<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9349">
    <dcterms:title><![CDATA[QR Code บนซองยาที่จังหวัดสิงห์บุรี]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ยา--การบรรจุหีบห่อ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[MP4]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9348">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการศึกษาสภาวะสุขภาพและแนวโน้มของประชากรสูงอายุ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงอายุ-- สุขภาพและอนามัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอสภาวะสุขภาพและแนวโน้มประชากรสูงอายุไทยและแสดงภาพลักษณ์ของประชากรสูงอายุในอีก 10 ปีข้างหน้า เพื่อประกอบการเสนอแนะระบบสวัสดิการและบริการที่เหมาะสมในช่วงเวลาดังกล่าว วีธีการศึกษาส่วนแรกเป็นการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องครอบคลุมการศึกษาเกี่ยวกับผู้สูงอายุในมิติสถานะสุขภาพ และการสังเคราะห์ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญถึงภาพลักษณ์ของประชากรสูงอายุไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า ผลการศึกษาพบว่า การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุ ส่วนใหญ่จะอยู่ช่วง 60-70 ปี หลังจากนั้นจะลดลงอย่างรวดเร็วทั้งสองเพศและเหลือน้อยที่สุดในกลุ่มอายุสูงสุด การเปลี่ยนแปลงในองค์ประกอบที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของประชากรสูงอายุในอนาคต 10-20 ปีข้างหน้า พบว่าด้านสถานภาพสมรส มากกว่าร้อยละ 90 เคยสมรสมาแล้ว ร้อยละ 2 ที่ยังโสด โดยผู้หญิงครองความเป็นโสดมากกว่าชาย ด้านการศึกษาปัจจุบันมีผู้สูงอายุร้อยละ 30 ที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้และเป็นหญิงมากกว่าชาย ในอนาคตมีแนวโน้มมีระดับการศึกษาสูงขึ้น ด้านจำนวนบุตรจะลดลงเพื่อเพิ่มคุณภาพบุตรให้มากขึ้น ด้านการย้ายถิ่นในผู้สูงอายุจะมีน้อยกว่าผู้ที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว เป้าหมายหลักของการพัฒนาสุขภาพประชากรคือ การมีชีวิตยืนยาว แม้จะมีโรคเรื้อรังหรือพิการก็ควรมีชีวิตอย่างอิสระและเสียชีวิตเมื่ออายุคาดเฉลี่ย (ประมาณ 85 ปี) ภาวะสุขภาพของประชากรสูงอายุประกอบไปด้วย การประเมินสุขภาพตนเอง การเกิดโรคเฉียบพลันและอุบัตเหตุ โรคเรื้อรัง สภาพจิตผิดปกติ การตาย ผู้สูงอายุเกิน 75 ปี ที่เสียชีวิตด้วยภาวะชราภาพ อายุคาดหวังทางสุขภาพของประชากรสูงอายุ อายุคาดหวังที่ยังดูแลตนเอง (ALE) จะสูงกว่าอายุคาดหวังที่ปราศจากภาวะทุพพลภาพระยะยาว (LDFLE)พฤติกรรมสุขภาพ ในเรื่องอาหารและโภชนาการ การบริโภคอาหารที่เหมาะสมคือวันละ 3 มื้อและได้สารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ และให้มีอาหารหลากหลายประมาณ 30 ชนิดต่อวัน การพักผ่อน ผู้สูงอายุจะต้องการพักผ่อนมากขึ้น โดยจะนอนหลับ 5-8 ชั่วโมง การออกกำลังกาย ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันร้อยละ 40.3 ในชนบทออกกำลังกายมากกว่าในเมือง หรือมีกิจกรรมเดินเล่นเป็นประจำ	8) สภาพแวดล้อมทางกายภาพ ที่อยู่อาศัยจะเป็นสถานที่ที่ผู้สุงอายุดำเนินชีวิตเป็นส่วนใหญ่ แบบของบ้านจะไม่แตกต่างกันมากระหว่างกลุ่มคนที่มีอายุหรือเพศต่างกัน แต่มีความแตกต่างกันระหว่างเมืองและชนบทคือผู้สูงอายุในชนบทส่วนใหญ่อยู่ในเพิงพักชั่วคราว กระท่อมและบ้านไทยยกพื้น ในเมืองมักอาศัยในบ้านตึกแถว9) สภาพแวดล้อมทางสังคม ผู้สูงอายุร้อยละ 98 อาศัยอยู่กับครอบครัว ร้อยละ 71 อยู่บ้านเดียวกับบุตร ร้อยละ 4 อยู่ลำพังคนเดียวที่เหลืออยู่กับคู่สมรสหรือญาติพี่น้องอื่นๆ การเยี่ยมเยียนจากบุตร/หลาน/พี่น้องหรือญาติที่แม้ไม่ได้อยู่ด้วยกันมีสัดส่วนสูง เกี่ยวกับนโยบายและสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุเห็นว่า บริการด้านสังคมและสุขภาพที่รัฐจัดสรรให้ที่ผ่านมายังไม่สามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานและไม่ครอบคลุมกลุ่มอายุในพื้นที่ต่างๆอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[เยาวรัตน์  ปรปักษ์ขาม]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุพัตรา  อติโพธิ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2543]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9347">
    <dcterms:title><![CDATA[โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล<br />
