<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9650">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานฉบับสมบรูณ์ ต้นทุน-ประสิทธิผลของการให้บริการยาละลายลิ่มเลือดในโรงพยาบาลชุมชน]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ยา -- การเอื้อประโยชน์ในร่างกาย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุรศักดิ์ เสาแก้ว และปิยะ หาญวรวงศ์ชัย]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9649">
    <dcterms:title><![CDATA[อนาคตระบบยาของคนไทยในระบบสุขภาพแห่งชาติในอีก 10 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2546-2555)]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Future Thai drug system under the National Health System in the next decade (2003-2012)]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[การปฏิรูประบบสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบประกันสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ยา--การบริหาร--กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาพอนาคตระบบยา โดยการใช้กระบวนการคาดการณ์อนาคต (Foresight) รวมถึงการนำเสนอยุทธศาสตร์เพื่อให้เกิดการพัฒนาและดำเนินการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องของระบบยา ที่ได้จากกระบวนการคาดการณ์อนาคต ขอบเขตการวิจัยนั้นใช้กระบวนการทบทวนวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล ประกอบกับการประชุมระดมสมองผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบยาและระบบสุขภาพ เพื่อคาดการณ์อนาคตระบบยาของคนไทยในระบบสุขภาพแห่งชาติใน 10 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2546-2555)	ผลการวิจัยพบว่า ภาพอนาคตระบบยาของคนไทยในระบบสุขภาพแห่งชาติใน 10 ปีข้างหน้า(พ.ศ. 2546-2555) ในปี 2555 ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านสุขภาพที่สำคัญคือ ประชาชนจะมีการพึ่งตนเองทางด้านยามากขึ้น การตัดสินใจที่จะดูแลสุขภาพทด้วยการเลือกใช้ยาดูแลสุขภาพของตนเองโดยไม่พึ่งพิงยาแผนปัจุบันเท่านั้น แต่ยังใช้ยาสมุนไพรและอาหารเป็นยา นอกจากนี้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือได้ การประกันสุขภาพจะเป็นที่พึ่งของประชาชน ระบบประกันสุขภาพจะครอบคลุมประชาชนในทุกกลุ่มทั่วถึงทุกคน ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างเหมาะสม รูปแบบการให้บริการมีมาตรฐานการให้บริการและมีประสิทธิภาพทุกระดับ ทั้งในระดับการให้บริการ สุขภาพระดับชุมชน (Primary Health Care) ระดับปฐมภูมิ (Primary Care) ระทุติยภูมิ (Secondary Care) ตติยภูมิ (Tertiary Care) เกิดเครือข่ายการประสานการทำงานร่วมกันของวิชาชีพต่างๆ ในการดูแล สุขภาพทำให้เกิดคุณภาพในการบริการ ทำให้ผู้รับบริการพึงพอใจ การพึ่งพากันในระดับภูมิภาค ประเทศกำลังพัฒนาในเอเซียน เช่น อินเดีย ไทย จีน จะรวมตัวและพึ่งพากันเพื่อความอยู่รอด รัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณทางด้านการวิจัย และการปรับกฎระเบียบเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยา เพื่อ แข่งขันกับยานำเข้าจากต่างประเทศ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[คทา บัณฑิตานุกูล...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2547]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9648">
    <dcterms:title><![CDATA[ไท้เก๊กเพื่อการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเรื้อรัง]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ไท้เก๊ก]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[หลอดเลือดสมอง--โรค]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ<br />
]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9647">
    <dcterms:title><![CDATA[การพัฒนาสมรรถนะนักศึกษาทันตแพทย์และทีมทันตบุคลากร เพื่อดูแลสุขภาพช่องปากผู้พิการ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ปาก--สุขภาพและอนามัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ<br />
]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9646">
    <dcterms:title><![CDATA[กินดี ยูดี]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[วิทยาศาสตร์สุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ<br />
]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9645">
