยวกับการดูแลสุขภาพคนในชุมชน โดยภาพรวมศักยภาพขององค์กรในการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมสุขภาพมีศักยภาพที่ส่งเสริมการสนับสนุนการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพในระดับน้อย แม้องค์กรเอกชนมีองค์ประกอบที่ถือได้ว่า เป็นจุดแข็งคือความคิดเห็นที่ว่าองค์กรมีจุดมุ่งหมายให้ชุมชนเข้มแข็ง จัดกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ขององค์กรได้ มีการติดตามผล ผู้ปฏิบัตงานมีความรู้เข้าใจบทบาทหน้าที่แม้ว่าจะมีส่วนที่ต้องส่งเสริมได้แก่ความสามารถควบคุมปัจจัยด้านสุขภาพได้อย่างมีคุณภาพ	การจัดหาบุคคลากรให้เพียงพอ การบริการ การจัดการ และการสร้างเครือข่ายในการทำงาน การดำเนินกิจกรรมขององค์กร มีกิจกรรมเด่น ด้านการรวมตัวกัน เพื่อจัดกิจกรรมชุมชน การสนับสนุนให้คนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ และกิจกรรมที่มีการปฏิบัติน้อย คือ ด้านส่งเสริมด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ การวิจัยประเมินผลด้านสุขภาพ การจัดทำแผนงานที่เหมาะสม การรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชน บทบาทการส่งเสริมสุขภาพภาคเอกชน ในระดับบุคคล มีจุดเด่นในด้านการสนับสนุนให้คนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ การสนับสนุนให้คนเกิดการดูแลด้านสุขภาพ การพิทักษ์สิทธิประโยชน์ทางสุขภาพ และถ่ายทอดความรู้สึกด้านสุขภาพได้ ส่วนจุดอ่อนอยู่ที่การสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้น โดยระดับชุมชนจะมีการดำเนินงานในระดับปานกลางและจุดอ่อนจะอยู่ที่บทบาทด้านการส่งเสริม อนุรักษ์ธรรมชาติ บทบาทในเชิงวิชาการ เช่น การวิจัยประเมินผล การจัดทำแผน และข้อมูลทางสุขภาพ แนวโน้มการดำเนินกิจกรรมด้านส่งเสริมสุขภาพขององค์กร การดำเนินการส่งเสริมสุขภาพอนาคตส่วนใหญ่ตั้งใจจะเน้นเรื่อง การให้ความรู้ด้านสุขภาพ การดูแลสุขภาพ บริการตรวจ การให้คำแนะนำ การเยี่ยมเยียนผู้ป่วยในชุมชน โดยกิจกรรมการดำเนินงานยังจะเน้นบทบาทการทำงานในระดับบุคคลมากกว่าเน้นที่ชุมชน องค์กรภาคเอกชนต้องการสนับสนุนเพื่อให้องค์กรมีความเข้มแข็ง มีการพัฒนาให้มากยิ่งขึ้น โดยการสนับสนุนด้านทรัพยากร วิชาการ การสร้างเครือข่ายการทำงาน และการได้รับการยอมรับจากสังคม]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ยุพา  วงศ์ไชย...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2541]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8907">
    <dcterms:title><![CDATA[เอกสารสรุปผลการดำเนินงานโครงการประชุมวิชาการ<br />
เรื่อง “วิวัฒน์ของระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ:สมดุลสร้างกับซ่อมสุขภาพ”]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[สาธารณสุข<br />
บริการทางการแพทย์]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[พุทธศักราช 2548]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8906">
    <dcterms:title><![CDATA[ถอดบทเรียนการพัฒนาระบบบริการแพทย์แผนไทยจังหวัดสุราษฎร์ธานี]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การแพทย์แผนไทย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สัมฤทธิ์ ศรีธำรงสวัสดิ์, นพคุณ ธรรมธัอารี, ณัฐธิดา สุขเรืองรอง และสุธีรดา ฉิมน้อย]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/8905">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือการดำเนินงานโครงการโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การใช้ยา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[คณะอนุกรรมการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
