<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns:dcterms="http://purl.org/dc/terms/">
<rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9750">
    <dcterms:title><![CDATA[วิสัยทัศน์และแนวทางในการปฏิรูประบบสาธารณสุขเพื่อผู้สูงอายุไทยในอนาคต มุมมองจากประชาคม องค์กร ชุมชนด้านผู้สูงอายุ]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Vision and direction toward health system reform : views of civil ageing society]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงอายุ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สุขภาพ-- การปฏิรูป]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[วิสัยทัศน์ และแนวทางในการปฏิรูประบบสาธารณสุข เพื่อผู้สูงอายุไทยในอนาคต : มุมมองจากประชาคม องค์กรชุมชนด้านผู้สูงอายุ	โครงการวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบถึงประเด็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 1) สถานภาพการดำเนินงานของเครือข่ายภาคีองค์กรชุมชน/เอกชนที่ทำงานด้านผู้สูงอายุ 2) บทบาท ศักยภาพ กลยุทธ์การดำเนินงานขององค์กรชุมชนเอกชน/ชุมชน ระดับรากฐานที่ทำงานด้านผู้สูงอายุ 3) แนวคิด มโนทัศน์ วิสัยทัศน์ ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุไทย และข้อเสนอในการปฏิรูป ระบบสุขภาพ ดำเนินการในพื้นที่ 4 ภาค โดยใช้รูปแบบการสัมมนาเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ผู้เข้าร่วมการสัมมนา มีจำนวนทั้งสิ้น 127 คน ประกอบด้วยผู้แทนองค์กรพัฒนาเอกชนด้านผู้สูงอายุ กลุ่มหรือองค์กรที่ทำงานด้านผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้สูงอายุตามธรรมชาติ หรือชมรมผู้สูงอายุที่ไม่สังกัด หรือ ก่อตั้งโดยหน่วยงานราชการ	ผลการสัมมนาพบว่า ภาพลักษณ์ของผู้สูงอายุไทยในอนาคตเมื่อเปรียบเทียบศักยภาพกับปัจจุบัน (2544) เห็นว่ามีศักยภาพดีขึ้นมากกว่าเลวลง คือ คิดว่าดีขึ้นร้อยละ 55 ส่วนสถานภาพการดำเนินของเครือข่ายภาคีองค์กรชุมชน/เอกชนที่ทำงานด้านผู้สูงอายุ ในแต่ละภาคนั้นมีการดำเนินงานที่คล้ายคลึงกันทางด้านวัตถุประสงค์ แต่กิจกรรมจะแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความต้องการชองผู้สูงอายุ สำหรับข้อเสนอในการปฏิรูประบบสุขภาพจากเวที ทั้ง 4 ภาค มีข้อเสนอที่คล้ายคลึงกัน สามารถสรุปแนวทางเกี่ยวกับการปฏิรูประบบสุขภาพได้ 3 ประการ ดังนี้ คือ ประการที่ 1 การบริการของภาครัฐจะต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานแบบตั้งรับ เป็นรุกเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง และควรจะเน้นหลักการบริการที่เสมอภาค เท่าเทียมกัน ประการที่ 2 การส่งเสริม ระบบการส่งเสริมสุขภาพจะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เน้นให้ความรู้การจัดบริการข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพกับชุมชนเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพของตนเองให้ดีก่อน ประการที่ 3 การป้องกันและควบคุม การป้องกันและควบคุม ควรจะทำควบคู่กันไปกับการส่งเสริม ในประเด็นที่มีความสำคัญ เร่งด่วน อาจจะจำเป็นต้องใช้ระบบการป้องกันและควบคุม เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติทันที]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[มูลนิธิพัฒนาผู้สูงอายุ]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2544]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9749">
    <dcterms:title><![CDATA[DAD : Differently-Abled Design คู่มือออกแบบสำหรับความสามารถที่แตกต่าง]]></dcterms:title>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9748">
    <dcterms:title><![CDATA[สถานการณ์และผลกระทบต่อสุขภาพของการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม: กรณีศึกษาพื้นที่ตำบลบางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Status and health impact for chemical use in the agricultural sector : Case study of tambon Bang Riang, Amphoe Khuan Nieng, Changwat Songkhla]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[สารเคมีทางการเกษตร--ผลกระทบด้านสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[สารเคมีทางการเกษตร--การเกิดพิษ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[ประเมินผลกระทบทางสุขภาพจากการใช้สารเคมีภาคเกษตรกรรมจากกลุ่มตัวอย่างคือ พื้นที่ปลูกผักเชิงธุรกิจ หมู่ 10, 11 พื้นที่ปลูกผักบริเวณบ้าน หมู่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 8 และพื้นที่ปลูกผักน้อยหรือไม่ปลูกผักหมู่ 7, 9, 12, 13 เมื่อพิจารณาจากระบบสารเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) มีแนวโน้มการขยายตัวของพื้นที่ปลูกผักเพิ่มขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงทั้งชนิดและปริมาณการใช้สารเคมีสูงก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม วงจรการไหลของสารเคมีในพื้นที่พบว่าหาซื้อได้ง่ายมีขายทั่วไป จากการใช้แบบสอบถามและการฝึกอบรมแผนที่ทางสุขภาพ (body Mapping) พบว่ามีสารเคมีจำนวน 49 ชนิดจำแนกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่สารในกลุ่มอื่นๆ (62%) รองลงมา คือ ออร์แกโนฟอสเฟต (16%),ไพรีทรอยด์ (8%), ไธโอคาร์บาเมท (6%), คาร์บาเมท (6%) , พาราควอท (2%) เมื่อจำแนกตามระดับความเป็นพิษของสารเคมีพบว่า พิษปานกลางพบมากที่สุด (27%) รองลงมาได้แก่ พิษน้อย (21%) พิษรุนแรง (8%) พิษรุนแรงมาก (3%) จนถึงไม่จำแนกระดับความเป็นพิษ (41%) ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางกายใน 8 กลุ่มอาการเบื้องต้นคือ 1) ปวดศีรษะ คลื่นไส้ 2) ปวดเกร็งที่หน้าท้อง คลื่นไส้ อาเจียน 3) กล้ามเนื้อกระตุก หรือเกร็ง 4) กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชา 5) สายตาพร่ามัว น้ำตาไหล 6) แน่นหน้าอก หายใจติดขัด 7) หน้ามืด หมดสติ 8) อาการผื่นคัน หรือเป็นโรคผิวหนัง โดยพบว่า อาการปวดศีรษะ คลื่นไส้เป็นอาการที่พบมากที่สุด ผลการฝึกอบรมแผนที่ทางสุขภาพพบว่า พฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อประชากรกลุ่มเสี่ยงคือเด็ก ได้แก่ การจัดเก็บและการทิ้งทำลายภาชนะบรรจุสารเคมี ผลกระทบต่อสุขภาพด้านมิติ ทางจิต ทางสังคม ได้แก่ความวิตกกังวลจากการอยู่อาศัยในบริเวณที่ปลูกผัก ความหวาดระแวง และความขัดแย้งระหว่างเกษตรกรที่มาจากต่างถิ่นกับเกษตรกรที่เป็นผู้อยู่อาศัยมาแต่เดิม ผลกระทบด้านจิตวิญญาณเรื่องความภูมิใจในอาชีพเกษตรกรที่ลดลง ด้านเครือข่ายของเกษตรกรในพื้นที่พบว่ามีความพยายามรวมตัวเพื่อปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ แต่เนื่องจากการขาดความสามัคคี ผู้นำกลุ่มที่ไม่เข้มแข็ง และความต้องการในการประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ทำให้แต่ละกลุ่มมีแนวคิดที่แตกต่างกัน ขาดการประสานงาน ไม่มีการสร้างระบบเครือข่ายระหว่างองค์กร ต่างกลุ่มต่างทำจึงเกิดความล้มเหลวในการดำเนินงาน ผลจากการประชุมเชิงปฏิบัติการ ผลผลิต(output) ที่สำคัญจากการวิจัยครั้งนี้คือเวทีร่วมของเกษตรกรในพื้นที่และต่างถิ่น ในการร่วมกันตั้งปณิธานของการปลูกผักคือ พืชผักปลอดสารพิษ ชีวิตปลอดภัย ถูกสุขอนามัย ปลอดภัยสิ่งแวดล้อม การประสานเครือข่ายภายใต้ชื่อ กลุ่มผู้ผลิตผักปลอดสารพิษ และมีผลลัพธ์ (outcome) ที่สำคัญคือ การจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกรชื่อ โรงเรียนเรียนรู้การเกษตรบางเหรียง และการรวมตัวของเกษตรกรในพื้นที่เป็นสมัชชาสุขภาพชุมชนปลูกผักบางเหรียง และ กลุ่มเกษตรกรที่จะปรับเปลี่ยนใช้สารเคมีน้อยลงภายใต้ข้อเสนองานวิจัยอย่างต่อเนื่อง อันจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญและนำไปสู่การแก้ปัญหาการใช้สารเคมีภาคเกษตรกรรมในพื้นที่บางเหรียงอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[ปาริชาติ วิสุทธิสมาจาร..[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:contributor><![CDATA[2548]]></dcterms:contributor>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9747">
    <dcterms:title><![CDATA[การจัดการความรู้และสังเคราะห์แนวทางปฏิบัติของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล : แนวปฏิบัติในการบริการผู้สูงอายุ]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ผู้สูงอายุ--การดูแล]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9746">
    <dcterms:title><![CDATA[เบาะนิรภัยเด็กในรถยนต์ : กรณีศึกษาของประเทศไทย]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[รถยนต์ -- อุปกรณ์นิรภัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9745">
    <dcterms:title><![CDATA[งานวิจัยเพื่อการพัฒนาหน่วยบริการปฐมภูมิ เล่ม 4]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[ประกันสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุพัตรา ศรีวณิชชากร...[และคนอื่นๆ]]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สำนักงานวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9744">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานการวิจัย เรื่อง การศึกษาภารกิจ อบต. และความเข้มแข็งของประชาคมตำบล ในการจัดการกับปัญหาสุขภาพชุมชนระดับตำบล]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[The task of Tambon Administration Organization(TAO) and the strength of Tambon Civil Society (Sub-district Community) in dealing with Tambon health problem	]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[การสำรวจสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[ชุมชน -- สุขภาพและอนามัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[โกวิท พวงงาม]]></dcterms:creator>