    <dcterms:title><![CDATA[การพัฒนาเครือข่ายพยาบาล/ผู้รับผิดชอบงานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับ/ในการควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลจังหวัดเชียงใหม่]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[โรงพยาบาลชุมชน ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[ศิริพร จิระศักดิ์, สุมิตรา ปัญญาทิพย์, เจษฎา ก้อนแก้ว และลัดดา แสงหล้า]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9644">
    <dcterms:title><![CDATA[ติดตามประเมินผลนโยบายทีมหมอครอบครัว]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ครอบครัว--สุขภาพและอนามัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ<br />
]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9643">
    <dcterms:title><![CDATA[การส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากคนพิการ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ปาก -- การดูแลและสุขวิทยา]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ<br />
]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9642">
    <dcterms:title><![CDATA[สถานภาพการดำเนินงานสื่อสารสุขภาพของท้องถิ่น]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Local media procedures for health communication]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบสื่อสารสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[ศึกษาการสื่อสารด้านสุขภาพของสื่อท้องถิ่น 5 ประเภท ได้แก่ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น วิทยุกระจายเสียงประจำจังหวัด วิทยุชุมชน หอกระจายข่าว/เสียงตามสาย และ เคเบิลทีวี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา เนื้อหาและการนำเสนอเนื้อหาด้านสุขภาพของสื่อท้องถิ่น ลักษณะการดำเนินงานของผู้ทำหน้าที่สื่อสารด้านสุขภาพ การเปิดรับสื่อและความคาดหวังของผู้รับสารในการรับข้อมูลด้านสุขภาพ และแนวโน้มการใช้สื่อท้องถิ่นเพื่อการสื่อสารสุขภาพ ดำเนินงานวิจัยใน 6 จังหวัด ได้แก่ แพร่ นครพนม นครปฐม จันทบุรี กาญจนบุรี และสตูล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ สื่อท้องถิ่น ได้แก่ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น 16 หัว (95 ฉบับ) วิทยุกระจายเสียงประจำจังหวัด 14 สถานี วิทยุชุมชน 6 สถานี หอกระจายข่าว/เสียงตามสาย 6 แห่ง และเคเบิลทีวี 5 สถานี ผู้ทำหน้าที่สื่อสาร 45 คน แบ่งเป็นทำงานหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น 14 คน วิทยุกระจายเสียงประจำจังหวัด 14 คน วิทยุชุมชน 6 คน หอกระจายข่าว/เสียงตามสาย 6 คน และเคเบิลทีวี 5 คน ผู้รับสารในท้องถิ่นจาก 6 จังหวัด รวม 643 คน เก็บข้อมูลโดยใช้วิธีการสำรวจ และสัมภาษณ์ วิเคราะห์ผลสื่อท้องถิ่นด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และแปรผลในส่วนของผู้ทำหน้าที่สื่อสารและผู้รับสารในท้องถิ่นด้วยวิธีการทางสถิติ ผลการวิจัย พบว่า วิทยุกระจายเสียงประจำจังหวัดนำเสนอเนื้อหาด้านสุขภาพเกี่ยวกับอโรคยามากที่สุด มุ่งให้ผู้รับสารทราบวิธีการป้องกันตนเอง และมีการนำเสนอใน 4 รูปแบบ คือ รายการสุขภาพ สปอต แทรกในรายการข่าวท้องถิ่น และโฆษณา การดำเนินงานสื่อสารสุขภาพของวิทยุชุมชนส่วนใหญ่มีคณะกรรมการดูแล โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์กรเอกชน นำเสนอด้วยการจัดรายการสุขภาพโดยตรง และ แทรกอยู่ในรายการอื่น ประเด็นมักเกี่ยวข้องกับ อโรคยา และอาหาร เพื่อป้องกัน และสร้างเสริมสุขภาพมากกว่าการรักษาและฟื้นฟู ไม่มีการนำเสนอเนื้อหาสุขภาพในรูปแบบของการจัดเป็นรายการสุขภาพโดยตรงจากหอกระจายข่าว/เสียงตามสาย มักเป็นการประกาศข่าวสารให้ทราบหรือให้ไปรับบริการ และเปิดสปอตที่ส่วนราชการผลิต และเคเบิลทีวี ส่วนใหญ่นำเสนอข้อมูลสุขภาพผ่านรายการข่าวท้องถิ่น เพื่อแจ้งให้ทราบหรือรายงานเหตุการณ์ เนื้อหามักเกี่ยวข้องกับอโรคยา และอาหาร หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ซึ่งเป็นธุรกิจสื่อขนาดเล็ก เผยแพร่เป็นราย 5 วัน – เดือน นำเสนอเนื้อหาสุขภาพทุกประเภท ในรูปแบบของการรายงานข่าว บทวิเคราะห์ และโฆษณา สำหรับผู้ทำหน้าที่สื่อสารสุขภาพ ส่วนใหญ่เป็นชายและจบศึกษาระดับปริญญาตรี อายุอยู่ระหว่าง 25-55 ปี มีประสบการณ์การทำงาน 1-30 ปี มักทำงานสื่อท้องถิ่นหลายประเภท