Research Project in Development of Rational Drug Use Hospital<br />
กันยายน 2560]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ยา -- การควบคุมการปลดปล่อย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9346">
    <dcterms:title><![CDATA[สุดยอดเครือข่ายนันทนาการ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[นันทนาการ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สำนักนันทนาการ กรมพลศึกษา]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักนันทนาการ กรมพลศึกษา]]></dcterms:source>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9345">
    <dcterms:title><![CDATA[การสังเคราะห์การวิจัยและพัฒนาเครื่องมือและกลไกการทำงานชุมชนในระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[The idea of setting up prectical primary care system Researcher]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบบริการสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[บริการสุขภาพ, วิจัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สาธารณสุขมูลฐาน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การบริการสาธารณสุข]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[จากรูปแบบและแนวคิดที่นำสู่การพัฒนารูปธรรมการจัดและให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ ที่เป็น ไปได้จริง ตามการปรับเปลี่ยนด้านนโยบายสุขภาพและแนวคิดเกี่ยวกับสุขภาพในแง่ของโครงสร้าง-กลไก-เครื่องมือ-วิธีการทำงาน กระบวนการพัฒนาผู้ให้บริการและผู้ที่เกี่ยวข้อง ที่อยู่บนฐานของการพัฒนาและเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นระบบจากสถานการณ์จริงในบริบทสังคมวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ การปรับเปลี่ยนด้านนโยบายสุขภาพ และ การปฏิรูประบบสุขภาพ ทั้งนักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงานทั้งในระดับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ประชาชน ชี้ให้เห็นกระบวนการในการพัฒนาคน เครื่องมือการทำงาน วิธีการทำงาน และผลกระทบจากการพัฒนาจากบทเรียนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นบทบาทและหน้าที่ของพยาบาลวิชาชีพในการให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ ดังนี้ (1) ผู้จัดการสุขภาพองค์รวม (2) ผู้ให้บริการสุขภาพ (3) ผู้นิเทศและติดตาม (4) พยาบาลชุมชน โดยมีบทบาทหน้าที่ในการให้การดูแลในทุกมิติของประชาชน จัดตั้งเครือข่ายการดูแลสุขภาพ ให้การดูแลต่อเนื่อง ให้การดูแลครอบครัว และ ป้องกันและส่งเสริมอนามัย]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ขนิษฐา นันทบุตร...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2547]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9344">
    <dcterms:title><![CDATA[ความรู้ ความคิดเห็น และการปฏิบัติในการป้องกันโรคปอดฝุ่นหิน ของผู้ประกอบการหินทราย ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา<br />
Knowledge, opinions and practices rock dust to prevent lung disease of a sandstone Ladbuakhao Nakhon Ratchasima province]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรคปอดฝุ่นหิน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ชัยณรงค์ ตั้งอำพรทิพย์ ลาวรรณ ตั้งอำพรทิพย์ และศิรินทร์ ตั้งอำพรทิพย์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักงานสาธารณสุขอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:rights><![CDATA[กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก]]></dcterms:rights>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9343">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือการให้บริการศูนย์บริการประชาชน (Call Center)]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ<br />
บริการสารสนเทศ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ กรมพลศึกษา]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ กรมพลศึกษา]]></dcterms:source>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9342">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานโครงการวิจัย เรื่อง การปฏิรูประบบสุขภาพ : กรณีศึกษาประเทศไต้หวัน]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Health systems reform in Taiwan]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[การปฏิรูประบบบริการสาธารณสุข<br />