    <dcterms:creator><![CDATA[มูลนิธิส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข	]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2544]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9743">
    <dcterms:title><![CDATA[เบาะนิรภัยเด็กในรถยนต์ : กรณีศึกษาของประเทศไทย]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[รถยนต์ -- อุปกรณ์นิรภัย]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9742">
    <dcterms:title><![CDATA[นโยบายของประเทศไทยเรื่องสิ่งมีชีวิตตัดแต่งพันธุกรรม]]></dcterms:title>
    <dcterms:alternative><![CDATA[Thailand&#039;s policies on genetic modified organisms]]></dcterms:alternative>
    <dcterms:subject><![CDATA[พันธุ์วิศวกรรม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[การตัดแต่งพันธุ์กรรม]]></dcterms:subject>
    <dcterms:subject><![CDATA[นโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ]]></dcterms:subject>
    <dcterms:abstract><![CDATA[สิ่งมีชีวิตตัดแต่งพันธุกรรมมีศักยภาพในการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่การตอบรับสินค้ากลุ่มนี้ในตลาดโลกมีจำกัด การวิเคราะห์ด้านทรัพย์สินทางปัญญาด้านความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ ด้านองค์กรและกฎระเบียบ และด้านเศรษฐศาสตร์ พบว่าประเทศไทยควรใช้นโยบาย “การใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัยและเท่าทัน” ในเรื่องสิ่งมีชีวิตตัดแต่งพันธุกรรม โดยต้องเร่งรัดให้มีการตราระบบกฎหมายด้านความปลอดภัยทางชีวภาพให้สมบูรณ์ภายในเวลา 3 ปี พร้อมทั้งเสริมสร้างขีดความสามารถของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการกำกับดูแล และเผยแพร่ความรู้ความเสี่ยงจากการใช้และบริโภคตลอดจนความรับผิดชอบของผู้พัฒนาและผู้ผลิตสิ่งมีชีวิตตัดแต่งพันธุกรรม เพื่อรองรับการนำเทคโนโลยีมาใช้เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนี้จะต้องจัดตั้งองค์กรด้านนโยบายและด้านการกำกับดูแลขึ้นเป็นการถาวรโดยให้มีองค์ประกอบ และอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ ก่อนให้องค์กรด้านนโยบายซึ่งมีหน้าที่พิจารณากำหนดแนวทางในการศึกษา วิจัย และอนุญาตให้มีการปลูกเลี้ยงทดสอบหรือผลิตสิ่งมีชีวิตตัดแต่งพันธุกรรมในระบบเปิดเริ่มทำหน้าที่ โดยระหว่างนี้ต้องมีการพัฒนาขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยทางชีวภาพเป็นหลัก และต้องมุ่งเน้นในงานวิจัยที่ตอบสนองทั้งความต้องการของสังคมไทย และความต้องการของตลาด และสามารถขอรับสิทธิบัตรได้ อนึ่งหน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควรเป็นผู้ทำหน้าที่กำกับดูแลงานด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากการใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตตัดแต่งพันธุกรรม จะเป็นไปตามหลักการ polluter – pay เนื่องจากยังไม่มีหลักประกันว่าสิ่งมีชีวิตตัดแต่งพันธุกรรมมีความเสี่ยงต่อระบบนิเวศไม่มากกว่าสิ่งมีชีวิตปกติ]]></dcterms:abstract>
    <dcterms:creator><![CDATA[สุรวิช วรรณไกรโรจน์]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:date><![CDATA[2548]]></dcterms:date>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description><rdf:Description rdf:about="http://digital.nlt.go.th/dlib/items/show/9741">
    <dcterms:title><![CDATA[รายงานฉบับสมบรูณ์ โครงการวิจัยและพัฒนาการควบคุมและป้องกันการดื้อยาต้านจุลชีพในประเทศไทย]]></dcterms:title>
    <dcterms:subject><![CDATA[จุลชีพก่อโรค]]></dcterms:subject>
    <dcterms:creator><![CDATA[วิษณุ ธรรมลิขิตกุล]]></dcterms:creator>
    <dcterms:source><![CDATA[สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข]]></dcterms:source>
    <dcterms:publisher><![CDATA[สำนักหอสมุดแห่งชาติ]]></dcterms:publisher>
    <dcterms:format><![CDATA[PDF]]></dcterms:format>
    <dcterms:language><![CDATA[ไทย]]></dcterms:language>
</rdf:Description></rdf:RDF>