และมีการทำงานเป็นผู้สื่อข่าวให้กับสื่อส่วนกลาง บางคนทำงานสื่อเป็นอาชีพรอง และมีการใช้แหล่งข่าวในการดำเนินงานสื่อสารสุขภาพหลายช่องทาง ส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ด้านสุขภาพจึงนำเสนอรายการสุขภาพ/บทวิเคราะห์สุขภาพในจำนวนน้อย และต้องอาศัยแหล่งข่าวด้านสุขภาพ ผู้รับสารในท้องถิ่น เป็นหญิงมากกว่าชายเล็กน้อย มีอายุอยู่ระหว่าง 31-60 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ต่างมีความต้องการให้สื่อท้องถิ่นทั้ง 5 ประเภท สื่อสารด้านสุขภาพ โดยมีความคาดหวังจากวิทยุกระจายเสียงประจำจังหวัดมากที่สุด และจากเคเบิลทีวีน้อยที่สุด ต้องการเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับอโรคยามากที่สุด มีความต้องการให้ทุกสื่อเพิ่มปริมาณเนื้อหาด้านสุขภาพ โดยนำเสนอเรื่องใกล้ตัว สามารถนำไปปฏิบัติได้ ข้อมูลมีความถูกต้อง เข้าใจง่าย มีความสม่ำเสมอต่อเนื่องและจริงจัง แม้ผู้ทำหน้าที่สื่อสารและผู้รับสารต่างมีความต้องการเพิ่มปริมาณเนื้อหาด้านสุขภาพ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านความรู้ ข้อมูล แหล่งข่าวและงบประมาณ อีกทั้งสื่อบางประเภทดำเนินงานโดยคำนึงถึง ผลประโยชน์ด้านธุรกิจท้องถิ่นเหล่านี้จึงยังไม่สามารถทำหน้าที่สื่อสารสุขภาพได้อย่างเต็มที่เท่าที่ควร]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ดวงพร คำนูณวัฒน์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[นิยะนันท์ สำเภาเงิน]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุนิดา ศิวปฐมชัย]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2548]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9641">
    <dcterms:title><![CDATA[กระบวนการสื่อสารการรณรงค์ด้านสุขภาพ]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Study of communication process on health campaign]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ระบบสื่อสารสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[	การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการสื่อสารการรณรงค์ขององค์กรภาครัฐ เอกชน ธุรกิจ และท้องถิ่นหรือชุมชน ผู้นำหรือผู้ปฏิบัติงานรณรงค์และกลุ่มเป้าหมายในการรณรงค์ คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยเฉพาะเจาะจง โดยมีเกณฑ์ในการเลือกเพื่อศึกษาเชิงปริมาณ 106 โครงการ และเชิงคุณภาพ 20 โครงการที่รณรงค์เกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพตามนโยบาย 5 อ. คือ อาหาร การออกกำลังกาย อารมณ์ อโรคยา และอนามัย เก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้แบบสำรวจ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม SPSS และจัดทำฐานข้อมูลโดยใช้ Microsoft Access เพื่อสะดวกในการเรียกใช้ ส่วนการเสนอข้อมูลการวิจัยนำเสนอเป็นอัตราส่วนร้อยละ ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิธีการสัมภาษณ์เจาะลึก สนทนากลุ่ม และการสังเกตการณ์อย่างไม่มีส่วนร่วม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและตีความหมาย นำเสนอผล โดยการพรรณา สรุปผลการวิจัยพบว่า	1. กระบวนการสื่อสารการรณรงค์ด้านสุขภาพ ขององค์กรต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นการสื่อสารสองทางเนื้อหาเป็นเรื่อง การออกกำลังกาย การเผยแพร่ความรู้และจิตสำนึกเรื่องสุขภาพและเรื่องอาหาร สื่อที่ใช้คือสื่อบุคคล สื่อเฉพาะกิจและสื่อมวลชน ผลของการรณรงค์คือกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่รับรู้สนใจตระหนัก แต่ยังขาดจิตสำนึกและการปฏิบัติตนด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง	2. การสร้างพลังการรณรงค์ให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผลได้นั้น ผู้ส่งสารต้องมีความรับผิดชอบสูง มีจิตสาธารณะ สารควรจะเป็นเรื่องสุขภาพองค์รวม สื่อ เป็นสื่อบุคคล และสื่อผสม ผู้รับสารต้องเป็นผู้มีส่วนร่วมในการสื่อสารการรณรงค์	3. ปัจจัยที่มีผลต่อการรณรงค์ด้านสุขภาพ คือผู้นำ แรงสนับสนุนทางสังคม งบประมาณ การส่วนร่วม และการสื่อสารแบบมีส่วนร่วม การสร้างเครือข่ายและการสื่อสารเครือข่าย การสร้างสุขภาพองค์รวมและการรณรงค์สู่ชุมชน โดยชุมชนเป็นศูนย์กลาง หรือเป็นสำคัญ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[การรณรงค์ด้านสุขภาพ...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2548]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