]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สุขภาพ-- การปฏิรูป<br />
]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[การปฏิรูประบบสุขภาพ: กรณีศึกษาประเทศไต้หวันการศึกษานี้ทำขึ้นเพื่อนำเสนอพัฒนาการของระบบสุขภาพของไต้หวัน ทั้งในส่วนปัญหา และวิธีการแก้ไขโดยเฉพาะประเด็นการปฏิรูประบบสุขภาพ เพื่อใช้เป็นบทเรียนประกอบการพัฒนาระบบสุขภาพของไทย โดยศึกษาจากเอกสารเป็นหลักแล้วนำเสนอและวิเคราะห์ตามแนวทางการศึกษาเชิงคุณภาพ ไต้หวันประสบความสำเร็จอย่างสูงในการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ดัชนีทางสุขภาพต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ที่ใกล้เคียงกับประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมวัฒนธรรมจากการพัฒนาประเทศ ได้ส่งผลให้เกิดปัญหาทางสุขภาพตามมา จนทำให้รัฐบาลต้องปฏิรูประบบสุขภาพของประเทศ โดยดำเนินการ 4 ด้านหลัก คือ 1) ปรับปรุงระบบเครือข่ายบริการทางการแพทย์ เพื่อการประสานการให้บริการครอบคลุมมากขึ้น 2) สร้างระบบประกันสุขภาพแห่งชาติที่ครอบคลุมประชากรทั่วประเทศ โดยรวมระบบประกันสุขภาพที่มีอยู่เดิมเข้าด้วยกันแล้วขยายให้ครอบประชากรทั้งหมด ในเดือนเมษายน 1999 ครอบคลุมประชากรได้ถึงร้อยละ 96.06 บริหารการเงินแบบ fee-for-service ร่วมกับ co-payment 3) โครงการสร้างเครือข่ายฐานข้อมูลให้สถานบริการในพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้ และ 4) โครงการผลิตแพทย์ประจำครอบครัว ที่จะช่วยให้แพทย์ปฏิบัติงานในชุมชนและบริการฉุกเฉินได้ดีขึ้น การดำเนินงานที่ผ่านมาถือว่าประสบผลสำเร็จพอควร ปัญหาที่เป็นผลต่อเนื่องจากโครงการดังกล่าวคือประชาชนใช้บริการทางสุขภาพเพิ่มขึ้นมาก จนค่าใช้จ่ายรวมสูงกว่าเบี้ยประกันที่เก็บได้ ทำให้ต้องพยายามหามาตรการทางการเงินรวมทั้งออกกฎเกณฑ์ในการเข้ารับบริการในสถานพยาบาลให้เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งได้กลายเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงบริการของกลุ่มคนที่จำเป็นต้องใช้บริการด้วย บทเรียนของไต้หวันเมื่อนำมาใช้กับไทยคงต้องพิจารณาความเหมือนและความต่างของประเทศทั้ง 2 ด้วย โดยเฉพาะฐานะทางเศรษฐกิจและความเข้มแข็งทางการเมืองที่ไทยแตกต่างจากไต้หวันมาก แนวทางการปฏิรูประบบสุขภาพที่ไต้หวันดำเนินการต้องใช้งบประมาณสูงมาก ยังคงเน้นที่การปฏิรูประบบบริการสาธารณสุขเป็นหลัก และยังคงมีปัญหาด้านพฤติกรรมของประชาชนที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อเนื่องอย่างไม่มีที่สิ้นสุด การปฏิรูประบบสุขภาพของไต้หวันอาจต้องถูกตั้งคำถามว่าจะแก้ปัญหาที่แท้จริงด้านสุขภาพได้เพียงใด ตามแนวทางนี้ธุรกิจยา เทคโนโลยีทางการแพทย์ และธุรกิจบริการสุขภาพอาจเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากกว่าประชาชน การเตรียมการเพื่อปฏิรูประบบสุขภาพในประเทศไทย นอกจากใช้บทเรียนจากการปฏิรูปของต่างประเทศแล้ว อาจต้องค้นหาวิธีการอื่นและมุมมองอื่นที่มาจากพื้นฐานของสังคมวัฒนธรรมไทยประกอบด้วย]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[วิชิต เปานิล]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2543]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9341">
    <dcterms:title><![CDATA[การเข้าถึง เข้าใจ ประเมิน และใช้ข้อมูลข่าวสารสุขภาพเพื่อการดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่แพร่มาจากต่างประเทศของประชาชนในเขตเมือง]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรค -- การป้องกันและควบคุม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[พนม คลี่ฉายา]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[หอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9340">
    <dcterms:title><![CDATA[คู่มือปฏิบัติงาน งานบริการศูนย์ฝึกกีฬาเทควันโด ปี 2552]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[เทควันโด<br />
ศูนย์ฝึกกีฬาเทควันโด]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ กรมพลศึกษา]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ กรมพลศึกษา]]></dcterms:source>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
