<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9580">
    <dcterms:title><![CDATA[ผลการวิจัยเรื่อง บทบาทที่เหมาะสมของกระทรวงสาธารณสุขภายใต้การกระจายอำนาจด้านสาธารณสุข]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[วินัย ลีสมิทธิ์  และสมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9579">
    <dcterms:title><![CDATA[กงล้อที่เคลื่อนไป 1 รอบปี (กันยายน 2552-สิงหาคม 2553) :จากสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นว่าด้วยการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก สู่มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่2 มติ7]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[การแพทย์แผนไทย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:description><![CDATA[ดารณี อ่อนชมจันทร์<br />
]]></dcterms:description>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันสุขภาพวิถีไทยภายใต้สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:source>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9578">
    <dcterms:title><![CDATA[การพัฒนารูปแบบการจัดบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิในชุมชน: กรณีศึกษาชุมชนภาคกลาง]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[สุขภาพ--การดูแลและสุขวิทยา<br />
]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9577">
    <dcterms:title><![CDATA[แบบแผนและความหมายแห่งองค์รวม]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Patterns and meanings of holism]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบบริการสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[กฎหมายสาธารณสุข]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[“แบบแผนและความหมายแห่งองค์รวม” นี้ เป็นผลมาจากงานวิจัยเรื่อง “องค์รวม” อันเป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการสังเคราะห์ความรู้: สังคมไทยในกระแสการปฏิรูป” งานวิจัยชิ้นนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำความเข้าใจและนำเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับองค์รวม (holism) ซึ่งเป็นแนวคิดที่มีการกล่าวถึงอยู่มากในกระแสปฏิรูปสังคมไทยปัจจุบัน โดยอาศัยแนวความคิดและทฤษฎีต่อไปนี้:- อธิสาร (metamessage) ประเภทของตรรกะ (logical type) และนิเวศวิทยาแห่งจิต (ecology of mind) ของ เกรเกอรี เบทสัน, จุดรวมเชิงจินตนาการ (focus imaginarius) หรือเอกภาพสมมติ (projected unity) ของ อิมมานูเอล ค้านท์, การสร้างนามธรรม (abstraction) อัตลักษณ์ (identity) และฉากหลัง (background) ของ อัลเฟรด นอร์ธ ไวท์เฮด, บทวิพากษ์การลดทอนแยกส่วนอย่างแรงกล้า (strong reductionism) ของ สตีเฟน รอธแมน, กระบวนการสร้างวัตถุวิสัย (objectvation) ของ เออร์วิน ชเรอดิงเจอร์, อเทศภาวะ (non-locality) และปฏิสัมพันธ์ (interrelationship) ของ ควอนตัมฟิสิกส์, ระเบียบแฝงตัว (implicate order) ระเบียบเผยตัว (explicate order) และ ความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันของกายและสัญการณ์ (soma-significance interrelationship) ของ เดวิด โบห์ม, และสังกาลภาพ (synchronicity) ของ คาร์ล จุง, รวมทั้งการอภิปรายเนื้อหาที่เกี่ยวข้องจาก มิลินทปัญหา และงานเขียนชิ้นสำคัญ เช่น งานของ เรอเน เดส์คาร์ตส์ (Rene Descartes),ไอแซค นิวตัน (Isaac Newton) และ มาร์ติน ไฮเดกเกอร์ (Martin Heidegger) เป็นต้นจากการศึกษา วิเคราะห์และประมวลแนวความคิดต่าง ๆ งานวิจัยชิ้นนี้มีข้อสรุปว่า องค์รวมคือ “แบบแผนเชื่อมโยงองค์ประกอบต่างๆ อย่างมีความหมาย ในบริบทหนึ่งๆ”องค์รวมเป็นประเด็นเกี่ยวกับกระบวนการทำงานของความคิดมนุษย์ ซึ่งจำต้องอาศัยแบบแผนเชื่อมโยงดังกล่าว ดังนั้น องค์รวมกับองค์ประกอบจึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจแยกจากกันได้ และสิ่งที่ทำให้ทั้งหมด “โยงถึงกัน” ได้ในลักษณะหนึ่ง ก็คือแบบแผนที่อิงอาศัยความหมายอย่างใดอย่างหนึ่งการแยกส่วน (fragmentation) กับการลดทอน (reduction) ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และเมื่อพิจารณาแนวความคิดหลายประการที่มักถือกันว่าเป็น แนวทางลดทอนแยกส่วน (reductionism) อย่างจริงจังแล้วจะพบว่า แท้ที่จริงก็มีองค์รวมและความหมายเป็นพื้นฐานอยู่แนวคิดเกี่ยวกับองค์รวมมีความสอดคล้องกันในประเด็นเรื่อง การให้ความสำคัญต่อความหมายและบริบท และพยายามนำเอาประเด็นเรื่องความหมายในบริบทต่าง ๆ กลับเข้ามาสู่การสร้างองค์ความรู้ประเด็นหลักขององค์รวมจึงอยู่ที่ การตระหนัก (awareness) ในองค์รวมซึ่งเป็นพื้นฐานแนวทางการสร้างความรู้ในปัจจุบัน และควรเน้น “ความหมาย” หรือ คุณค่า” อันเป็นตัวกำหนดหน่วยภาวะรวม องค์ประกอบ และบริบทของการแสวงหาความรู้ ประเด็นดังกล่าวนี้อาจเรียกได้ว่า “อธิวิธีวิทยา” (meta-methodology) ซึ่งหมายถึง การตระหนักรู้และเลือกใช้ความหมาย (meaning) แบบหนึ่ง กำหนดนิยามหน่วยภาวะทั้งหมด (whole entity) องค์ประกอบ (parts) บริบท (context) และสร้างแบบแผนเชื่อมโยง (connecting pattern) ของสิ่งที่กล่าวถึงหรือสังเกตศึกษา รวมทั้งการทำความเข้าใจหรือถกเถียงเกี่ยวกับความหมายที่นำมาใช้]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[วีระ สมบูรณ์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2547]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9576">
    <dcterms:title><![CDATA[อนาคตระบบควบคุมกำกับระบบยา/ระบบเภสัชกรรม]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[เภสัชกรรม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9575">
    <dcterms:title><![CDATA[การศึกษากฎหมายว่าด้วยยาจากสมุนไพรตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 2 มติ 7 ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ยาสมุนไพร]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันสุขภาพวิถีไทย ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันสุขภาพวิถีไทย ]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9574">
    <dcterms:title><![CDATA[รูปแบบการจัดและให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิในชุมชน กรุงเทพมหานคร]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[สุขภาพ--การดูแลและสุขวิทยา<br />
]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9573">
    <dcterms:title><![CDATA[ขั้นตอนการปฏิบัติงานในระบบการประสานงานส่งต่อและรับผู้ป่วยระหว่างสถานีอนามัยกับโรงพยาบาลในอำเภอบางซ้าย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[สุขภาพ--การดูแลและสุขวิทยา<br />
]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9572">
    <dcterms:title><![CDATA[สิทธิในสุขภาพ : จากเสรีนิยม สู่ชุมชนนิยม ?]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Right to health : From liberalism to communitarianism?]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[กฎหมายสาธารณสุข]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สิทธิมนุษยชน]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[สิทธิในสุขภาพ : จากเสรีนิยม สู่ชุมชนนิยม ? มีเป้าหมายที่การพิเคราะห์สาระของสิทธิมนุษยชนในแนวคิดทฤษฎีเสรีนิยมและชุมชนนิยม การศึกษาพยายามพิจารณาว่าจากสมมุติฐานที่มาที่แตกต่างกัน คือในขณะที่เสรีนิยมเน้นเสรีภาพของปัจเจกและความเท่าเทียม ชุมชนนิยม ยืนยันสิทธิของกลุ่มและชุมชนในที่สุดทั้งสองแนวคิดบรรจบกันหรือไม่ และสิทธิในสุขภาพ ถูกจัดวางอย่างไรในข้อถกเถียงในเชิงทฤษฎีระหว่างเสรีนิยมกับชุมชนนิยม แนวคิดทั้งสองส่วนถูกนำมาใช้อย่างไรในกระบวนการปฏิรูประบบสุขภาพในประเทศไทยอาจกล่าวได้ว่าแนวคิดและระบบสิทธิมนุษยชนที่เข้าใจและยอมรับรับรองกันแพร่หลายในปัจจุบัน ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดปรัชญาการเมืองตะวันตก โดยพื้นฐานที่ว่าโดยกฏธรรมชาติ(วิสัย)มนุษย์มีเหตุผล และมีสิทธิเพียงเพราะเขาเป็นมนุษย์คนหนื่ง ในแนวคิดเสรีนิยม เพื่อค้ำประกันสิทธิในชีวิต เสรีภาพ และทรัพย์สิน อันเป็นสิทธิที่ติดตัวมาของมนุษย์ รัฐต้องไม่เข้าไปแทรกแซง ในแนวคิดนี้ สิทธิของปัจเจก โดยเฉพาะสิทธิทางการเมือง สิทธิพลเมืองต้องได้รับการเคารพโดยรัฐ สิทธินี้เรียกว่าสิทธิเชิงลบ อย่างไรก็ตาม นักคิดเสรีนิยมกลุ่มหนึ่งมองว่า เสรีภาพเพียงอย่างเดียว ก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียม การบรรลุความเป็นอิสระของปัจเจกไม่ใช่การจำกัดบทบาทของรัฐ แต่รัฐต้องจัดหาและประกันสิทธิบางประการให้แก่ปัจเจกเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม สิทธินี้ เรียกว่าสิทธิเชิงบวก หรือสิทธิสวัสดิการ ซึ่งหมายรวมถึงสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ดังนั้น ปัจเจกจะบรรลุถึงสิทธิทั้งหลายได้ก็ต้องมีทั้งเสรีภาพและการสนองความต้องการพื้นฐาน สิทธิทั้งสองประเภท จึงมิอาจแบ่งแยกได้หากในแนวคิดเสรีนิยม มีเพียงปัจเจกที่มีฐานะเป็นผู้ทรงสิทธิ นักคิดค่ายชุมชนนิยมมองว่า ชุมชน/กลุ่ม เป็นผู้ทรงสิทธิได้เช่นกันและสิทธินั้นมีหลายประการ ชุมชน/สังคม อาจเป็น “บุคคล” ได้โดยตัวมันเอง สามารถมีความสัมพันธ์และกระทำการได้ การยืนยันสิทธิของปัจเจกเป็นเรื่องที่ทำได้แต่ต้องไม่แปลกแยกจากสิทธิของชุมชนกล่าวสำหรับสิทธิในสุขภาพ ซึ่งเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองทั้งโดยกฎหมายและศีลธรรม ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน และโดยทั่วไปเป็นสิทธิของปัจเจก เป็นสิทธิในอธิปไตยเหนือชีวิต ร่างกาย และสิทธิที่จะบรรลุความเป็นอยู่ที่ดี สิทธิในสุขภาพจึงเกี่ยวโยงกับสิทธิในแนวคิดเสรีนิยมทั้งสองประเภทเป็นอย่างสูง อย่างไรก็ตาม การสร้างเงื่อนใขอันจำเป็นเพื่อให้ปัจเจกบรรลุถึงสิทธิในสุขภาพอย่างสมบูรณ์ได้ สิทธิของชุมชน ต้องได้รับการเคารพปกป้อง ในประเทศไทย การแพทย์สมัยใหม่เปิดโอกาสให้รัฐเข้ามาควบคุมชีวิตทั้งของปัจเจกและชุมชน ซึ่งนั่นหมายถึง สิทธิในสุขภาพถูกกำกับโดยรัฐ ความพยายามในการปฏิรูประบบสุขภาพซึ่งโดยทั่วไปอิงอยู่กับสิทธิในแนวคิดเสรีนิยม และบูรณาการเข้ากับสิทธิของชุมชน จำต้องจัดความสัมพันธ์ระหว่างปัจเจก สังคม/ชุมชน และรัฐ ใหม่ รัฐต้องส่งเสริมสิทธิทั้งสองประเภทของทั้งปัจเจกและชุมชน โดยเฉพาะ สิทธิในการมีส่วนร่วมตัดสินใจในส่วนที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิในสุขภาพ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ศรีประภา เพชรมีศรี]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2548]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9571">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการวิจัยฉบับสมบรูณ์ กระบวนการมีส่วนร่วมของครอบครัวในการเกื้อหนุนด้านการใช้ยาของผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงอายุ -- การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ชไมพร กาญจนกิจสกุล]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
